ไลฟ์สไตล์

ความภาคภูมิใจของ2เด็กไทยได้จูงมือนักฟุตบอลโลก

ความภาคภูมิใจของ2เด็กไทยได้จูงมือนักฟุตบอลโลก

25 ก.ค. 2553

แม้จะผ่านพ้นไปอย่างสวยงาม กับกระแสบอลโลกที่เป็นที่สนใจกันทั่วโลก แต่ก็ยังมีกลิ่นอายของความสนุกสนานอยู่ไม่จาง และที่น่ารักน่าหยิกไปมากกว่านั้น ก็เป็นเรื่องที่น้องๆ คนไทยสองคนได้ไปบอลโลกครั้งนี้กับเขาด้วย ทำหน้าที่จูงมือนักกีฬา (สุดแมน สุดหล่อ) ลงสนาม เฮ้อ

 เอาเป็นว่า เปิดโลกอินเทรนด์ อาทิตย์นี้ เลยดอดไปพูดคุยถึงความรู้สึกที่ได้ใกล้ชิดนักกีฬาสุดฮอตของแต่ละทีมจนทำเอาสาวๆ แถวนี้อิจฉาตามๆ กัน

    "น้องพลอย" พลอยไพลิน เบรเซียร์ และ "ไช้" ชานนท์ เลิศนีรนาท เล่าว่า 16 ชั่วโมงบนท้องฟ้ากว่าจะพาสองหนูน้อยมาถึงเมืองโยฮันเนสเบิร์ก เมืองใหญ่อันดับ 1 ของแอฟริกาใต้ ทั้งสองเดินทางไปกับคุณแม่ โดยพลอยและไช้ถูกจับตามองตั้งแต่ลงสนามบิน เนื่องจากไปถึงเป็นกรุ๊ปแรกๆ สื่อมวลชนต่างชาติที่มารอทำข่าวจึงกรูเข้ามาสัมภาษณ์ตัวแทนประเทศไทย ไช้และพลอยพูดภาษาอังกฤษ จึงพรีเซนต์สุดฤทธิ์ว่า  I come from Thailand เต็มที่!!

 แม้บางคำที่พูดไม่ได้ ภาษากายที่ใช้สื่อสาร พร้อมกับเต้นเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก วาก้า วาก้า ให้ดู!!! ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู ขนาดข่าวภาคค่ำของแอฟริกาใต้เอาไปออนแอร์วันนั้น สร้างความรู้จักและความประทับใจให้ผู้ชมชาวแอฟริกาใต้ รวมถึงนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก!!!

 พอถึงวันซ้อมใหญ่ ทีมงานดูเป็นระเบียบมาก โดยเขาจะเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย พร้อมกระเป๋าสะพาย รองเท้าให้เด็กแต่ละคน รับของแล้วแต่งชุดเหมือนกันหมด ที่แตกต่างกันคือสายรัดข้อมือจะมีเลขกำหนดเอาไว้ บอกว่าเราเป็นใคร มาทำหน้าที่อะไร เรียกว่ารัดกุมเผื่อหลง จากนั้นทุกคนนั่งรถโค้ชเข้าสู่สนาม ซอคเกอร์ ซิตี้ สเตเดี้ยม ซึ่งยิ่งใหญ่มาก รถจะมาหยุดที่ปลายอุโมงค์ที่ใช้สำหรับนักกีฬาพักผ่อนและเตรียมตัว

 "เทรนท่าเดินมีอยู่สองท่า เดินไปข้างหน้าปกตินี่แหละ แต่เดินตัวตรง และมีข้อห้าม ห้ามยุกยิก แตกแถว ห้ามยิ้มกับกล้อง ห้ามใส่เครื่องประดับอื่นๆ และที่สำคัญห้ามคุยกับนักกีฬา!!" น้องพลอยเล่าเสียใส

  ส่วนไช้บอกว่า จริงๆ ก็ไม่มีเวลาสื่อสารกันมาก เพราะต่างฝ่ายต่างมาเจอกันที่หน้าประตู แล้วก็เดินออกไป คือเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็มีช่องว่างอยู่ว่าถ้านักกีฬาคุยกับเรา เราก็สามารถคุยกับเขาได้

 แต่พลอยก็ยังได้เซย์ฮัลโหลกับนักฟุตบอล “เหมือนทีมงานเขาจัดให้แล้วว่าใครจะได้จูงมือใคร ทีมไหน เรียงตามแถว ทีแรกพลอยได้จูงทีมฮอลแลนด์ แต่ว่าเชียร์สเปนก็เลยอ้อนทีมงานขอให้เปลี่ยนได้ไหม โชคดีมีเพื่อนคนหนึ่งอยากเปลี่ยนมาจูงฮอลแลนด์เช่นกัน ก็เลยไม่มีปัญหา"

 ไช้บอกว่า “ผมได้จูงฮอลแลนด์ ซึ่งก็ดีมาก ตรงใจแล้ว แต่คงไปเลือกว่าจูงใครไม่ได้ ผมก็เลยแล้วแต่ดวง” ท้ายสุดไช้ได้จูงมือ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ศูนย์หน้าทีมชาติฮอลแลนด์ ส่วนน้องพลอยจูงมือ ซาบี เอร์นันเดซ กองกลางทีมชาติสเปน

   “ภาคภูมิใจอย่างถึงที่สุด ตอบไม่ถูก คือบรรยากาศจริงมันยิ่งใหญ่มาก ยิ่งใหญ่กว่าชมในจอทีวีสิบเท่า ร้อยเท่าก็ว่าได้ ทั้งแสง สี เสียง ผู้คน อารมณ์ ทุกอย่างมันดีไปหมด สุดยอดจริงๆ แล้วที่ประทับใจมากคือหญ้าครับ หญ้าในสนามไม่มีก้อนดินดำๆ ให้เห็นเลย เรียบเนียนน่าลงไปเตะบอลมากๆ แต่หญ้าริมขอบสนามเป็นของปลอมนะ ผมแอบเห็น!”

 สิ่งที่ได้จากการทำหน้าที่ "เพลเยอร์ เอสคอร์ต" นี้คือประสบการณ์ครั้งสำคัญที่พิเศษมาก แม้แต่เงินก็หาซื้อไม่ได้ เป็นความภาคภูมิใจที่ไม่มีวันเลือน และอดภูมิใจไม่ได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีส่วนร่วมกับฟุตบอลโลกนัดประวัติศาสตร์

 โห...อิจฉาๆ แต่ในฐานะที่เป็นตัวแทนเด็กไทย ก็ดีใจกับน้องๆ ด้วยนะจ๊ะ