ไลฟ์สไตล์

รอให้มีผู้เสียหาย

รอให้มีผู้เสียหาย

16 ก.ค. 2553

หลังกลับจากทำงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม 2553 เวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่า ดิฉัน น้องชาย และน้องสาว รวม 3 คน ขับรถไปละแวกบางลำพูเพื่อซื้อกับข้าวมื้อเย็น โดยขับรถเลี้ยวเข้าถนนไกรสีห์ เวลากลางวันบริเวณนี้จะมีพ่อค้าแม่ค้าขายเสื้อผ้าเต็มพื้นที่ จอดรถไม่ได้

แต่เวลากลางคืนจะเป็นถนนโล่ง
 ดิฉันจอดรถริมถนน ฝั่งตรงข้ามอาคารจอดรถของ กทม. เพราะตั้งใจจะแวะซื้อกับข้าวประมาณไม่เกิน 20 นาที (สังเกตเห็นภายหลังจากซื้อของเสร็จ มีป้ายห้ามจอดตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น.) เมื่อลงจากรถก็มีชายคนหนึ่งเดินมาตะโกนถามว่า “ปลดเกียร์ว่างหรือยังครับพี่” น้องสาวดิฉันหันไปพยักหน้ารับว่า ปลดเกียร์ว่างแล้ว ชายคนนั้นบอกว่าจะขอเก็บเงินค่าจอดรถ
 ดิฉันและน้องๆ แวะไปแถวนั้นบ่อย และรู้ดีว่าจะมีคนมาขอเก็บค่าจอดรถแบบนี้ทุกครั้ง ถึงแม้ว่าบริเวณนั้นจะเป็นที่สาธารณะ เราจึงเดินไปโดยที่ไม่ได้สนใจคำพูดของเขาเลย แต่ชายคนนั้นกลับเดินตามมา และตะโกนบอกเพื่อนอีกคนที่ยืนโบกเรียกรถที่ปากซอยว่า “เฮ้ย! 3 คนเนี้ย ไม่ยอมจ่ายค่าจอดรถ ถามอะไรก็ไม่ตอบ เดี๋ยวตบหัวหมุนเลย” ดิฉันพูดกลับไปว่า “นี่ที่สาธารณะ จะมาเก็บค่าจอดรถได้ไง”
 ดิฉันพบเหตุการณ์ทวงถามขอเก็บเงินค่าจอดรถบริเวณนี้หลายครั้ง และปฏิเสธที่จะไม่จ่ายค่าจอดรถให้คนพวกนี้ทุกครั้ง แต่รู้สึกว่าคำพูดเป็นการข่มขู่ ทำให้ดิฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย ดิฉันคิดว่าพื้นที่นี้อยู่ในความดูแลของ สน.ชนะสงคราม ซึ่งตั้งอยู่ถัดออกไปไม่เกิน 3 ซอย (ติดกับถนนข้าวสาร) แต่สงสัยว่า ตำรวจทำไมถึงไม่มาดูแล คนเหล่านี้เอาเปรียบสังคม ทำงานสบายๆ ไถเงินคนอื่นที่ทำงานสุจริต
อังคณา
ตอบ
 พ.ต.ต.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ สว.สส.สน.ชนะสงคราม ชี้แจงว่า มีผู้ร้องเรียนมาตลอด แต่ไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความ ส่วนใหญ่โทรมาแจ้งผ่านทาง 191 ว่ามีการเก็บค่าจอดรถในที่สาธารณะ จับกุมได้ก็ทำได้แค่ปรับ ข้อหา "ก่อความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะ" ปรับไม่เกิน 1,000 บาท แต่ส่วนใหญ่ไม่มีเงินให้ปรับ ปรับได้มากที่สุดแค่ 200 บาท เพราะคนเหล่านี้เป็นพวกเร่ร่อน จับปรับแล้วก็กลับมาทำใหม่อีก เป็นแบบนี้อยู่ตลอด
 ปัญหานี้ต้องมีผู้เสียหายไปแจ้งความ ข้อหา "ถูกกรรโชกทรัพย์" ตำรวจจะได้จับกุม ข้อหาหนักได้ทันที
ลุงแจ่ม