ไลฟ์สไตล์

 พลิกจังหวัดเล็กๆ ให้รุ่งเรืองยั่งยืน ด้วยการออกแบบและการสร้างแลนด์มาร์คประจำเมือง

พลิกจังหวัดเล็กๆ ให้รุ่งเรืองยั่งยืน ด้วยการออกแบบและการสร้างแลนด์มาร์คประจำเมือง

24 ก.ค. 2553

ความสำเร็จอย่างหนึ่งของทีมงาน อยู่สบาย และแต่งร้านให้ได้ล้าน คือโอกาสในการร่วมกันสร้างสรรค์ธุรกิจแนวคิดใหม่ หัวคิดก้าวหน้าร่วมกับแฟนๆ รายการผู้อ่าน ผู้ชม ที่ติดตามสื่อของเราอย่างต่อเนื่องทั้งระบบ ทั้งการชมผ่านรายการโทรทัศน์ “อยู่สบาย” “ดีไซน์นิวส์” ทางเ

 การรับรู้ข้อมูลอีกแนวทางหนึ่งคือ กิจกรรมการสัมมนา ซึ่งเราดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 9 ปีเต็ม เรามีลูกศิษย์ที่เป็นระดับเจ้าของกิจการในปัจจุบันล้นหลามมากทั้งประเทศ ทุกจังหวัด

 ทัศนคติของประชาชนเปลี่ยนไปครับ จากเดิมไม่เคยให้ความสำคัญด้านการออกแบบเลย แต่วันนี้กลายเป็นความจำเป็นไปเสียแล้ว สื่อสร้างสรรค์ทุกสื่อของเรา มีอิทธิพลในการ “เปลี่ยน” ครั้งสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำหลักคิดด้านการออกแบบมาใช้ในธุรกิจ

 วันนี้เราเห็นทุกจังหวัดเริ่มลงทุน สร้างสรรค์โครงการอันเป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดนั้นๆ โดยเฉพาะจังหวัดเล็กๆ ที่ทุกคนมองข้ามไปจากการส่งเสริม สนับสนุนเสนอแนวคิดผ่านสื่อ

 ยังมีจังหวัดต่างๆ หลายจังหวัดที่หลายคนมองข้าม  มองไม่ออกว่าจะมีโอกาสพัฒนาได้ย่างไร อันเกิดจากเงื่อนไขบางประการที่เป็นภาพลวงตา เช่น เมืองเป็นแค่เมืองผ่าน หรือทางตัน ไม่มีจุดขายระดับประเทศ  ด้านวัฒนธรรม, การท่องเที่ยว, และธรรมชาติ เศรษฐกิจก็เล็ก ไม่น่าจะขยายได้

 แต่ผมกลับมองข้ามจุดอ่อนเหล่านี้ครับ และผมมองกลับไปอีกด้านหนึ่งก็คือ จังหวัดใหญ่ๆ ก็สามารถวิกฤตได้ครับ เพราะเราเริ่มเห็นความเสื่อมโทรมจากการพัฒนาที่รวดเร็ว เมืองเหล่านั้นมีคู่แข่งทางธุรกิจมาก มีทางเลือกเยอะ การจะสร้างโครงการก็จะต้องคิดหนัก, ทุนการก่อสร้างก็แพง ปัญหาแรงงาน ปัญหาการขนส่ง ปัญหาต้นทุนวัสดุที่สูงกว่า ในขณะที่จังหวัดเล็กๆ ต่างก็ได้เปรียบหลายเรื่อง เช่น คู่แข่งน้อยหรือ แทบไม่มีเลย, มีจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ยังบริสุทธิ์ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก มีธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ มีธรรมชาติที่ยังคงรักษาสภาพเดิมๆ เอาไว้ มีรากฐานทางวัฒนธรรมที่ยังไม่โดนทำลาย และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เดินทางไปอย่างเชื่องช้า ซึ่งถือว่าเป็นเสน่ห์สำคัญของประเทศ

 แต่การพัฒนาที่ดีนั้นในความหมายของผมมิได้หมายถึง การระดมสร้างสรรค์ ยัดเหยียดความเจริญแบบไร้ทิศทางเข้าไป และไม่ควรเลียนแบบเมืองที่เสื่อมโทรมเมืองใหญ่ๆ ที่ไม่สามารถหวนคืนวันวานได้แล้ว

 กรณีบางจังหวัดการบริหารจัดการและการกำหนดนโยบายถ้าไม่ชัดเจน ผลลัพท์ก็คือ มูลค่าเมืองนั้นๆ จะลดลง ซึ่งเกิดจากปัญหาต่างๆ เช่น ปัญหาขยะ น้ำเสีย มลภาวะ แหล่งธรรมชาติเสื่อมโทรม ปัญหาธุรกิจบาป ธุรกิจอโคจรที่เห็นแต่เงิน รายได้เกิดจากการปรนเปรอทางเพศในรูปแบบต่างๆ จุดมืดดำของเมืองเหล่านี้จะทำให้เมืองเริ่มมีผลนับถอยหลัง อันเกิดจากผู้นำมองเมืองให้โตด้านเดียว ไม่ครอบคลุม 360 องศา

 จังหวัดใหม่ๆ ที่ยังไม่เจริญทางวัตถุมากแต่ยังคงมีความเจริญด้านจิตใจอยู่มีหลายเมืองครับ การพัฒนาจังหวัดเหล่านั้นจึงควรอยู่บนพื้นฐาน ความรอบคอบ ความละเอียด มีวิสัยทัศน์ในอนาคตที่ดีครับ

 มีกรณีศึกษาจากหลายประเทศครับที่ถึงแม้เมืองเหล่านั้นจะไม่มีจุดขายเลย ทั้งทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว แต่เมื่อผู้บริหารเมืองนั้น สร้างสรรค์แลนด์มาร์คขึ้นมากลับกลายเป็นจุดดึงดูดใหม่ของเมือง กลายเป็นที่ประชุมพบปะสังสรรค์ นันทนาการ จุดถ่ายรูป จุดศูนย์กลางและสัญลักษณ์ของเมือง ดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างมากมายมหาศาล เป็นที่รู้จักของคนทั้งโลก และมีความเจริญรุ่งเรืองในที่สุด

 แลนด์มาร์คของจังหวัดที่ควรปรับปรุงหรือสร้างใหม่มีดังนี้ครับ

 1. พิพิธภัณฑ์ ศูนย์ประวัติศาสตร์ เมือง

 ปัจจุบันในประเทศไทย เรามีพิพิธภัณฑ์ และศูนย์ประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ค่อยพัฒนาเท่าที่ควร ยังคงเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ไม่ดึงดูดสายตา เป็นเพียงการประยุกต์สถาปัตยกรรมไทยเท่านั้น แต่การออกแบบยุคใหม่จะต้องสร้างปรากฏการณ์ด้วย อีกทั้งมีการประสานระหว่างอดีต ปัจจุบัน และวิสัยทัศน์แห่งอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน วิธีการนำเสนอผลงาน, ศิลปะยุคเก่าก็ควรสร้างสรรค์ให้เกิดความน่าสนใจ และมีความเคลื่อนไหวกิจกรรมอยู่ตลอดเพื่อให้โครงการไม่แห้ง

 2. ศูนย์ประชุมประจำจังหวัด ระดับนานาชาติ

 เป็นอีกอาคารที่ต้องอาศัยการออกแบบที่ดี มีแม่เหล็กดึงดูด สามารถสร้างสรรค์เป็นแลนด์มาร์คระดับโลกได้ โดยอยู่ในจังหวัดที่เป็นหัวเมืองหลัก ควรมีการออกแบบใช้สอยที่ครบถ้วน ตอบสนองธุรกิจที่สอดคล้องกับท้องถิ่นนั้นๆ สามารถออกแบบเป็นอาคารสมัยใหม่ โดยสอดแทรกลักษณะเฉพาะของเมืองด้วย

 3. ศูนย์การค้า

 อาคารเชิงพานิชย์ที่ควรอยู่อย่างสมดุลในสภาพแวดล้อมของเมืองนั้นๆ ไม่ควรให้รู้สึกเป็นส่วนเกิน โดยควรบูรณาการสินค้าท้องถิ่นให้สามารถต่อยอดธุรกิจได้ด้วย ศูนย์การค้าที่สนับสนุนรากหญ้าและ SME รูปลักษณ์อาคารมีโอกาสเป็นแลนด์มาร์คได้ดีมาก แต่ควรสร้างแลนด์มาร์ค ที่ผูกมิตรกับชุมชนมากที่สุดเช่นกัน 

 4.โรงแรม, รีสอร์ท
เป็นโครงการที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างดี เหมาะสำหรับทุกเมือง ทุกจังหวัด โดยเฉพาะ
จังหวัดเล็กๆ มีโอกาสมากที่สุดเพราะ หลายจังหวัดยังไม่มีโครงการดีๆ มีคุณภาพครบวงจร อีกทั้งได้รับการออกแบบที่ดึงดูด การลงทุนสร้างสรรค์โรงแรมจะต้องพยายามนำวัตถุดิบของท้องถิ่นมาใช้ให้มากที่สุดโดยไม่เบียดเบียน และบูรณาการไอเดียไปด้วยกันในการออกแบบ ไปจนถึงการพัฒนาแรงงานท้องถิ่นที่ต้องได้รับการฟื้นฟูไปด้วย

 5.มหาวิทยาลัยและศูนย์การศึกษา
สถานที่ที่สำคัญทางการศึกษาไม่ควรจะเปิดเฉพาะผู้เรียน ควรเปิดให้บุคคลภายนอกเข้ามาทำ
กิจกรรมบ่อยครั้ง ควรออกแบบให้เป็นเอกลักษณ์ มีเสน่ห์สะท้อนลักษณะการเรียนการสอน และเอกลักษณ์ของสถานศึกษา แต่ไม่ควรมีรูปแบบซ้ำๆ ควรสร้างเอกลักษณ์พิเศษ โดยสะท้อนภาพลักษณ์ของที่ตั้งสถาบันการศึกษาในแต่ละจังหวัดด้วย

 6.สถานที่ราชการ
คร่ำครึมานานมากและควรต้องได้รับการพัฒนาที่ทำให้ส่วนราชการเป็นที่พึ่งพิงประชาชนจริงๆ
โดยประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้งานได้มากที่สุด และไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเหมือนกันทุกจังหวัด ควรนำเสนอให้เป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดจะดีกว่ารับแบบพิมพ์เขียวจากส่วนกลาง

 7.สวนสาธารณะประจำเมือง ลานกิจกรรมนันทนาการ และสนามกีฬา
คือ หัวใจของเมืองที่ต้องมีแต่ต้องได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสมเป็นแหล่งกิจกรรมของชุมชน
ที่ปลอดภัยที่สุดมีการออกแบบสตรีทเฟอร์นิเจอร์ แลนด์สเคปในรูปแบบใหม่ทันสมัย กลมกลืนไปกลับ
สภาพแวดล้อม โดยเฉพาะการออกแบบสำหรับคนทุกวัย เรียกว่า UNIVERSAL DESIGN ครับ

สำหรับท่านใดที่สนใจอยากพัฒนาเมือง, จังหวัด อำเภอ ตำบลของท่านสามารถเข้าร่วมสัมมนา
กับรายการ “อยู่สบาย”ได้  โทรศัพท์ขอรายละเอียดได้ที่  02-984-0091-2  รับจำนวนจำกัดนะครับ