ไลฟ์สไตล์

ครม.เศรษฐกิจมีมติยุติสัญญาร่วมการงานระบบ2จี

ครม.เศรษฐกิจมีมติยุติสัญญาร่วมการงานระบบ2จี

19 ก.ค. 2553

ครม.เศรษฐกิจเห็นชอบยุติสัญญาสัมปทานมือถือระบบ 2 จี เปลี่ยนเป็นให้กทช.ออกใบอนุญาตแทน ตั้งคณะกรรมการศึกษา ให้ไอซีทีเป็นเจ้าภาพเร่งหาข้อยุติจ่ายเงินค่าต๋งรัฐภายใน 1 เดือน พร้อมให้รับฟังเสียงจากเอกชนด้วย

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เห็นชอบตามแนวทางที่กระทรวงการคลังและกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในการยุติสัญญาสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามแผนแม่บทไอซีที ฉบับที่ 2 ซึ่งเป็นสัญญาร่วมการงานเดิมระบบ 2 จี โดยให้เปลี่ยนเป็นใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) หรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทสช.) แทน และมีอายุและค่าธรรมเนียมที่เท่าเทียมกัน รวมทั้งเห็นชอบให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงไอซีทีกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางปฎิบัติและขับเคลื่อนการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2553

 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งมี รมว.ไอซีที เป็นประธาน โดยมีกระทรวงการคลังและผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการร่วมพิจารณารูปแบบการประกอบกิจการที่เป็นการแข่งขันเสรีและเป็นธรรม โดยไม่ให้กระทบสิทธิทางกฎหมายตามสัญญาและรายได้ตามสัมปทานที่แต่ละฝ่ายมีอยู่ และให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของรัฐที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าที่สุด โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อเสนอต่อครม.และรัฐบาลจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปหารือกับกทช.ต่อไป

 “ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดในการแปรสัญญาสัมปทานเป็นใบอนุญาต โดยเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นไปพิจารณา ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่าใบอนุญาตมีอายุ 5 ปีและจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีอีก 12.5% ของรายได้นั้น เป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้นเท่านั้น คงต้องมีการหารือกับเอกชนด้วย โดยเอกชนแต่ละรายที่เหลืออายุสัมปทานไม่เท่ากันนั้น ก็จะจ่ายเงินให้รัฐแตกต่างกันออกไป ซึ่งอาจจะจ่ายครั้งเดียวหรือทยอยจ่ายเป็นรายปีก็ได้ ขณะที่รัฐจะไม่เสียผลประโยชน์” นายกรณ์ กล่าว

 นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังรับทราบการออกใบอนุญาตระบบโทรคมนาคมยุคที่ 3 หรือ 3 จีภายใต้กฎหมายใหม่และเงื่อนไขการประมูลตามที่กทช.ประกาศ ส่วนการให้ใบอนุญาต 2 จีนั้น สามารถดำเนินการควบคู่กันไปได้ เพื่อให้ต่อไปกทช.จะมีอำนาจควบคุมดูแลอุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั้งระบบ ภายใต้การแข่งขันที่เป็นธรรมและประชาชนได้ประโยชน์จากค่าบริการที่ถูกลง และจากการลงทุนใหม่ในระบบ 3 จีจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจด้วย

 ด้านนายสมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การยกเลิกสัมปทาน 2 จี แล้วเปลี่ยนมาให้ใบอนุญาต 2 จี และ 3 จี จากกทช.แทน ถือเป็นหลักการที่ดี เพราะจะสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการเอกชนที่ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ รวมถึงชะลอการย้ายฐานลูกค้าจาก 2 จีเป็น 3 จี ได้ด้วย

 

“ชวรัตน์”เผยขอร้อง“ไอซีที”เร่งผลิต“บัตรสมาร์ทการ์ด”

 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีบัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัตรสมาร์ทการ์ด ว่า ถ้ากรณีผู้ผลิตไม่ผลิตบัตรเป็นไปตามกฎกระทรวงมหาดไทย ก็รับไม่ได้ ซึ่งขณะนี้ได้แจ้งกับทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที แล้ว

 เมื่อถามว่า ทางกระทรวงมหาดไทยจะกดดันให้รับผิดชอบอย่างไร และเมื่อไหร่จะได้บัตรมาใช้ นายชวรัตน์ กล่าวว่า คงไม่ต้องถึงกับกดดันหรืออะไร แต่เรียกกว่าขอร้อง เราบอกเขาไปว่า ขณะนี้คนที่ใช้บัตรเหลืองไม่ค่อยชอบ ไม่นิยม การใช้บัตรสมาร์ทการ์ดไม่ต้องใช้เวลา

 เมื่อถามว่า ได้แจ้งเรื่องที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณากฎกระทรวงไปให้กระทรวงไอซีทีทราบหรือยัง นายชวรัตน์ กล่าวว่า คงไม่ใช่หน้าที่ นายกฯจะเป็นคนชี้แจง ส่วนจะเข้าวาระการพิจารณาของที่ประชุมครม.หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับกระทรวงไอซีทีเสนอเข้าที่ประชุม ทางกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่เพียงใช้การ์ด

 “ไอซีทีมีหน้าที่ผลิตบัตรทำการ์ดให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงมหาดไทย เราก็รับได้ เวลาควรจะเร็วไม่ควรช้า ส่วนเรื่องงบเท่าไหร่ไม่ทราบ งบประมาณที่เสียไปใครจะรับผิดชอบนั้นก็คือทางกระทรวงมหาดไทยนี่แหละ เป็นผู้สั่งซื้อ” นายชวรัตน์ กล่าว