ไลฟ์สไตล์

ม็อบเกษตรกรบุกทำเนียบจี้รัฐแก้ปัญหาหนี้สิน

ม็อบเกษตรกรบุกทำเนียบจี้รัฐแก้ปัญหาหนี้สิน

19 ก.ค. 2553

ม็อบเกษตรกรบุกทำเนียบจี้รัฐแก้ปัญหาหนี้สิน ด้าน"สาทิตย์" ยอมรับปัญหาหนี้สินเกษตรกรเปรียบเหมือนโซ่ตรวนของเกษตรกร อ้าง พยายามแก้ไขหลายครั้ง และตั้ง “งบ” การแก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟูจากปีนี้ไปจนถึง 3 ปี ข้างหน้า อีกประมาณ 12,000 ล้านบาท

(19ก.ค.) ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล กลุ่มสภาเครือข่ายองค์กรเกษตรกรแห่งประเทศไทย กว่า 500 คน นำโดยนายประยุทธ์ วีระกิตติ เป็นแกนนำ ได้เดินทางมาชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ไม่ให้ถูกยึดที่นาทำกินและเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร จากกรณีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 เม.ย.53 ให้คุ้มครองเกษตรกรไม่ให้สถาบันการเงินมายึดทรัพย์หรือฟ้องร้อง แต่ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขใด ๆ ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มสภาเครือข่ายองค์กรเกษตรกรฯได้ส่งตัวแทน 20 คน เข้าเจรจากับนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยนายสันติ ทบทวนน้อย ตัวแทนแกนนำเกษตรกร กล่าวว่า แม้นายกรัฐมนตรี เคยรับปากจะให้ความช่วยเหลือเกษตรกร แต่ในทางปฏิบัติยังคงเกิดความล่าช้าในกระบวนการทางราชการทำให้ภาระการชำระดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรบางส่วนกำลังจะถูกยึดที่ดินทำกินดังกล่าว พร้อมระบุว่า จะปักหลักชุมนุมจนกว่าจะเกิดความชัดเจนในการแก้ปัญหานี้ หลังจากเกษตรกรเคลื่อนไหวเรียกร้องมาตั้งแต่ปี 2546

 นายสาทิตย์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหาของเกษตรกร ที่มีคนลงทะเบียนหนี้สินเป็นจำนวนมาก โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณเกือบ 2,000 ล้าน เพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว และเลขากองทุนฟื้นฟู ก็ตั้งงบผูกพันปีนี้จนถึงปีหน้าจำนวนเงิน 12,000 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ยังได้จำแนกปัญหาของเกษตรกรไว้ 3 เรื่อง คือ ปัญหาเร่งด่วน

 กรณีกรอบแนวทางปฏิบัติของกองทุนฟื้นฟูฯ และ ธกส. ซึ่งจะทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่รัฐให้ผ่อนปรนระเบียบต่าง ๆ เพื่อที่จะช่วยเหลือเกษตรกรได้ง่ายขึ้น ส่วนปัญหาที่ค้างคาในอดีต ทั้งหนี้ที่เกิดจากโครงการส่งเสริมของรัฐ หรือ ครป. กรณีอะควาสตาร์ ที่จัดตั้งในปี พ.ศ.2531 ให้มีการตรวจสอบภายใน 1 เดือน กรณีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้
การผลักดันปัญหาภาคเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ เป็นต้น

 นิคมเกษตรกรเพื่อการส่งออกเขาดินจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีนักการเมืองได้รับผลประโยชน์จากโครงการของรัฐ ทำให้เกษตรกรมีหนี้สินจำนวนมาก ต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหาโดยจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบในทุกกรณี และปัญหาที่เป็นแนวนโยบายของรัฐ เช่น การปรับลดหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ และหนี้นอกระบบรัฐบาลจะหาแนวทางการแก้ไขต่อไป

 กฎหมายกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร ได้เกิดขึ้นสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลครั้งแรก และเป็นปัญหาค้างคาหลายปี โดยปัญหาหนี้สินเกษตรกรเป็นเสมือนโซ่ตรวนของเกษตรกร เราได้พยายามแก้ไขกันมาหลายครั้ง โดยขณะนี้ได้มีการตั้งงบประมาณในการแก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟูจากปีนี้ไปจนถึง 3 ปี ข้างหน้า อีกประมาณ 12,000 ล้านบาท จากข้อเรียกร้องทั้งหมดแยกออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1.ปัญหาเร่งด่วนฉพาะหน้า ซึ่งเป็นเรื่องแนวปฏิบัติ อาทิ กรณีกองทุนฟื้นฟู ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นบางทีเจ้าหน้าที่ยึดตัวหลักกฎหมายเกินไป ทำให้ชาวบ้านไม่เข้าใจ และคิดว่าเอากฎหมายมาอ้าง ซึ่งต้องนำข้อเท็จจริงมาคุยกัน

 2.ปัญหาค้างคา อาทิ คปร. อะควาสตาร์ โดยจะจัดชุดคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบ 3.ปัญหานโยบาย อาทิหนี้นอกระบบ การผลักดันปัญหาภาคเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ ในส่วนนี้จะรับไว้พิจารณา แต่เรื่องหนี้นอกระบบนั้นสอดคล้องกับโครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิดที่เป็นปัญหาถูกร้องเรียนเข้ามามาก โดยเรื่องนี้กระทรวงการคลังได้รับไปพิจารณาแล้ว” นายสาทิตย์กล่าว