ไลฟ์สไตล์

เล่นหูเล่นตา-โสด 24 (V)

เล่นหูเล่นตา-โสด 24 (V)

19 ก.ค. 2553

ความโสดทำให้เราต้องพึ่งพาตนเองก่อนสถานภาพใดๆ ก่อนเมียที่ต้องเลี้ยงผัว ก่อนคุณแม่ที่ต้องดูแลลูกโดยลำพัง ที่เขาเรียกกันว่า ซิงเกิลมัม (Single Mom) ก่อนแม่ม่ายผัวตาย และแม่ม่ายผัวเบื่อ เอาเป็นว่า ก่อนใครๆ

 ก็แล้วกัน...หลักประกันเดียวที่มีก็คือ “ตัวของเราเอง” แม้จะมีบริษัทรับประกันอาชีพว่าไม่มีวันตกงาน จะหาเลี้ยงชีพได้จนกว่าจะหมดเรี่ยวแรง ฉันจึงมักระแวงอยู่ทุกวันว่า จะมีงานทำเช่นนี้ตลอดไปหรือไม่? วันที่ไม่มีใครต้องการความสามารถของเราจะมาถึงเมื่อไหร่? ไม่รู้เหมือนกันว่าคำถามแบบนี้เข้ามาแทนที่

 “เมื่อไหร่ฉันจะมีผัว (อีก) ?” ตั้งแต่ตอนไหน
 “แก่ไปจะทำอาชีพอะไร” สิ่งนี้ยิ่งน่าสงสัย แต่คำตอบก็อยู่แค่ใกล้ๆ
 “ทำแบบที่ตัวเองถนัด”

 สิ่งใดที่เราทำจนชินจะเกิดเป็นความชำนาญ ยิ่งแก่ก็ยิ่งเชี่ยวชาญ มันเป็นสิ่งที่แข่งกันไม่ได้ เพราะต้องอาศัยทั้ง กึ๋น และเก๋า นั่นก็คือ เก่งและเก่าแก่ นั่นเอง

 “อาม่าทำขนนนี่เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่?”

 ฉันถามอาม่า วัย 75 ปี ที่ขายขนมกุยช่ายอยู่ในตลาดสามย่าน แผง 29 (0-2214-0626, 08-6405-3459) ร้านที่มีคนมายืนเข้าคิวรอตั้งแต่ 9 โมงเช้า จนบ่าย 2 ของก็จะหมด

 “ฉันทำตั้งแต่เด็กแล้ว แม่ทำขาย แต่ตอนนั้นยุ่งยากกว่านี้ ต้องโม่แป้งเอง กว่าจะทำเสร็จก็ใช้เวลานาน”

 อาม่าตอบฉันแล้วหันไปบอกลูกค้าที่เดินมาซื้อว่า “ต้องรออีกนานนะ ถ้ารอได้ก็ดี” เพราะฉันก็ยืนรอมานานแล้วเช่นกัน แต่ไม่ได้รอกุยช่าย เพราะหมดไปตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว นี่มันจะ 6 โมงเย็นแล้ว เป็นเวลาที่อาม่าจะทำเผือกผสมแป้งและถั่วลิสงห่อด้วยฟองเต้าหู้เป็นเส้นโตเท่าแขนแล้วเอาไปนึ่ง มีทั้งเผือก และหัวไชเท้า ฉันชอบซื้อกลับไปทอดกินที่บ้าน (เส้นละ 50 บาท)

 “วันหนึ่งๆ อาม่าขายกุยช่ายได้กี่ลูก”
 “1,800 ลูก” (อู้หู!)
 “แล้วเผือกกับไชเท้าล่ะ วันละกี่เส้น”

 “เผือก 20 เส้น ไชเท้า 40 เส้น ไชเท้านี่เปลือง หัวหนึ่งหนัก 1 กิโลทำได้เส้นเดียว” ปากพูดไป มือก็ไม่ได้หยุด แกมีลูกมืออยู่ 4 คน อาม่าผสมเครื่องปรุงจนกระทั่งห่อเสร็จ ลูกจ้างจึงเอาไปนึ่งแล้วผึ่งบนถาดก่อนตักขายเป็นเส้น

 “อาม่าขายดีจังเนอะ ทำไมไม่ทำให้เยอะกว่านี้”

 “แค่นี้ก็ทำไม่ไหวแล้ว มันเพิ่งมาขายดีตอนย้ายมาที่ใหม่ เมื่อก่อนอยู่ที่เดิมก็ขายไม่ค่อยดี (ตลาดสามย่านที่เก่าทุบทิ้งไปแล้วสร้างที่ใหม่ที่อยู่ใกล้ๆ กัน) ฉันเพิ่งมาทำกุยช่ายขายได้ 6-7 ปี เมื่อก่อนขายผลไม้มาตั้งเกือบ 20 ปี...

 ขายไปก็ไม่ได้อะไร ก็เลยมาคิดว่า "ทำไมเราไม่ทำที่เราถนัด ที่แม่เราสอนเรามา”

 กว่าอาม่าจะมาถูกทางก็ตอนอายุ 68 ปี อายุมากขนาดเลยวัยเกษียณแต่ก็เริ่มต้นใหม่แบบไม่กลัวอะไร เพียงแค่กลับไปสู่สามัญ ไปสู่สิ่งที่คุ้นเคย ด้วยความขยัน บากบั่น และมุ่งมั่น ประกอบกับโลเกชั่น (ทำเล) ที่ดี อาม่าก็ประสบความสำเร็จเอาเมื่ออายุ 70 กว่า...ครั้งหนึ่งฉันเชื่อว่า “ความริษยาไม่มีวันแก่” ครั้งนี้ฉันก็ได้ความเชื่อเพิ่มขึ้นอีกว่า “ความสำเร็จก็ไม่มีวันแก่” เช่นเดียวกัน “คนเราคิดใหม่ ทำใหม่ ได้ทุกวัน ขอให้คิดแล้วลงมือทำไป ความสำเร็จก็คงจะตามมา” (หวังว่างั้น) กุยช่ายลูกโตใบละ 10 บาท ที่อุดมไปด้วยไส้จนแทบทะลัก ทั้งไส้กุยช่าย หน่อไม้ มันแกว เผือก และข้าวเหนียว มันทำให้ฉันมองเห็นว่าไม่ใช่แค่ทำในสิ่งที่ชำนาญเท่านั้น แต่ต้องทำด้วยใจเหมือนทำให้คนที่เรารักกิน หรืออย่างน้อยเหมือนทำกินเองในบ้าน นั่นมันก็ต้องพิเศษกว่าทำขายแน่นอน “เมื่อเรารักลูกค้า ลูกค้าก็จะรักเรา” แบบที่คุณตัน โออิชิเคยพูดไว้

 อาม่าเล่าว่า เริ่มต้นทำงานตอน 9 โมงเช้า จนถึง 2 ทุ่ม เผือกกับไชเท้าที่ห่อเป็นเส้นในตอนเย็นเตรียมไว้ขายในช่วงเช้าของวันต่อไป ทำไปขายไปไม่มีวันหยุด นอกจากขยัน มองโลกในแง่ดีแล้ว อาม่ายังใจกว้างอีกด้ว...

 “ในตลาดนี้มีร้านขายกุยช่าย 2 ร้าน อาม่ารู้จักกันมั้ย?”

 “อีเป็นพี่สะใภ้ฉันเอง ตอนแม่ฉันยังอยู่ อีก็ช่วยแม่ทำกุยช่าย ลูกสาว ลูกสะใภ้ก็ต้องทำเป็นเหมือนกัน ทีแรกอีก็ขายผลไม้ ฉันเลยบอกอีให้มาขายกุยช่ายเหมือนฉัน”
 
 เอาเป็นว่าอาม่าไม่หวง ขนาดฉันแกล้งถามว่า “รับสอนทำไหม?” แกก็ตอบว่า “มายืนดู 2-3 ทีก็กลับไปทำเป็นแล้ว ไม่ต้องสอนกันหรอก” พอถามถึงการเที่ยวพักผ่อน แกกลับบอกว่า “ไม่เที่ยว ดูโทรทัศน์ตอนกลางคืนก็พอแล้ว ฉันอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ มันหงุดหงิดต้องลุกขึ้นมาทำงาน ทำบุญไหว้พระไกลๆ ฉันก็ไม่ไป เคยไปหมดแล้ว ไหว้พระที่บ้านดีที่สุดแล้ว เราอยู่บ้านพระคุ้มครองเรา ไปไหว้ไกลๆ เกิดเราเป็นอะไรไป พระก็มาช่วยไม่ทัน...” อือเข้าใจคิดนะอาม่า พระน่ะไม่ใช่ร่วมกตัญญู จะได้มาช่วยไม่ทัน เพราะต้องมาหลังเกิดเหตุ

 “อาม่ากลับบ้านยังไง ?” ฉันถามในเวลาที่ร้านอื่นๆ เก็บกันหมดแล้ว เหลือเพียงอาม่าเจ้าเดียวที่ยังง่วนอยู่กับสิ่งที่ทำโดยไม่สนใจเวลา

 “นั่งแท็กซี่กลับเอง...ง่ายดี” แกตอบไปพร้อมๆ กับเอามือกวนลงไปในกะละมังไชเท้า

 ทุกๆ สิ่งที่รวมกันเป็นอาม่า ทั้งความขยัน บากบั่น มุ่งมั่น และความคิดแบบสามัญแต่ตรงจุด ฉันได้บรรลุหัวใจของความเป็นคน โดยไม่ถูกจำกัดด้วยเพศ วัย ฐานะ และสถานการณ์ใดๆ นั่นก็คือ

 “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

 มีงานทำ มีรายได้ เลี้ยงตัวเอง ดูแลตัวเอง ไม่เป็นภาระของใคร และอยู่อย่างมีความหวัง นั่นแหละสิ่งที่ฉันอยากเป็น และกำลังเป็นอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงของความเป็นโสด และตลอดไป...

เจนนิเฟอร์ คิ้ม