
หลบร้อนมุ่ง"สุพรรณบุรี-อ่างทอง"(จบ)ดูเกษตรครบวงจรที่"ฟาร์มตัวอย่าง"
ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว
ผลพวงจากน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางเมื่อปี 2548 อ่างทองเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด พื้นที่น้ำท่วมครอบคลุมเกือบทั้งจังหวัด ส่งผลให้เรือกสวนไร่นาได้รับความเสียหายอย่างย่อยยับ ประชาชนไร้ซึ่งที่อยู่อาศัยจำนวนมาก จนต้องอพยพขึ้นมาอยู่บนท้องถนน ด้วยเหตุนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ จึงมีพระราชดำรัสให้สมุหราชองครักษ์พล.อ.ณพล บุญทับ และรองราชเลขานุการในพระองค์นายสหัส บุญญาวิวัฒน์ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ของหน่วยราชการต่างๆ จัดหาและดำเนินการพื้นที่จัดทำ "ฟาร์มตัวอย่าง" ให้ชาวบ้านได้พักอาศัยขณะน้ำท่วม มีอาหาร มีรายได้ พร้อมยกระดับให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย
เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2553 ทีมงาน "ท่องโลกเกษตร" จัดทริปพิเศษให้ผู้สนใจทั่วไปได้มีโอกาสเยี่ยมชมความก้าวหน้าของการดำเนินงานโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ ท้องที่บ้านยางกลาง ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ในวันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคมนี้
ฟาร์มตัวอย่างแห่งนี้เกิดขึ้นจากการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยในพสกนิกรจ.อ่างทองที่ถูกน้ำท่วมเกือบทั้งจังหวัด ทำให้ประชาชนเกิดความยากลำบาก พื้นที่ทำมาหากินเสียหาย ได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำฟาร์มตัวอย่างเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงปฏิบัติด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมครัวเรือนของราษฎรได้อย่างถูกหลักวิชาการและปลอดภัยต่อสุขภาพและเป็นแหล่งจ้างงานของราษฎรที่ประสบอุทกภัย รวมถึงราษฎรในบริเวณใกล้เคียง
นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและเป็นศูนย์เรียนรู้ฟาร์มตัวอย่างของภาคกลางและเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านการเกษตร ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2550 ซึ่งนับเป็นโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริลำดับที่ 46 ของประเทศ
"ที่นี่เป็นแห่งแรกที่ใช้เวลาทำน้อยที่สุดเพียง 1 เดือน พระองค์ก็รับสั่งว่าให้รีบทำอีก 1 เดือนฉันจะมาเยี่ยม จากนั้นผมก็รีบดำเนินการประสานกับหน่วยงานต่างๆ ทันที ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาช่วยกันอย่างเต็มที่ เป้าหมายสูงสุดคือช่วยให้คนมีงานทำ มีรายได้ ปัจจุบันมีคนงานเกือบ 400 คน ค่าใช้จ่ายเดือนละ 1 ล้านกว่าบาท ผลผลิตที่ขายได้เพียง 4-5 แสนบาทต่อเดือน ส่วนที่เหลือมูลนิธิศิลปาชีพเป็นคนออกให้" สหัส บุญญาวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักพระราชวังเล่าให้ฟังเรื่องครั้งนำคณะสื่อมวลชนดูงานเมื่อปีที่แล้ว
เขาย้ำว่า แนวพระราชดำริในการสร้างฟาร์มตัวอย่างนั้น อย่าได้นำเรื่องขาดทุน กำไรมาเป็นตัวชี้วัดการเติบโตของฟาร์ม แต่ควรคำนึงถึงการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากก็ตาม สำหรับพระองค์แล้วไม่เคยคิดถึงเรื่องกำไรขาดทุนในการช่วยเหลือพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนและทุกครั้งที่มีผู้ถามถึงการลดค่าใช้จ่ายด้วยการลดการจ้างแรงงานในฟาร์ม พระองค์ก็จะมีพระกระแสรับสั่งทุกครั้งเหมือนกันว่า "ขาดทุนของฉันคือกำไรของแผ่นดิน"
วาทิน คารมณ์ นักเกษตรในพระองค์ ซึ่งรับผิดชอบงานประมงภายในฟาร์ม แจงรายละเอียดการดำเนินงานภายในฟาร์มระหว่างนำเราเยี่ยมชมในแต่ละจุดว่าฟาร์มแห่งนี้ว่า ปัจจุบันมีเนื้อที่ทั้งหมด 1,005 ไร่ 2 งาน 68 ตารางวา แต่ที่นำมาจัดทำฟาร์มตัวอย่างประมาณ 721 ไร่ 28 ตารางวา โดยแบ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย มีทั้งนาข้าว พืชผัก ผลไม้ชนิดต่างๆ ด้านปศุสัตว์มีการเลี้ยงสุกรจินหัว ซึ่งรัฐบาลจีนได้ทูลเกล้าฯ ถวายจำนวน 20 ตัวและหมูลูกผสมอีก 150 ตัว และแพะนมจำนวน 250 ตัว ส่วนด้านการประมงมีการเลี้ยงปลานิลจิตรลดา เลี้ยงกุ้งก้ามกราม รวมทั้งเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ธนาคารข้าว ธนาคารอาหารชุมชน ประชาชนสามารถเลือกหาซื้อผลิตผลจากฟาร์มได้ในราคาถูก
"ผลผลิตจากฟาร์มเริ่มเก็บเกี่ยวได้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทุกวันนี้มีไม่พอขาย เรามุ่งเน้นขายให้คนในฟาร์มและประชาชนในละแวกใกล้เคียงเป็นหลัก นอกจากนี้ก็ยังมีพ่อค้าจากตลาดแสวงหา จากสิงห์บุรี สุพรรณบุรีเข้ามารับซื้อถึงฟาร์ม ที่เหลือก็จะส่งให้ร้านของมูลนิธิศิลปาชีพที่ตลาดอ.ต.ก.กรุงเทพฯ ด้วย" นักเกษตรในพระองค์คนเดิมเผย
สำหรับฟาร์มตัวอย่างแห่งนี้ปัจจุบันมีการแบ่งพื้นที่ดำเนินกิจกรรมทางการเกษตร ประกอบด้วยแปลงพืชปุ๋ยสด ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกและโรงเรือนต่างๆ 17 ไร่ แปลงปลูกผักปลอดสารพิษ (สำนักพระราชวัง) 17 ไร่ โรงงานทำเซรามิก 8 ไร่ ที่ทำการฟาร์ม 5 ไร่ ธนาคารข้าว 4 หลัง พลับพลาที่ประทับ 1 หลัง สระน้ำพัฒนาที่ดิน 15 ไร่ แปลงไม้ผล 14 ไร่ แปลงปลูกผัก (สำนักงานเกษตรจังหวัด) 17.5 ไร่ โรงเรือนเพาะเห็ด 52 โรง 12 ไร่ แปลงสวนป่า 10 ไร่ แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ปลูกไม้ผลและสวนป่าระยะ 2 จำนวน 263 ไร่ แปลงเลี้ยงสัตว์ 54 ไร่ แปลงปลูกหม่อนเลี้ยงไหม 15 ไร่ แปลงเลี้ยงสัตว์น้ำ 44 ไร่ แปลงปลูกข้าว 70 ไร่ สถานีอ้อย 307 ไร่และจัดสรรให้ราษฎรเช่า 17 รายประมาณ 85 ไร่
ฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริจังหวัดอ่างทอง นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้นำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตให้บังเกิดความมั่นคงและยั่งยืนสืบไป
2 วัน 1 คืนกับท่องโลกเกษตร "คม ชัด ลึก"
เสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2553
06.00 น.-พร้อมกันที่อาคารเนชั่น ถ.บางนา-ตราด (กม.4.5)
(รับประทาน ชา กาแฟ โอวัลติน ปาท่องโก๋ ร้อนๆ ก่อนเดินทาง)
08.30 น. ถึงสวนเคหการเกษตร อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ฟังบรรยายสรุปจากอ.เปรม ณ สงขลา เจ้าของสวน
พร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมภายในสวน
10.00 น.-ถึงโรงสีแสงทองวัฒนา(เม่งกี่) โรงสีข้าวมาตรฐานส่งออก(GMP/HACCP) ฟังบรรยายสรุปจากคุณชำนาญ จันทร์แสงวัฒนา เจ้าของโรงสี พร้อมเยี่ยมชมการผลิตในทุกขั้นตอน
12.00น.-รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น.-เดินทางไปยังบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี
14.00 น.-นั่งรถลากจูงเพื่อเยี่ยมชมกิจกรรมตามจุดต่าง ๆ
อาทิ โซนสัตว์ป่า โซนสัตว์แปลก โซนสัตว์หายาก อุทยานพืชผัก และศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด-น้ำเค็ม ฯลฯ
โดยมีคุณวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี นายอำเภอเดิมบางฯ ให้เกียรติเป็นวิทยากร
17.00 น.-เข้าที่พัก ณ บึงฉวากรีสอร์ท สัมผัสบรรยากาศยามเย็นริมบึง
18.00 น.-รับประทานอาหารเย็น
อาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2553
08.00 น.-รับประทานอาหารเช้าที่รีสอร์ท
09.00 น.-เดินทางไปยังโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ อ.แสวงหา จ.อ่างทอง
10.30 น.-ฟังบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่และเยี่ยมชมกิจกรรมภายในฟาร์ม
12.00 น.-รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น.-เดินทางไปยังหมู่บ้านโอท็อป (รางวัล 5 ดาว) ต้นแบบของจังหวัด ต.คลองวัว อ.เมือง จ.อ่างทอง
13.30 น.-ฟังบรรยายสรุปจากคุณปราณี จันทวร ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์จักสานผักตบชวา
15.00 น.-เดินทางไปยังเอนกฟาร์ม (เลี้ยงนกกระทา) ต.ป่างิ้ว อ.เมือง จ.อ่างทอง
15.30 น.-ฟังบรรยายสรุปจากคุณเอนก สีเขียวสด เจ้าของฟาร์มและเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ
16.30 น. - เดินทางกลับกรุงเทพฯ
18.00 น. - ถึงอาคารเนชั่น ถ.บางนา-ตราด(กม.4.5) โดยสวัสดิภาพ
สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่โทร.0-2338-3356-7, 08-9493-5772 (รับเพียง 40 ท่าน)
สุรัตน์ อัตตะ



