
เซี่ยงไฮ้ เอ็กซ์โป2010ฉายภาพเมืองน่าอยู่เพื่อชีวิตที่ดีกว่า
เดอะ เวิลด์ เอ็กซ์โปซิชั่น (เอ็กซ์โป) 2010 ซึ่งจัดขึ้นที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 ตุลาคม ปีนี้ ต้องถือเป็นงานเอ็กซ์โปครั้งประวัติศาสตร์ในโอกาสอันน้อยนิดที่ประเทศกำลังพัฒนาได้เผยอขึ้นมาเป็นเจ้าภาพ
เพราะตั้งแต่งานเอ็กซ์โปครั้งแรกจัดที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อ ค.ศ.1851 (พ.ศ.2394 ) อีก 160 ปี ต่อมา ขาประจำที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานเอ็กซ์โป ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี แคนาดา สเปน เบลเยียม ญี่ปุ่น
อย่างไรก็ดี มังกรที่กำลังตื่นอย่างจีนได้ประกาศศักดาในการจัดงานเอ็กซ์โป 2010 อย่างเต็มที่ ด้วยการสร้างประวัติการณ์ใช้พื้นที่จัดงานใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการจัดงานเอ็กซ์โป จีนใช้พื้นที่ริมสองฝั่งของแม่น้ำหวงผู้เจียง ถึง 3,300 ไร่ในการจัดงาน ทั้งที่เป็นพื้นที่ใจกลางเมือง ขณะที่ประเทศเจ้าภาพอื่นๆ ไม่สามารถจัดงานเอ็กซ์โปในเมืองได้เพราะต้องใช้พื้นที่มาก แต่จีนทำได้เป็นครั้งแรกเพราะที่ดินทุกตารางนิ้วในประเทศนี้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐบาล หลังจากรู้ว่า ตัวเองได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเอ็กซ์โป 2010 รัฐบาลจีนได้เวนคืนที่ดินริมแม่น้ำหวงผู่เจียง เพื่อปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นสถานที่จัดงานเอ็กซ์โปที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
คอนเซ็ปต์การจัดงานเอ็กซ์โป ที่เซี่ยงไฮ้ คือ “เมืองที่ดีกว่าเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น“ (Better City Better Life) ขณะที่จีนเองก็กำหนดทิศทางเดินในอนาคตของตัวเองแล้วว่า จะสลัดคราบจากการเป็นประเทศอุตสาหกรรมราคาถูกแต่สกปรกไปสู่ “Green City“ โดยนำร่องที่เมืองเซี่ยงไฮ้ซึ่งกำลังถูกผ่าตัดผังเมืองอย่างต่อเนื่อง ทุบทิ้งอาคารเก่าในแนวราบสร้างเป็นอาคารสูงเพื่อประหยัดพื้นที่ แล้วนำไปสร้างเป็นสวนสวย ถนนหนทางที่กว้างขวาง ทางเดินที่สง่างามแทน
เพราะฉะนั้น สถาปัตยกรรมในงานเอ็กซ์โปจึงได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน ทุกประเทศและองค์กรระหว่างประเทศที่เข้าร่วมงานประมาณ 230 แห่ง ก็จะจัดอาคารจัดแสดงของตัวเอง หรือที่เรียกว่า พาวิลเลียน ให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ รวมถึง ไทยแลนด์ พาวิลเลียน ก็นำเสนอเสนอภาพชีวิตที่น่าอยู่ของคนไทยที่ผูกพันกับสายน้ำ วัฒนธรรม ประเพณีและธรรมชาติตั้งแต่ในอดีต
ไทยแลนด์ พาวิลเลียน หรือที่เรียกว่า ศาลาไทย อยู่ภายใต้การดำเนินการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งได้มอบหมายให้บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ เป็นผู้รับผิดชอบจัดสร้างศาลาไทยและออกแบบส่วนจัดแสดงภายใน 3 ห้อง ด้วยงบประมาณ 599 ล้านบาท ศาลาไทยในพื้นที่ 2 ไร่ ตกแต่งอย่างวิจิตรตระการด้วยศิลปะแบบไทย โดยเฉพาะทางเข้าสะดุดด้วยยักษ์อินทรชิตและลันถันที่จำลองมาจากวัดแจ้ง ซึ่งถูกจับจองรอคิวถ่ายรูปไม่ได้ขาด ทำให้ศาลาไทยเป็น 1 ใน 7 พาวิลเลียน ที่ได้รับความนิยมเข้าชมสูงสุด อันได้แก่ พาวิลเลียนของฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมนี อเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และศาลาไทย
ภายในศาลาไทยมีห้องจัดแสดง 3 ห้อง ส่วนแรกจัดแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตคนไทยที่ผูกพันกับสายน้ำตั้งแต่ในอดีต ในชื่อการแสดงว่า “จากต้นสายแหล่งกำเนิด“ ใช้จอไฮโดรสกรีน 360 องศา และจอภาพใต้น้ำขนาดใหญ่ พร้อมเทคนิคพิเศษ ถ่ายทอดภาพชีวิตความเป็นอยู่ของวัฒนธรรมไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันได้อย่างสวยงาม
ห้องถัดมาจัดแสดงความสัมพันธ์ไทยจีนอันยาวนาน โดยการเล่าเรื่องผ่านหุ่นยนต์ยักษ์ ”อินทรชิต“ สูงกว่า 3.5 เมตร ผ่านทางจอภาพพาโนรามาขนาดใหญ่ 270 องศารอบด้าน ทำให้ผู้เข้าชมได้ประสบการณ์เหมือนจริง และห้องสุดท้ายจัดฉายภาพยนตร์ 4 มิติ นำเสนอเรื่องราวของแผ่นดินไทยที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งทุกห้องจัดแสดงที่ตระการตานั้น สามารถเรียกความสนุกสนานจากผู้เข้าชมได้เป็นอย่างดี
นายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเดินทางไปประกาศความสำเร็จของศาลาไทย เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ให้ข้อมูลว่า รัฐบาลจีนได้เปิดให้เข้าชมงานฟรีระหว่างวันที่ 20-26 เมษายน ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการทดลองระบบ ปรากฏว่า มีผู้เข้าชมศาลาไทยจำนวนมากจนต้องต่อคิวนานกว่า 3 ชั่วโมง ขณะที่สื่อท้องถิ่นของจีนก็ให้ความสนใจมาทำข่าวศาลาไทย รวมทั้งมีบุคคลสำคัญในพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาเยี่ยมชมด้วย
ทั้งนี้ เมื่อเปิดงานเอ็กซ์โปอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1-14 พฤษภาคม ศาลาไทยต้อนรับผู้เข้าชมไปแล้วทั้งหมดเกือบ 4 แสนคน คิดเป็น 15% ของผู้เข้าชมงานทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าเป้าที่เราตั้งไว้ ว่า ตลอด 6 เดือนจะมีผู้เข้าชมร้อยละ 10% หรือเท่ากับ 7 ล้านคน จากจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด 70 ล้านคนที่จีนตั้งเป้าไว้
“เราต้องการแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีความพร้อมด้านการท่องเที่ยว ลงทุน การร่วมงานเอ็กซ์โปนั้น เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวอย่างมาก โดยเฉพาะลูกทัวร์จีนซึ่งมาเยือนไทยเป็นอันดับหนึ่ง นอกจากนั้น ประเทศไทยยังได้เสนอขอเป็นเจ้าภาพจัดงานเอ็กซ์โปต่อจากประเทศอิตาลี แต่ก็ต้องแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ที่เสนอตัวเช่นกัน เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฟิลิปปินส์ หากประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเอ็กซ์โปจริง จะต้องใช้งบเป็นหมื่นล้านรองรับ" นายอิสสระ กล่าว
รัฐบาลจีนใช้งบจัดงานเอ็กซ์โปครั้งนี้กว่า 1.5 ล้านล้านบาท เพื่อหวังกำไรในรูปแบบต่างๆ ที่จะได้กลับคืนมา แต่เป้าหมายในด้านสังคมอย่างหนึ่งคือ ต้องการสร้างวัฒนธรรมการเข้าคิวและยกระดับมารยาทสังคมให้แก่ประชาชนของตัวเอง ซึ่งแน่นอนเป็นผู้เข้าชมกลุ่มใหญ่ของงานเอ็กซ์โป 2010 เนื่องจากคุณภาพประชากรเป็นรากฐานของการสร้าง Better City Better Life ส่วนประเทศไทยกลับถอยหลังเข้าคลองทุกวันกับความเห็นที่แตกต่างและความเห็นแก่ตัวของคนบางกลุ่ม
0สุพินดา ณ มหาไชย0



