
มุมมองใหม่ - ศูนย์เพิ่มพูนประสบการณ์ฝึกทักษะพัฒนาความพร้อม
ร.ร.บ้านป่ากอ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เป็นโรงเรียนชนบทที่ห่างไกลจากตัวเมือง อุปกรณ์การเรียนการสอน ห้องเรียน ครู บุคลากร จึงมีจำนวนจำกัดตามไปด้วย จนกระทั่ง อ.อรทัย เกิดหิมาล มาเป็นผู้อำนวยการ จึงปรับห้องเรียนให้มีมุมเล็กๆ
เป็นศูนย์เพิ่มพูนประสบการณ์ สรรค์สร้างความเจริญทางปัญญาแก่เด็กๆ เพราะเรียนหนังสือตามหลักสูตรเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ การปลูกฝังความรู้ระดับประถมศึกษาถือว่ามีความจำเป็น ดังนั้น ครู จึงควรสร้างมุมแห่งการเรียนรู้สำหรับนักเรียน เพื่อเป็นแหล่งฝึกฝนทักษะ และพัฒนาเด็กให้มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน
อ.อรทัย เล่าต่อว่า สังคมขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็ว โรงเรียนต้องเตรียมความพร้อมทั้งทางร่างกาย อารมณ์ ความคิด สติปัญญา และจิตใจของเด็ก ให้พร้อมออกสู่สังคมที่กว้างขึ้น เพราะหากเด็กไม่มีภูมิคุ้มกันที่ดีอาจหลงใหลไปกับสิ่งต่างๆ ที่เข้ามายั่วยุได้ ศูนย์เพิ่มพูนประสบการณ์ ซึ่งประกอบไปด้วยศูนย์ย่อย 5 ศูนย์ ได้แก่ 1.ศูนย์คิดคำนวณ เพื่อให้เด็กได้ฝึกฝนการคิด คำนวณ โดยนำเรื่องราวในชีวิตประจำวัน เช่น บิลค่าน้ำ ค่าไฟมาเป็นโจทย์ให้เด็กได้คิด
2.ศูนย์ถอดชนวนภาษา เป็นการเรียนรู้หลักของภาษา ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ผ่านบทเพลง เกม คำศัพท์ บทสนทนาต่างๆ ที่เข้าใจง่าย 3.ศูนย์ค้นคว้า เป็นการวิเคราะห์ สังเกต ทดลอง แก้ปัญหา คิดตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สอดแทรกเรื่องราวของวิทยาศาสตร์ 4.ศูนย์พัฒนาความฉลาดทางอารมณ์หรืออีคิว การเรียนรู้เรื่องทฤษฎี วิชาการ ไม่เพียงพอ เด็กต้องรู้จักภาวะทางอารมณ์ การควบคุมอารมณ์ มีอารมณ์ จิตใจที่ดี และเบิกบาน และ 5.ศูนย์พัฒนาสัมพันธ์มิติ เป็นการเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การทำงานเป็นทีม การแบ่งปันของเล่นให้เพื่อน การใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนๆ
โดยทุกๆ ศูนย์จะบูรณาการเพิ่มเติมการเรียนรู้นอกหลักสูตรแก่เด็กๆ ซึ่งได้ทั้งความสนุก และความบันเทิง เพื่อให้พวกเขาเกิดความรัก และใฝ่เรียนรู้ รวมไปถึงเป็นการสอดแทรกลักษณะที่พึงประสงค์ ทั้งเรื่องของระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และคุณธรรมจริยธรรมแก่เด็ก
“สื่อการสอนเพื่อพัฒนาเด็กในด้านต่างๆ นั้น ครูทุกคนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการคิดและสรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อให้เด็กได้รับประโยชน์มากที่สุดอยู่ห่างไกลความเจริญ โรงเรียน ครู ต้องยิ่งเพิ่มเติมประสบการณ์ ความคิดแก่พวกเขา ให้ได้เรียนรู้ และพร้อมที่จะก้าวสู่สังคมที่กว้างกว่า ซึ่งหลังจากที่เด็กได้เข้าไปเรียนรู้ในศูนย์นั้น เราเห็นได้ว่าเด็กมีความกล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าทำ มีความรับผิดชอบ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ที่สำคัญเด็กมีความสุขในการเรียน จึงอยากให้โรงเรียนชนบททุกแห่ง ครูทุกคนช่วยกันคิด นำสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ โรงเรียน พัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ สร้างปัญญาแก่เด็กๆ”
ความสุข ในการเรียนรู้ เป็นพื้นฐานที่ทำให้เหล่าเด็กประถมตัวน้อยๆ อยากมาโรงเรียนในทุกๆ วัน ไม่เว้นแม้กระทั่งวันหยุด น้องทราย ด.ญ.ศศิกานต์ โลห์แก้ว นักเรียนชั้น ป.4 อายุ 10 ปี เล่าด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ๋วว่า ชอบมาโรงเรียนมาก เพราะมีกิจกรรมสนุกสนานให้ทำมากมาย วันเสาร์-อาทิตย์ พ่อแม่ไม่ค่อยได้พาไปเที่ยวที่ไหน ก็จะมาเล่นที่โรงเรียน มาอ่านหนังสือ เล่มเกม เล่นสื่อการเรียนการสอนต่างๆ ที่ครูๆ ให้เล่น ที่ชอบมากที่สุด คือ ศูนย์คิดคำนวณ เพราะได้เรียนวิชาที่ชอบ ได้คิดเลขจากบิลค่าน้ำ ค่าไฟ สนุกมาก และทำให้ได้รู้ด้วยว่าแต่ละเดือนที่บ้านใช้ค่าน้ำ ค่าไฟไปมากน้อยแค่ไหน
“หนูมีความสุขมากที่ได้มาเรียนที่ ร.ร.บ้านป่ากอ เพราะแม้โรงเรียนของหนูจะเป็นโรงเรียนเล็กๆ ในชนบทที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมือง แต่ก็มีกิจกรรมให้พวกหนูได้ทำ เล่น เรียนรู้ แถมทุกกิจกรรมก็สนุก ทำให้หนูรักการเรียนในทุกวิชา จึงอยากให้โรงเรียนอื่นสร้างศูนย์เรียนรู้ไว้สำหรับที่อยู่ห่างไกลจากในเมือง ที่บางแห่งบางครั้งไม่มีสื่อ หรือกิจกรรมดีๆ เข้ามาให้ทำมากนัก”
น้องแบงค์ ด.ช.กฤษดา เอี่ยมอักษร นักเรียนชั้น ป.5 อายุ 11 ปี บอกว่า "ชอบศูนย์เพิ่มพูนประสบการณ์ เพราะแต่ละศูนย์มีกิจกรรมสนุก มีความรู้ มีสื่อให้เล่น มีหนังสือให้อ่าน ชอบศูนย์สัมพันธ์มิติมากที่สุด เพราะได้เล่นกับเพื่อน ได้รู้จักรุ่นพี่ รุ่นน้อง รู้จักเพื่อนใหม่ ที่อยู่คนละห้อง แถมกิจกรรมในศูนย์สัมพันธ์มิติ เน้นการเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น ทำให้รู้จักตัวเอง และรู้จักผู้อื่น เป็นคนที่รู้จักแบ่งปันของเล่นแก่ผู้อื่นด้วย ขอบคุณโรงเรียนที่สร้างศูนย์เพิ่มเติมความรู้ให้แก่พวกผม”
ศูนย์เพิ่มพูนประสบการณ์ แม้เป็นเพียงศูนย์เล็กๆ เป็นเพียงมุมๆ หนึ่งของห้องเรียน แต่สำหรับเด็กนักเรียนตัวน้อยๆ ร.ร.บ้านป่ากอ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง จึงเปรียบเสมือนสวนสนุกแห่งใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยความรู้ เกม หนังสือ ที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ทางความคิด อารมณ์ และความสุขแก่พวกเขาได้เท่าเทียมโรงเรียนในเมืองนั่นเอง เพราะการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด และอยู่ที่ไหนก็เรียนรู้ได้ ไม่จำกัดสถานที่และวันเวลานั่นเอง



