ไลฟ์สไตล์

องคมนตรีแนะกกอ.ทบทวนกระจายอำนาจสู่มหาวิทยาลัย

องคมนตรีแนะกกอ.ทบทวนกระจายอำนาจสู่มหาวิทยาลัย

19 ก.ค. 2553

องคมนตรีแนะกกอ.ทบทวนการกระจายอำนาจสู่มหาวิทยาลัย ติงควรมองด้วยว่าอะไรกระจายได้ อะไรกระจายไม่ได้ ขณะที่รมช.ศธ.จี้สภามหาวิทยาลัยคุมเข้มการผลิตบัณฑิต ชี้มหาวิทยาลัยเดินหน้า ประเทศก้าวหน้า แต่หากม.ถอยหลัง ประเทศล่มจม

เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2553  ที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่ประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย(ทกสท) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอดุมศึกษา(สกอ.) กระทรวงศึกษาธิการ จัดประชุมวิชาการ เรื่อง “บทบาทของกรรมการสภามหาวิทยาลัยในการปฎิรูปอุดมศึกษา” โดยมีนายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง บทบาทขอกรรมการสภามหาวิทยาลัยต่ออุดมศึกษาไทย และศ.นพ.จรัสวรรณเวลา นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,ศ.คลินิกนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี บรรยายพิเศษเรื่อง “กรรมการสภามหาวิทยาลัยกับการปฏิรูปการศึกษา”

 นายไชยยศ กล่าวตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยจำนวนมาก ทำให้สภามหาวิทยาลัยบางแห่งปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้ จึงทำให้เกิดปัญหาว่า มีมหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตที่ไม่ตรงกับความต้องการของประเทศ ทั้งในแง่ของปริมาณการผลิตยังขาดแคลนบางสาขา แต่บางสาขาก็มีบัณฑิตจบออกมามากเกินไป ทำให้บัณฑิตตกงาน รวมทั้งคุณภาพบัณฑิตในบางสาขาหรือบางสถาบันอ่อนด้อยกว่ามาตรฐานนานาชาติ ดังนั้น บทบาทของสภามหาวิทยาลัย ต้องทำให้มหาวิทยาลัยตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนเองในทุกๆด้าน เพราะสภามหาวิทยาลัยถือเป็นเสมือนจุดเชื่อมระหว่างมหาวิทยาลัยกับสังคมภายนอกและประเทศชาติ ขณะเดียวกันต้องทำหน้าที่สะท้อนความต้องการของสังคมไปสู่ภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยเป็นโครงสร้างหลักของอุดมศึกษาจึงมีความสำคัญต่อประเทศชาติ หากมหาวิทยาลัยเข้มแข็ง ชาติก็จะเข้มแข็ง แต่หากมหาวิทยาลัยอ่อนแอสังคมก้จะนำชาติตกต่ำ เพราะฉะนั้น สภามหาวิทยาลัยต้องวางยุทธศาสตร์ กำหนดนโยบายของมหาวิทยาลัย กำกับดูแลให้มหาวิทยาลัยดำเนินการตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ ดำเนินการตามระเบียบต่าง ๆ ที่วางไว้ โดยเฉพาะเกณฑ์มาตรฐานด้านคุณภาพการศึกษาและวิชาชาชีพ” นายไชยยศกล่าว

 ศ.นพ.เกษม กล่าวว่า เห็นด้วยที่สกอ.มีหน้าที่มอบนโยบาย เป็นหน่วยงานเล็กๆและ พยายามกระจายอำนาจให้กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่สิ่งที่สกอ.ควรกระจายแก่มหาวิทยาลัยไม่ใช่การกระจายอำนาจแต่ควรเป็นการเพิ่มภาระงานให้กับมหาวิทยาลัย ดังนั้น เห็นว่าสกอ.หรือแม้แต่คณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) ต้องทบทวนเรื่องการกระจายอำนาจว่ามีอะไรบ้างที่ต้องกระจายความรับผิดชอบให้มหาวิทยาลัย  อีกทั้งต้องดูว่าอะไรที่กระจายอำนาจได้ และอะไรที่กระจายอำนาจไม่ได้

 "สิ่งที่อยากเห็นจากผู้ที่มาดำรงตำแหน่งสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี คณบดีและหัวหน้าภาควิชาต่างคือ เมื่อมีโอกาสเข้ามาทำงานแล้ว ให้ถือว่าเป็นโอกาสทองของชีวิตที่จะมารับใช้ ตอบแทนแผ่นดิน และต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ไม่ใช่เวลา 4 ปีที่เข้ามารับตำแหน่งกลายเป็นเวลาที่ศูนย์เปล่า เพราะหากมหาวิทยาลัยไม่เกิดการพัฒนา และเท่ากับว่ามหาวิทยาลัยไม่มีความเจริญก้าวหน้า และถ้ามหาวิทยาลัยไม่เจริญก้าวหน้าก็หมายถึงประเทศไม่เจริญก้าวหน้าเช่นเดียวกัน"ศ.นพ.เกษม กล่าว 

  ศ.ดร.วิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ม.วลัยลักษณ์ ม.เทคโนโลยีสุรนารีและม.สุโขทัยธรรมาธิราชมีนายกสภามหาวิทยาลัยคน เดียวกัน คือตนเอง และได้ทำข้อเสนอแนะแนวทางการปฏิรูปสภามหาวิทยาลัยเพื่อนำเข้าสู่ที่ ประชุมสภาซึ่งข้อเสนอหนึ่งคือให้มีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือก นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยเนื่องจากที่ผ่านมาการให้ อธิการบดีเข้ามาป็นผู้เลือกนายกสภามหาวิยาลัยและกรรมการเป็นสิ่งที่ไม่ถูก ต้องเพราะผู้ถูกกำกับเลือกผู้กำกับเอง จึงไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องนัก ซึ่งทุกคนเห็นกับข้อเสนอดังกล่าวแต่ยังไม่มีการดำเนินการในเรื่องนี้มากนัก นอกจากนี้ยังควรมีระบบประเมินผลสภามหาวิทยาลัยซึ่งคงไม่ใช่การประเมินแบบ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.)และสำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.)ที่เขามานับองค์ประชุมของกรรมการ แต่จะต้องเป็นประเมินผลงาน ประมินสาระว่าได้มีการนำมติของสภามหาวิทยาลัยไปดำเนินหรือไม่

 ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวคิดของศ.นพ.เกษม ที่ว่าสกอ.และกกอ.จะต้องกลับมาทบทวนบทบาทการทำงานของตัวเอง โดยจะต้องลดบทบาทในเรื่องการสั่งการลงให้เหลือเพียงการกำหนดเป้าหมาย ส่วนวิธีการดำเนินงานก็ให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งคิดเองว่าจะทำอย่างไรเพื่อไป สู่เป้าหมายที่กำหนด ส่วนจะมีแนวทางอย่างไรนั้นเรื่องนี้ต้องถือเป็นหน้าที่ของสกอ.ที่ต้องกลับไปทบทวน