ไลฟ์สไตล์

พร้อมแล้วครับ...แห่เทียนพรรษา๕๓

พร้อมแล้วครับ...แห่เทียนพรรษา๕๓

25 ก.ค. 2553

ปีนี้เป็นปีที่สองแล้วที่จ.สุพรรณบุรี ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรเอกชน ร่วมกันจัดงาน ประเพณีแห่เทียนพรรษา อันยิ่งใหญ่ ของเมืองขุนแผน สุพรรณบุรี ประจำปี 2553 ขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 กรกฎาคมนี้ครับ

 ในปีนี้ ทางจังหวัดมอบหมายให้แต่ละอำเภอจัดทำต้นเทียน ส่งเข้าประกวด จะเป็นแบบติดพิมพ์ แบบแกะสลัก หรือจะผสมผสานทั้งสองแบบเข้าด้วยกันก็ได้ ชิงเงินรางวัลก้อนโตเลยล่ะ...

 ขนาดของรถที่ประดับตกแต่งต้นเทียนนั้น ปีนี้จะ ใหญ่ และ ยาว กว่าเดิม คือ ความกว้างไม่ต่ำกว่า 2.50 เมตรขึ้นไป ความยาวไม่ต่ำกว่า 10 เมตรขึ้นไป ส่วนความสูงนั้นไม่เกิน 4.80 เมตร มิฉะนั้นจะติดสะพายลอย เพราะว่าสะพานลอยสูง 5 เมตร

 วัตถุประสงค์ก็เพื่อรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณี และอนุรักษ์ฟื้นฟูวัฒนธรรมอันดีงาม ของแต่ละอำเภอให้คงอยู่สืบไป

  ได้มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาให้คำแนะนำการตกแต่งต้นเทียนและรถแห่เทียนจาก วิทยาลัยช่างศิลปสุพรรณบุรี ประจำอำเภอละ ๑ คน และแต่งตั้งที่ปรึกษาให้คำแนะนำด้านการแต่งกาย และการฟ้อนรำประกอบขบวนแห่เทียนพรรษา จาก วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี ประจำอำเภอละ 1 คนเช่นกัน เพื่อให้เกิดความแตกต่างจากจังหวัดอื่นๆ ที่ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมานานแล้ว เช่น จ.อุบลราชธานี และจ.นครราชสีมา แต่ให้คงแนวเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา และนำเอาวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น มาแสดงถึงเอกลักษณ์ของสุพรรณบุรี

 สำหรับเกณฑ์ในการให้คะแนนนั้น ผมซึ่งเป็นคณะกรรมการตัดสินกับเขาด้วย ก็จะดูจาก การออกแบบรูปทรงและสัดส่วน หมายถึง ความสมส่วนของรูปทรงและความกลมกลืนของต้นเทียน ฐานต้นเทียน และองค์ประกอบ

 การสื่อความหมาย และความคิดสร้างสรรค์ หมายถึง สื่อความหมายได้ชัดเจน ถูกต้อง และเหมาะสมโดยเน้นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น และเอกลักษณ์ของจังหวัดสุพรรณบุรี มีสิ่งแปลกใหม่ พัฒนา โดยเทคนิคขบวนการวัสดุ

 ลวดลาย รูปแบบ ลวดลาย หมายถึง ความยากง่าย ความลึก ความคมชัด และความถูกต้องของลาย

 ความประณีตงดงาม หมายถึง ความมีสุนทรียภาพ คือความรู้สึกในคุณค่าของความงาม มองดูมีชีวิตชีวา เกิดความประทับใจ พึงพอใจ จากการผสมกลมกลืนของส่วนประกอบทั้งหมดของต้นเทียน

 ส่วนการประกวดขบวนฟ้อนรำนั้น จะเป็นคณะกรรมการจากนาฏศิลป์ครับ เกณฑ์การให้คะแนนก็จะดูจาก ความพร้อมเพรียงของท่ารำ, ความถูกต้องของท่ารำกับแนวคิด, ความงดงามของท่ารำ, เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย, เพลงที่ใช้ประกอบ, และความสอดคล้องของท่ารำกับเพลง

 ผมได้แอบไปดูการจัดทำรถแห่เทียนของ อำเภอด่านช้าง ซึ่งใช้สถานที่ของวัดหน่อพุทธางกูร ต.พิหารแดง มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้จัดทำรถแห่เทียนเท่าขนาดที่กรรมการกำหนดไว้เป๊ะเลย คือ กว้าง 2.50 เมตร และยาว 10 เมตร ซึ่งขนาดรถเท่านี้นับว่ามีขนาดใหญ่กว่าปีที่แล้วมาก

 ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณ สุวัฒน์ สุทธิประภา หัวหน้าผู้ควบคุมงานการจัดทำรถแห่เทียน จึงทำให้ทราบถึงกระบวนการทำงาน และความหมายของรถแห่เทียนของอำเภอด่านช้าง

 คุณสุวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า โดยภาพรวมในการสื่อความหมายของรถเทียนนี้ เราได้ทำด้านหน้าให้เป็นเอกลักษณ์ของอำเภอด่านช้าง คือ ช้างเอราวัณ ซึ่งเป็นช้างทรงของพระอินทร์ ส่วนกลางคือ แก่งกระเสียว สถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอ เป็นสัญลักษณ์ของน้ำ โดยมีปลา มีพญานาคออกมา เพื่อให้เกิดความสวยงาม ก็เอาพญาครุฑมาจับนาค ส่วนท้ายเป็นภาพพุทธประวัติ ปางอัญเชิญจุติ คือ ชาติที่เกิดเป็นพระเวสสันดร ถือว่าเป็นชาติสุดท้ายในชาดกเรื่องทศชาติ ก่อนจะไปจุติบนสวรรค์ชั้นดุสิต มีเทพเทวดาอัญเชิญสันตดุสิตเทพบุตรให้จุติมาเป็นพระพุทธเจ้า

 ส่วนต้นเทียนประธานนั้น จะแกะสลักเป็นลายกระหนกเปลว ลายกระหนกใบเทศ ผสมกลมกลืนกับภาพพุทธประวัติ ตอนประสูติเจ้าชายสิทธัตถะ มีดาบส พราหมณ์มาทำนาย พระองค์จึงแสดงปาฏิหาริย์ขึ้นเหนือศีรษะของดาบสนั้น ทั้งนี้ เพื่อให้เรื่องราวสอดคล้องกับประเพณี และเอกลักษณ์ของ อ.ด่านช้าง เราจึงจัดทำเป็นประเภทแกะสลัก มีติดพิมพ์ผสมอยู่นิดหน่อย เช่น เครื่องทรงของช้าง เทวดา โดยใช้เทียนทั้งหมดประมาณ 3 ตัน กับทีมงานทั้งหมด 10 คน

 รถแห่เทียนที่นำมาให้ชมในวันนี้ ถือเป็นการเรียกน้ำย่อยเพียงอำเภอเดียว ที่เหลืออีก 9อำเภอนั้น กำลังซุ่มทำกันอยู่ครับ รับรองว่าไม่มีใครยอมใครอยู่แล้ว ถ้าอยากจะชมทั้งหมด ต้องมาชมในช่วงเย็นของวันที่ 26 กกรฎาคมนี้ เพราะว่ารถเทียนพรรษาของทุกอำเภอ จะมาตั้งให้ประชาชนได้ชื่นชมความงาม ณ สนามด้านหน้าวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนในตอนเช้าของวันที่ ๒๗ กรกฎาคม เวลาประมาณ 07.00 น. ไปยังสี่แยกแขวงการทางสุพรรณบุรี สถานที่ซึ่งจัดไว้สำหรับทำพิธีเปิดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปี 2553 ต่อไปครับ...

http://www.oknation.net/blog/phaen