ไลฟ์สไตล์

สช.ล้อมคอกนร.ตีกัน-ชงทำระบบดูแลนร.ใกล้ชิด

สช.ล้อมคอกนร.ตีกัน-ชงทำระบบดูแลนร.ใกล้ชิด

20 ก.ค. 2553

เลขาธิการ กช.ล้อมคอกนักเรียนตีกัน เสนอทำระบบดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด จี้สถานศึกษาทำข้อมูลเด็กกลุ่มเสี่ยง พร้อมกวดขันพฤติการการแต่งกาย

 เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2553  นายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ( กช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่19 ก.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้จัดประชุมร่วมกับผู้บริหารโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อกำหนดแนวทางร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักศึกษา ซึ่งได้กำหนดแนวทางแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน 3 แนวทาง ดังนี้ 1.จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยทุกสถานศึกษาจะต้องมีข้อมูลพื้นฐานของนักเรียน นักศึกษา มีการคัดกรองแบ่งประเภทนักเรียน นักศึกษาที่อยู่กลุ่มเสี่ยง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วกลุ่มเสี่ยงจะมีเพียง 1-2% เท่านั้น ทั้งนี้ หากสถานศึกษามีข้อมูลเหล่านี้แล้วจะทำให้การติดตามดูแลช่วยเหลือมีระบบมากบิ่งขึ้น โดยเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญและเป็นนโยบายของ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้เน้นย้ำ โดย สช.กำหนดเป้าหมายว่าในปีงบประมาณ 2554 หรือภาคเรียนที่ 2/2553 นี้ จะวางระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างจริงจัง

 2.บูรณาการหลักสูตรการเรียนการสอน ในเรื่องพลเมืองศึกษาที่จะต้องนำมาบรรจุในหลักสูตรเพื่อนำมาสอนเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมแก่ผู้เรียน นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่าควรจะต้องเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายเบื้องต้น เนื่องจากพบว่าการก่อเหตุของนักเรียน นักศึกษาส่วนใหญ่นั้นทำไปโดยไม่ยั้งคิดอีกทั้งไม่รู้ไม่เข้าใจว่าการก่อเหตุที่รุนแรงนั้นจะต้องได้รับการลงโทษทางกฎหมายอย่างไร จึงจะต้องสอนเรื่องนี้ให้เขารู้และเข้าใจเกรงกลัวรวมไปถึงนำนักเรียน นักศึกษาไปดูความเป็นอยู่ของผู้ที่หลงกระทำผิดที่อยู่ในสถานพินิจ หรือบ้านเมตตาเพื่อให้เกิดความตระหนักมากขึ้น และ3.เน้นย้ำทุกโรงเรียนให้กวดขันเรื่องการแต่งกายเครื่องแบบ ที่ส่อไปในทางยั่วยวนว่าควรจะเข้มงวดมากกว่านี้

 “ที่ผ่านมาโรงเรียนได้มีการกำหนดมาตรการของโรงเรียนอยู่แล้วแต่อาจจะยังไม่ได้ผลดี แต่ในครั้งนี้เราจะแบ่งโซนร่วมกันรับผิดชอบออกเป็น 4 โซนครอบคลุมโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนทั้งหมด 101 โรง โดยจะร่วมกันดูแลติดตาม ร่วมกับผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม แม้ครั้งนี้โรงเรียนเอกชนมาประชุมไม่ครบทั้งหมดแต่ผมก็ได้เน้นย้ำแล้วว่าหากมีเหตุการณ์การทะเลาะวิวาทผมจะเอาจริงจังในการลงโทษแน่นอนซึ่งหากก่อเหตุซ้ำซากสั่งหยุดการรับนักเรียนแล้วไม่ดีขึ้นก็จะถึงขั้นสั่งปิดโรงเรียน นี่เป็นความรับผิดชอบเพราะว่าเยาวชนถือเป็นภาพลักษณ์ของประเทศที่เราต้องร่วมกันดูแล จะเสนอแนวทางแก้ปัญหาทั้ง 3 ประการนี้ต่อที่ประชุม 5 องค์กรหลักอีกครั้งเพื่อที่จะสรุปเป็นแผนภาพรวมการแก้ปัญหาดังกล่าวให้เป็นแนวทางเดียวกันไม่แยกส่วน ”นายชาญวิทย์ กล่าว