
ปิดฉากเอ็ม 79 ระเบิดป่วนเมือง
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงข่าวจับกุม นายสุรชัย หรือ หรั่ง เทวรัตน์ ลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ที่เสียชีวิตไปแล้ว ตามหมายจับของศาลอาญา โดยใช้เทคโนโลยีสะกดรอยตามจนจับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ลพบุรี
นายสุรชัยรับสารภาพว่า มีกลุ่มกองกำลังติดอาวุธจริงในช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง มีการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐด้วยอาวุธร้ายแรงจริง
จากการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ พบว่า นายสุรชัยเกี่ยวข้อง 8 คดีหลัก ดังนี้
คดีที่ 1 คือ คดีร่วมกันยิงเอ็ม 79 จำนวน 1 ลูกใส่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2553 จนเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 4 นาย
คดีที่ 2 เป็นคดีที่มีการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับกลุ่มเสื้อแดงที่สี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 โดยนายหรั่งกับพวกใช้เครื่องยิงลูกระเบิดหลายชนิดยิงเข้าใส่ทหาร มีผู้เสียชีวิต 24คน และบาดเจ็บจำนวนมาก ดีเอสไอเชื่อว่า นายสุรชัยเกี่ยวข้องกับทหารที่เสียชีวิต 5 นาย ได้แก่ พ.อ.ร่มเกล้า และลูกน้องอีก 4 นาย
คดีที่ 3 เป็นคดียิงร่วมกันอาร์พีจีใส่คลังน้ำมัน 2 ล้านลิตร จนไฟลุกไหม้ บริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด อ.ลำลูกกา เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2553
คดีที่ 4 เป็นคดียิงเอ็ม 79 ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส แยกศาลาแดง เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2553 มีผู้เสียชีวิต 1 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 75 คน
คดีที่ 5 ยิงอาร์พีจีเข้าใส่โรงแรมดุสิตธานี เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2553
คดีที่ 6 ยิงเอ็ม 79 เข้าใส่อาคารที่พักตำรวจ สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 อาคารเสียหาย และครอบครัวของตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
คดีที่ 7 เป็นคดียิงเอ็ม 16 ประมาณ 56 นัด เข้าใส่ตำรวจตรงหน้าธนาคารกรุงไทย แยกศาลาแดง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2553 จนตำรวจเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 2 นาย
คดีที่ 8 เป็นคดียิงเอ็ม 79 จำนวน 3 ลูก ใส่ด่านตรวจลุมพินี ฝั่งตรงข้ามอาคารอื้อจื่อเหลียง เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2553 มีผู้เสียชีวิต 1 คน ตำรวจบาดเจ็บ 4 นาย
ดีเอสไอร่วมกับหน่วยนาวิกโยธินล่อซื้ออาวุธปืนที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2553 ซึ่งเป็นอาวุธสงครามที่กลุ่มกองกำลังขนย้ายมาจากการชุมนุมเป็นจำนวนมาก มีอาวุธสงครามหลายรายการ พฤติกรรมของนายสุรชัยกับพวก เกี่ยวพันกับการก่อการร้ายในหลายพื้นที่ จึงเป็นข้อเท็จจริงตอบสังคมได้ว่า ไม่ได้เป็นการจับแพะ



