
เผยเซ็กส์เสี่ยงครองอันดับ1ปัญหาสาธารณสุขไทย
นักวิชาการ เผย เซ็กส์เสี่ยง ครองอันดับ 1 ปัญหาสาธารณสุขไทยนานกว่า 10 ปี หนุนร่างพรบ.คุ้มครองอนามัยการเจริญพันธุ์ มั่นใจแก้ปัญหาเซ็กส์ไม่ปลอดภัยทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เรื่องแม่วัยใส พิสูจน์ชัดในต่างประเทศลดอัตราติดเอดส์-ท้องวัยเรียน เตรียมจับมือกรมอนามัยจั
(19ก.ค.) น.ส.ณัฐยา บุญภักดี มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง กล่าวถึงกรณีที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เตรียมผลักดันร่างพรบ.คุ้มครองอนามัยการเจริยพันธุ์ พ.ศ. ... ว่า นับตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมา การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยเป็นปัญหาสาธารณสุขอันดับ 1 ของประเทศไทย นำไปสู่ปัญหาต่างๆ มากมาย อาทิ การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร การติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ การป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และความรุนแรงทางเพศ ซึ่งหัวใจสำคัญของร่างพรบ.คุ้มครองอนามัยการเจริญพันธุ์ กำหนดให้ประชาชนทุกเพศ ทุกวัยมีความรู้เรื่องเพศศึกษาอย่างรอบด้าน เพื่อป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยทั้งระบบ ไม่เพียงแต่เรื่องการท้องก่อนวัยอันควรเท่านั้น
น.ส.ณัฐยา กล่าวต่อว่า การให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาอย่างรอบด้านครอบคลุมทั้งเรื่องการพัฒนาการของสรีระทางร่างกาย ความสัมพันธ์ระหว่างเพศ ทักษะการตัดสินใจหรือการต่อรองเมื่อจำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ทั้งเพศหญิงและชาย ทักษะการเอาตัวรอดเมื่อถูกกระทำด้วยความรุนแรงทางเพศหรือถูกละเมิดทางเพศ การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยเมื่อต้องมีเพศสัมพันธ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากตั้งครรภ์โดยที่ไม่พร้อมจะต้องทำอย่างไร เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่วัยรุ่นเท่านั้นที่จำเป็นต้องรู้ แต่คนไทยทุกเพศทุกวัยต้องมีความรู้ด้วย
“พรบ.ฉบับนี้ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย ความสัมพันธ์ การป้องกันและการแก้ปัญหา จะเป็นการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบ ซึ่งสำคัญมากไม่อยากให้ยึดติดเพียงแค่เรื่องของการแก้ปัญหาแม่ในวัยเรียนอย่างเดียว และในร่างพรบ.ฉบับใหม่ล่าสุดได้มีการตัดเรื่องของการทำแท้งออกไปแล้ว จะเน้นเรื่องการป้องกันปัญหาด้วยการให้ความรู้เพศศึกษาที่ถูกต้องกับประชาชน ทั้งนี้ ในหลายประเทศที่มีการออกกฎหมายในลักษณะเช่นนี้ มีการพิสูจน์แล้วว่าอัตราเด็กท้องและการติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ลดลง ” น.ส.ณัฐยา กล่าว
น.ส.ณัฐยา กล่าวอีกว่า ในวันที่ 16 ส.ค.นี้ กรมอนามัย สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.)และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จะร่วมกันจัดประชาพิจารณ์เกี่ยวกับร่างพรบ.ฉบับนี้ ที่โรงแรมทีเค พาเลซ โดยจะเชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนที่ทำงานด้านเพศศึกษาและเอดส์ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วม โดยจะนำความคิดเห็นที่ได้จากการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนมาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายรอบสุดท้าย ก่อนนำเข้าสู่ขั้นตอนการออกกฎหมายต่อไป



