ไลฟ์สไตล์

"ซัมซุง"เพิ่มลงทุนโรงงานในไทย

"ซัมซุง"เพิ่มลงทุนโรงงานในไทย

20 ก.ค. 2553

ซัมซุงเดินหน้าขยายการลงทุนสร้างโรงงานในไทยแทนเวียดนาม หวังเพิ่มกำลังการผลิตอีก 3 เท่ารองรับตลาดที่ยังเติบโตได้อีก พร้อมเป็นฐานส่งออกไปทั่วโลก ตั้งเป้าปีนี้ยอดขายทะลุ 2 แสนยูนิตขึ้นอันดับ 1 ของตลาด

 น.ส.ศศิธร กู้พัฒนากุล ผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจเครื่องปรับอากาศ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดเครื่องปรับอากาศในประเทศไทยมีการขยายตัวสูงมาก จากสภาวะอากาศที่ร้อนจัด และจากอัตราการครอบครองที่มีเพียง 18% ของประชากรซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับทีวี ที่มีอัตราการถือครองมากกว่า 90% ทำให้บริษัทแม่ซัมซุงที่เกาหลีตัดสินใจขยายการลงทุนในไทยแทนเวียดนาม โดยขณะนี้บริษัทกำลังซื้อพื้นที่เพิ่มเติมที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานเครื่องปรับอากาศในปัจจุบัน เพื่อสร้างโรงงานอีกแห่ง  

 นายสมพร จันกรีนภาวงศ์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังจากบริษัทแม่ได้ทำการสำรวจตลาดใน 3 ประเทศคือ ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย แต่ด้วยศักยภาพของตลาดทั้งในแง่ของขนาด การขาย และผู้บริโภคที่ดีกว่าเวียดนาม ทำให้บริษัทแม่ตัดสินใจเลือกไทย และโรงงานแห่งที่ 2 นี้ จะเป็นฐานการส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเอเชีย ยุโรป รัสเซีย และตะวันออกกลาง

 “นักลงทุนเกาหลีไปลงทุนในเวียดนามค่อนข้างเยอะ แต่ตลาดแอร์ในไทยมีศักยภาพกว่า แม้ที่ผ่านมาไทยจะมีปัญหาเรื่องการเมืองอยู่บ้าง แต่บริษัทแม่ก็ยังมีความมั่นใจ” นายสมพรกล่าวและว่า หากโรงงานแห่งใหม่แล้วเสร็จจะส่งผลให้ซัมซุงมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่า หรือประมาณ 1.5 ล้านยูนิตต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 8 แสนยูนิต และคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องได้ต้นปีหน้า

 สำหรับภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา พบว่าตลาดแอร์เติบโตถึง 79% ในแง่ของยูนิต และโต 62% ในส่วนของมูลค่าโดยเป็นผลมาจากภาวะอากาศที่ร้อนจัด และราคาที่ถูกลงจากการปรับลดภาษีสรรพสามิตเหลือ 0% ส่วนของซัมซุงในช่วงครึ่งปีแรกมีอัตราการเติบโตเกินกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยทั้งปีนี้คาดว่าจะโตประมาณ 30% หรือ 2 แสนยูนิต คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 20% ขึ้นเป็นอันดับ 1 แซงหน้ามิตซูบิชิ อิเล็กทริค ส่วนแผนการตลาดในครึ่งปีหลังเน้นรุกตลาดระดับพรีเมียม และเพิ่มช่องทางการขายที่เป็นร้านค้ามากขึ้น จาก 30 แห่ง เป็น 80 แห่ง พร้อมกับรุกการทำตลาดในส่วนของบีทูบีมากขึ้นด้วย