ไลฟ์สไตล์

จม.ถึงผู้แทน 
ออกหมายเรียก "ออฟ"

จม.ถึงผู้แทน ออกหมายเรียก "ออฟ"

26 ก.ค. 2553

ตำรวจเตรียมเรียกนายพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง มาให้ปากคำกรณีมีผู้แจ้งความดูหมิ่นต่อพระมหากษัตริย์ คดีลักษณะดังกล่าว จำต้องใช้ความระมัดระวังและความรอบคอบอย่างยิ่ง

เนื่องจากคดีลักษณะดังกล่าวเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อน และมีผลกระทบต่อพระเกียรติยศขององค์พระมหากษัตริย์ พนักงานสอบสวนจึงจำต้องพิจารณา ถึงเจตนาของผู้ต้องหาเป็นสำคัญ ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้มีเจตนาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ที่มุ่งทำลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ และต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ที่มีความจงรักภักดีและเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ มิฉะนั้นพนักงานสอบสวน อาจจะเป็นผู้ทำลายพระเกียรติยศขององค์พระมหากษัตริย์ด้วย
 กรณีนี้ พนักงานสอบสวนควรสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจากฝ่ายผู้แจ้งความกล่าวโทษก่อน และรวบรวมพยานหลักฐานให้ปรากฏแน่ชัดว่า คำกล่าวโทษมีมูล จึงเรียกตัวผู้ถูกกล่าวโทษ ตามข้อกล่าวหามาแจ้งสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาในฐานะผู้ต้องหาตามกฎหมาย
  คำกล่าวของนายพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง บนเวทีประกาศรางวัลนาฏราช ตามคำร้อง ทุกข์กล่าวโทษดังกล่าว เป็นการกล่าวแสดงความรู้สึกในโอกาสที่นายพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ได้รับรางวัลนาฏราช จากบทละครพระจันทร์สีรุ้ง โดยได้แสดงความดีใจที่ได้รับรางวัล และกล่าวแสดงความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์ จากความรู้สึกส่วนตัวของนายพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ซึ่งใช้คำว่า “พ่อ” และ “ในหลวง” แทน พระมหากษัตริย์ อันเป็นคำกล่าวซึ่งใช้คำสามัญที่มีความหมายเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ และใช้กันอย่างแพร่หลายมานานมากแล้ว โดยมีการกล่าวว่า การปกครองในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นระบบ “พ่อปกครองลูก”
  คำกล่าวของนายพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ที่ใช้คำว่า “พ่อ” แทนพระมหากษัตริย์ มีลักษณะเทิดทูน องค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งประชาชนยึดถือเป็นพ่อของแผ่นดิน โดยไม่มีข้อความอันใดในเชิงหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด
 การกระทำของนายพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง จึงไม่เป็นความผิดตามข้อกล่าวหา
นายสัก กอแสงเรือง
นายกสภาทนายความ