ไลฟ์สไตล์

กลุ่มเลี้ยงแพะเชิงธุรกิจ"บ้านไร่ใหญ่" 
ยึดหลัก 5 ดีสอน"วิชาแพะ"ครบวงจร

กลุ่มเลี้ยงแพะเชิงธุรกิจ"บ้านไร่ใหญ่" ยึดหลัก 5 ดีสอน"วิชาแพะ"ครบวงจร

22 ก.ค. 2553

ชุมชนบ้านไร่ใหญ่ ชาวบ้านส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม แพะ จึงเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดเดียวที่นิยมเลี้ยงกันมากในหมู่ชุมชนมุสลิมแห่งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์หลักทั้งเพื่อการบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้ของครอบครัว แม้ในอดีตจะใช้วิธีเลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติเพื่อการบริโภค

  กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรอำเภอเหนือคลอง จึงเป็นหน่วยงานแรกๆ ที่เข้ามาดูแลสนับสนุนให้ชาวบ้านในชุมชนจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงแพะครบวงจรเพื่อให้ง่ายต่อการส่งเสริมและสนับสนุนในด้านต่างๆ โดยมีแกนนำคนสำคัญ "เอกสิทธิ์ ศรีรักษ์" ที่ปัจจุบันรั้งตำแหน่งประธานกลุ่ม ในฐานะผู้บุกเบิกการเลี้ยงแพะเชิงพาณิชย์แบบครบวงจร ซึ่งเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่เป็นแบบอย่างให้แก่คนในชุมชน จนมาถึงทุกวันนี้

 "ผมเริ่มต้นเลี้ยงอย่างจริงจังในปี 2545 คือทำอาหารเอง ผสมพันธุ์เอง ของผมเป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างพันธุ์พื้นเมืองกับแองโกล ข้อดีคือ เลี้ยงง่าย โตไว ขุนแค่ 3 เดือนก็ขายได้แล้ว เฉลี่ยอยู่ที่ 15-18 กิโล ขณะที่พันธุ์พื้นเมือง 3 เดือนแค่ 10-12 กิโลเท่านั้น ในขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงเท่ากัน ส่วนราคาขายตอนนี้อยู่ที่กิโลละ 130-150 บาท มีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 2-3 หมื่นบาท บอกได้เลยว่าตอนนี้แพะเลี้ยงผม ไม่ใช่ผมเลี้ยงแพะนะ"

 เอกสิทธิ์ ศรีรักษ์ ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงแพะบ้านไร่ใหญ่ เผยที่มา ก่อนจะมารวมตัวจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงแพะอย่างเป็นทางการเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมาหรือในปี 2548 โดยการส่งเสริมและสนับสนุนจากสำนักเกษตรอำเภอเหนือคลอง ที่เน้นการช่วยเหลือในเรื่องระบบการเลี้ยง เช่น พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ความรู้เทคโนโลยีและการตลาด มีการสำรวจจำนวนประชากรแพะปีละ 2 ครั้ง มีการพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ การสลับเปลี่ยนพ่อพันธุ์ระหว่างสมาชิกภายในกลุ่ม ปัจจุบันมีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 20 ราย

 แม้ว่าจะได้แพะพันธุ์ดี แต่หากอย่างอื่นไม่ดีก็อาจมีปัญหาอื่นๆ ตามได้ ซึ่งในส่วนนี้ทางปศุสัตว์อำเภอเหนือคลองได้ส่งเจ้าหน้าที่มาร่างหลักสูตรการสอนให้แก่สมาชิกของกลุ่ม ชื่อว่า "วิชาแพะ" ซึ่งประกอบด้วย 5 ดีได้แก่ พันธุ์ดี อาหารดี โรงเรือนดี การจัดการดี และควบคุมโรคดี หากสมาชิกดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว การเลี้ยงแพะในเชิงพาณิชย์ก็จะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

 "องค์ประกอบ 5 ดีนั้น อาหารถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับการเลี้ยงเชิงพาณิชย์ เพราะถ้าเราผลิตอาหารเองได้จะช่วยในเรื่องต้นทุนได้มากทีเดียว อย่างอาหารทางสมาชิกกลุ่มก็ผลิตเอง ใช้ทางปาล์มเป็นวัตถุดิบหลัก ส่วนผสมประกอบด้วยทางปาล์มบดละเอียด 100 กิโล ยูเรีย 2 กิโล น้ำ 2 กิโล เกลือ 2 กิโล นำมาคลุกเคล้ากันจากนั้นอัดให้แน่นหมักไว้ประมาณ 21 วัน จึงนำมาให้แพะกิน เพราะอาหารหลังหมักจะช่วยเพิ่มโปรตีนอีกประมาณ 17-18% ถ้าเป็นทางปาล์มสดจะมีแค่ 5-6% เท่านั้น" ประธานกลุ่มเผยข้อมูล

 ทางด้าน ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรอบยุทธศาสตร์พัฒนาพันธุ์แพะในเชิงพาณิชย์เพื่อรองรับตลาดมุสลิมในงานวันแพะแห่งชาติ ครั้งที่ 7 ว่าเนื่องจากแพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีความสำคัญของประเทศ กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำยุทธศาสตร์สินค้าเกษตรเพื่อเป็นกรอบในการพัฒนา ให้สามารถสนองตอบต่อความต้องการของตลาดในกลุ่มผู้บริโภคมุสลิมทั้งในและต่างประเทศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ อีกทั้งการเลี้ยงแพะยังมีต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับการเลี้ยงโค-กระบือ 

 นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวของสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงแพะเชิงพาณิชย์ครบวงจรบ้านไร่ใหญ่ ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ที่วันนี้มีรายได้จากการเลี้ยงแพะไม่แพ้อาชีพหลักอย่างการทำสวนปาล์มน้ำมันและยางพารา

"สุรัตน์ อัตตะ"