ไลฟ์สไตล์

พ.ร.บ.อนามัยการเจริญพันธุ์แก้ปัญหา“เซ็กส์เสี่ยง”ทั้งระบบ

พ.ร.บ.อนามัยการเจริญพันธุ์แก้ปัญหา“เซ็กส์เสี่ยง”ทั้งระบบ

22 ก.ค. 2553

“ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” กลายเป็นเรื่องที่พูดถึงกันมากในสังคมทันที หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมดันร่างพ.ร.บ.คุ้มครองอนามัยการเจริญพันธุ์ พ.ศ...ให้มีผลบังคับใช้ เสียงหนึ่งคัดค้านเกรงจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กนักเรียนมีเซ็กส์กันมากขึ้น ขณะที่อีกเสีย

 แท้ที่จริงพ.ร.บ.ฉบับนี้มิได้มุ่งเน้นเฉพาะเรื่องการคุ้มครองนักเรียน นักศึกษาที่ท้องในระหว่างเรียนเท่านั้น ทว่ามีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนทุกเพศ ทุกวัยมีความรู้เรื่องเพศศึกษาอย่างรอบด้าน และป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยทั้งระบบ ซึ่งไม่เพียงแต่วัยรุ่นที่จำเป็นจะต้องมีความรู้ในเรื่องเหล่านี้ เพราะในความเป็นจริง การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขอันดับ 1 ของประเทศไทยมานานกว่า 10 ปีนับตั้งแต่ปี 2542 และส่งผลให้เกิดปัญหามากมาย อาทิ การติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ การป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และความรุนแรงทางเพศ

 ข้อมูลจากกรมอนามัย พบว่า ไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ “เด็กเกิดน้อย ด้อยคุณภาพ” คือ แม่ที่อยู่ในวัยรุ่นที่ควรอยู่ในระบบการศึกษามีแนวโน้มสูงขึ้นจาก 13.92% ในปี 2547 เป็น 15.55% ในปี 2551 การคลอดในสตรีที่อายุน้อยกว่า 20 ปี มีโอกาสเสี่ยงต่อการคลอดบุตรก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กิโลกรัม อีกทั้ง 46.8% ของสตรีที่ทำแท้งมีอายุต่ำกว่า 25 ปี และ 30% เป็นสตรีอายุต่ำกว่า 20 ปี ที่สำคัญ การแพร่ระบาดของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก ล้วนเป็นปัญหาจากการที่อายุการมีเซ็กส์ครั้งแรกเร็วขึ้นอายุ 15-16 ปี

 ทั้งหมดทั้งมวล ทำให้การขับเคลื่อนพ.ร.บ.คุ้มครองอนามัยการเจริญพันธุ์ต้องเข้มข้นขึ้น ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2544 โดยคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณายกร่างกฎหมายอนามัยการเจริญพันธุ์ ที่มีทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และภาคเอกชนที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับงานอนามัยเจริญพันธุ์เพื่อร่วมกันยกร่างพ.ร.บ. จนแล้วเสร็จในปี 2547 แต่การดำเนินการต้องประสบสภาพ งักๆ เงิ่นๆ จากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลายครั้ง

 ปี 2552 คณะอนุกรรมการพัฒนา ระเบียบ กฎและกฎหมายด้านอนามัยเจริญพันธุ์ ในคณะกรรมการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ได้มีการปรับปรุงร่างใหม่อีกครั้ง กระทั่งผ่านความเห็นชอบของผู้บริหารสธ. ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการทำประชาพิจารณ์ ก่อนสรุปผลและนำให้คณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายรอบสุดท้ายเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติและครม.ต่อไป

 ทว่าอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้พ.ร.บ.ยังไร้ผลในเชิงปฏิบัติ เนื่องจากเดิมทีร่างพ.ร.บ.นี้มีการกล่าวถึงประเด็นของการทำแท้งกรณีที่เกิดการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ ทำให้เกิดเสียงต่อต้านคัดค้านค่อนข้างมาก หากแต่ในร่างฉบับล่าสุดได้มีการตัดเรื่องนี้ทิ้งไป โดยน.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ สสส. บอกว่า ร่างใหม่เนื้อหาสาระจะเน้นการป้องกันปัญหาด้วยการให้ความรู้เพศศึกษาที่ถูกต้องกับประชาชน ในหลายประเทศที่มีการออกกฎหมายในลักษณะเช่นนี้ มีการพิสูจน์แล้วว่าอัตราเด็กท้องและการติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ลดลง

 ซึ่งภาพรวมของสาระต้องการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาอย่างรอบด้านครอบคลุมทั้งเรื่องการพัฒนาการของสรีระทางร่างกาย ความสัมพันธ์ระหว่างเพศ ทักษะการตัดสินใจหรือการต่อรองเมื่อจำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ทั้งเพศหญิงและชาย ทักษะการเอาตัวรอดเมื่อถูกกระทำด้วยความรุนแรงทางเพศหรือถูกละเมิดทางเพศ การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยเมื่อต้องมีเพศสัมพันธ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากตั้งครรภ์โดยที่ไม่พร้อมจะต้องทำอย่างไร เป็นต้น

 “การไล่เด็กที่ตั้งครรภ์ออกจากการศึกษาแบบที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้ตัวเลขเด็กตั้งครรภ์ลดลง แต่กลับลงโทษเด็กจนเสียอนาคต” นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว  

สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.

- สถานบริการสาธารณสุขจัดให้มีการปรึกษาหรือบริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์อย่างเหมาะสม มีคุณภาพและได้มาตรฐาน
- สถานศึกษาจัดให้มีการสอนเพศศึกษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับวุฒิภาวะและวัยของผู้เรียน
- ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานของรัฐหรือนายจ้างภาคเอกชนต้องไม่กระทำการใดอันเป็นการขัดขวางการลาคลอดตามระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด
- ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานของรัฐ หรือนายจ้างภาคเอกชนมีหน้าที่ต้องป้องกันไม่ให้มีการกระทำใดๆ อันเป็นการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนทางเพศต่อผู้ใต้บังคับบัญชาหรือลูกจ้าง
- ในกรณีที่สถานศึกษามีหญิงตั้งครรภ์นั้นอยู่ระหว่างศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาต้องอนุญาตให้หญิงมีครรภ์ศึกษาต่อในระหว่างตั้งครรภ์และกลับไปศึกษาต่อภายหลังคลอดบุตรแล้วได้
- ให้สถานศึกษาพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถสอนและให้การปรึกษาด้านอนามัยการเจริญพันธุ์และเพศศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐาน

0 พวงชมพู ประเสริฐ 0