
เอ็กซ์-โบว์-สปอร์ตพร้อมแข่ง
เปิดตัวในเมืองไทยมาเมื่อไม่นานมานี้ รถสปอร์ตนำเข้าจากค่าย KTM AG ประเทศออสเตรีย ที่มีพื้นฐานทำรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่โดยเฉพาะสองล้อวิบาก เคทีเอ็มเพิ่งจะส่งรถออกสู่ตลาดโลกได้ไม่นานคือราวปี 2551 หรือ 3 ปีมานี่เองเรียกว่าเป็นค่ายรถน้องใหม่ของวงการซูเปอร์คาร์ข
เคทีเอ็ม (KTM) นั้นเข้ามาเมืองไทยโดยสายของ ตระกุล คุณานันทกุล พี้นฐานทางธุรกิจอุตสาหกรรมเหล็กที่มีรถในเครือคือรถกอล์ฟและรถไฟฟ้า เจมคาร์ ซึ่งยี่ห้อเจมคาร์นั้นอยู่เมืองไทยมานานพอสมควร โดยความชอบส่วนตัวของ “พิสิทธิ์ คุณานันทกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คุณค่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ได้นำเข้ารถที่มีดีไซน์สุดโฉบเฉี่ยวในนามของเคทีเอ็ม เอ็กซ์-โบว์ (KTM X-BOW) รถรุ่นแรกและโมเดลเดียวขอวเคทีเอ็มที่ผลิตออกจำหน่ายในเชิงพาณิชย์
พิสิทธิ์ บอกว่า หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการนำเข้าและเป็นตัวแทนจำหน่ายเพียงรายเดียวในประเทศไทยกับสองล้อบิ๊กไบค์เคทีเอ็มจากออสเตรีย ล่าสุดเปิดตัวรถสปอร์ตสายพันธุ์ใหม่เอ็กซ์-โบว์ สำหรับผู้ที่ชอบสปอร์ต นักขับผู้รักความเร็ว เคทีเอ็มเป็นรถแนวพร้อมแข่ง คือไม่ต้องแต่งอะไรเพิ่มเติม ในแง่ของสมรรถนะก็วิ่งเร็วได้ เอ็กซ์-โบว์ เป็นความร่วมมือพัฒนารูปลักษณ์โดย KISKA ดีไซน์ สตูดิโอ ที่ทำหน้าที่รับจ้างออกแบบสินค้าหลายอย่าง มีลูกค้าดังๆ อย่างอาดิดาส ออดี้ บีเอ็มดับเบิลยู ฮุนได เจบีแอล แม้แต่ออกแบบบ้านก็มี ส่วน เครื่องยนต์ก็ซื้อมาจากออดี้ เจ้าพ่อรถแรงแห่งยุค ส่วนงานออกแบบตัวถังเป็นหน้าที่ของ DALLARA ออโตโมเบิล บริษัทรับจ้างทำตัวถังรถ F1 จากอิตาลี
เอ็กซ์-โบว์ ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ เทอร์โบ ขนาด 2,000 ซีซี เกียร์ธรรมดา 6 สปีด 270 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์นั้นสามารถผลิตแรงม้าต่อ 1,000 ซีซี ได้ถึง 135 แรงม้า ดีกว่าลัมโบกินี lp-570-4 ใหม่ที่ทำได้เพียง 109.6 แรงม้าต่อ 1,000 ซีซี น้ำหนักรวมของรถ 790 กิโลกรัม สามารถทำความเร็วจาก 0-100 ได้ในเวลา 3.9 วินาที
สำหรับรุ่นที่ผลิตออกจำหน่าย มีสองรุ่น คือ ROC และ SUPERLIGHT ผลิตจำนวนจำกัด มีเพียงไม่กี่คันในโลกและในช่วงปลายปีนี้ บริษัทคุณค่าเตรียมเปิดโครงการสถาบันสอนขับรถนวัตกรรมมืออาชีพ เรียกว่า คุณค่า อคาเดมี เริ่มต้นจากหลักสูตรสอนขับรถสปอร์ตเอ็กซ์-โบว์ เป็นเจ้าแรกที่ลงทุนใช้รถสปอร์ตที่มีสมรรถนะความแรงเหนือชั้นในการฝึกสอนขับจริงโดยมีผู้ออกแบบหลักสูตรเป็นนักขับมืออาชีพทีมเคทีเอ็มโดยตรง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเป็นหลักสูตรคุณภาพ และรับประกันว่านักขับรถที่จบหลักสูตรนี้พร้อมจะแข่ง (Ready to Race) ได้
คุณค่าจะมีกิจกรรมขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกๆ 2 เดือน โดยมีจุดประสงค์ให้นักขับสามารถมาเรียนรู้และฝึกทักษะในการขับรถสปอร์ตหรือรถแข่งอย่างถูกวิธี และเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้รักความเร็วประลองฝีมือ นอกจากนี้ถือเป็นการคัดเลือกนักขับเพื่อที่จะไปชิงแชมป์กับทีมนักแข่งจากทั่วโลกที่จัดโดยเคทีเอ็ม ที่ออสเตรียในปีหน้า



