ไลฟ์สไตล์

กล้วยไม้กับความรัก (3)

กล้วยไม้กับความรัก (3)

23 ก.ค. 2553

เมื่อวันที่ 23 เดือนกันยายน พ.ศ.2552 ปีที่ผ่านมา ฉันได้รับเชิญให้ไปเป็นประธานกล่าวเปิดงานประชุมกล้วยไม้ของกลุ่มประเทศในภูมิภาควัฒนธรรมตะวันตก ครั้งที่ 15 ที่เมือง Dresden ซึ่งอยู่ตอนเหนือของประเทศเยอรมนี โดยมีประชาชนจากประเทศต่างๆ ประมาณ 1.1 หมื่นคน ไปร่

 วันนั้นฉันได้พบศาสตราจารย์คนหนึ่งจากมหาวิทยาลัยในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน 
 ท่านผู้นี้ได้ตรงมานั่งคุยกับฉัน พร้อมเล่าให้ฟังว่าตัวเขาเองได้นำบรรดาอาจารย์จากมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น เหมารถโค้ชทั้งคันมาจากกรุงสตอกโฮล์ม เพื่อมาฟังฉันโดยเฉพาะ นอกจากนั้นเขายังเล่าอีกว่า คืนก่อนหน้านั้นเขานอนไม่หลับเพราะใจจดใจจ่อที่ต้องการมาฟังฉันพูด แถมยังมอบอีเมลเขาเพื่อให้ฉันส่งบทความต่างๆ ไปให้เขาศึกษาหาความรู้อีกด้วย

 ฉันนึกถึงคำพูดประโยคหนึ่ง ซึ่งกล่าวฝากไว้ขณะนั้นว่า “จากสายธารเพชรถึงหยดน้ำตา” ซึ่งแสดงถึงจิตวิญญาณอันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ซึ่งส่งถึงซึ่งกันและกันได้

 มันไม่ใช่หยดน้ำตาของความเสียใจ หากเป็นหยดน้ำตาของความเมตตาปรานีที่จิตใจมนุษย์มอบให้แก่กัน  
 การหยั่งรู้คุณค่าของชีวิตตัวเองที่สานถึงชีวิตเพื่อนมนุษย์ทุกคนได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้ไม่ต้องมีภาษาจากข้อเขียนหรือคำพูด เราก็เข้าใจกันได้ไม่ยาก

 เอาล่ะ ฉันจะนำเอาเรื่องราวของการเรียนรู้ระหว่างมนุษยชาติโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือที่มันเป็นเพียงสิ่งสมมติ หากใช้จิตใจซึ่งเป็นของจริงออกมาแสดงให้สามารถรู้ซึ่งกันและกันได้เอง แม้กระทั่งคนต่างชาติต่างภาษาก็สามารถเข้าใจกันได้

 แล้วประสาอะไร ที่เราต่างก็เป็นคนไทยด้วยกันแท้ๆ แต่ยอมให้คนอื่นเขาปรามาสว่า “ใกล้เกลือกินด่าง”
 แทนที่ฉันจะรู้สึกดีใจ กลับรู้สึกเศร้าสลดใจอย่างที่สุด เพราะเราเป็นคนชาติเดียวกัน กายและใจอยู่ใกล้กันมานานกว่าคนอื่น แถมมีจิตวิญญาณที่ควรหยั่งรากลงลึกสู่แผ่นดินถิ่นเกิดด้วยการรู้ถึงบุญคุณของชาติบ้านเมือง แต่ไฉนกลับกลายเป็นเรื่องกล้วยไม้ให้คนทั่วโลกเขาปรามาสว่า “คนไทยมีของดีแล้วไม่รู้จักคุณค่า”

 แม้แต่ความเป็นประชาธิปไตยซึ่งองค์พระประมุขของเราทรงมีอยู่ในจิตวิญญาณมาตั้งแต่ประวัติศาสตร์ ถ้าเรารู้สึกสังหรณ์ใจสักหน่อยว่า ไม่เช่นนั้นแล้วจะสามารถปกครองให้พสกนิกรอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข แม้แต่การกู้ชาติบ้านเมืองได้สำเร็จ แล้วตัวเราเองจะไม่รู้สึกอดสูกระนั้นหรือ

 ต่อไปนี้คือคำกล่าวที่นำไปเสนอต่อที่ประชุม แต่อย่าลืมเมื่อฟังแล้วควรทำความเข้าใจให้มันลึกซึ้งยิ่งขึ้น แทนที่จะคิดดูถูกกระทั่งสิ่งที่มองเห็นอยู่ขณะนั้นมันกลายเป็นเรื่องอื่นไปได้ยังไง

"ระพี สาคริก"