ไลฟ์สไตล์

กระทุ้งคนไทยรับมือถือ3จีเตือนปัญหาผ่านเน็ตรูปแบบใหม่

กระทุ้งคนไทยรับมือถือ3จีเตือนปัญหาผ่านเน็ตรูปแบบใหม่

19 ก.ค. 2553

ประเด็นเรื่อง "การคุ้มครองผู้บริโภค" ถือเป็นหนึ่งความเป็นห่วง ในการเปิดประมูล 3.9 จี เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ความเร็วสูง โดยเฉพาะอัตราค่าบริการ รูปแบบการให้บริการ การครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ ถือเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายยังเป็นห่วง ไม่แพ้ประเด็นในเชิงธุรกิจ

 แนะคนไทยต้องพร้อมรับเทคโนโลยีใหม่
 "ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล" หรือ คุณชายอดัม ผู้บุกเบิกอินเทอร์เน็ตทีวีรายแรกๆ ของประเทศไทยในชื่อ ฟุ๊คดุ๊คทีวี (www.fukduk.tv) ให้ความเห็นว่า ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาขึ้นเป็น 3จี 3.9จี หรือจะเป็น 4จี 5จี หรือ 6จี ประเด็นสำคัญคือ จะทำให้การติดต่อสื่อสารถึงกันทำได้ดีขึ้น กว้างขึ้น และก่อให้เกิดบริการต่างๆ ที่หลากหลาย และง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแชท, วิดีโอคอลล์ หรือธุรกรรมทางการเงินผ่านเครือข่ายความเร็วสูงก็ทำได้ง่ายดาย

 แต่พร้อมๆ กับความง่ายที่กำลังจะเข้ามาสู่ชีวิตคนไทยนั้น คุณชายอดัม ตั้งคำถามให้ฉุกคิดว่า "วันนี้คนไทยมีความพร้อมสำหรับคอนเทนท์ที่กำลังจะเข้ามาอย่างล้นหลามแล้วหรือยัง"

 คุณชายอดัมตั้งข้อสังเกตว่า การเตรียมความพร้อมที่พูดถึงกันอยู่ทุกวันนี้ เป็นเรื่องความพร้อมเกี่ยวกับโครงข่าย ถกกันเรื่องการเก็บค่าใบอนุญาต การคิดค่าบริการ แต่ยังไม่ได้เห็นการพูดถึงเรื่องเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ใช้กันอย่างจริงจัง เรื่องนี้ไม่ควรรอความหวังจากหน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงวัฒนธรรม หรือกระทรวงไอซีที แต่ควรเริ่มต้นตั้งแต่การให้ความรู้ที่บ้าน หรือในโรงเรียน

 อย่างไรก็ตาม ยังไม่ใช่เรื่องน่าตกอกตกใจมากนัก หากมองในแง่ดี ก็คือ เทคโนโลยี 3จีเข้ามาในประเทศไทยในวันที่ประเทศอื่นผ่านการใช้งานกันไปแล้ว ทำให้ไทยสามารถนำเอาบทเรียนทั้งด้านบวกด้านลบที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ มาประมวลเข้าด้วยกันเพื่อสร้างความพร้อมในวันที่เปิดใช้บริการ

 คบท.เรียกร้องอย่าลืมผู้บริโภค 

 ขณะที่ "สารี อ๋องสมหวัง" เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค จะมองว่ามีความเปลี่ยนแปลงใน กทช.ชุดนี้ เมื่อเทียบกับชุดที่ผ่านๆ มา แต่ก็ยังมีหลายเรื่องที่ไม่เห็นด้วย พร้อมยกตัวอย่างถึงราคาขั้นต้นของการประมูลที่กทช.กำหนดไว้ที่ 1.28 หมื่นล้านบาท เพราะเป็นเพียงการคำนวณเฉพาะมูลค่าคลื่นทั่วไป โดยยังไม่ได้นำเรื่องโอกาสในการทำธุรกิจเข้ามาร่วมคำนวณ ส่งผลให้อาจกลายเป็นต้นทุนที่ต่ำมากสำหรับผู้ประกอบการ เช่นเดียวกับข้อกำหนดของ กทช. ที่ระบุว่าภายใน 4 ปี ผู้ให้บริการจะต้องสามารถให้บริการครอบคลุมทุกจังหวัดในประเทศไทย ซึ่งเธอคิดว่า ควรเปลี่ยนเป็นครอบคลุมทุกอำเภอมากกว่า

 พร้อมกันนี้ สารี ยังเสนอว่าควรจะต้องมีการกำหนดเงื่อนไข และกติกาต่างๆ ให้ชัดเจนไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการ ตัวอย่างเช่นเรื่องอัตราค่าบริการ การกำหนดระยะเวลาของบัตรเติมเงิน การบอกรับ-เลิกบริการเอสเอ็มเอส รวมถึงการกำหนดอัตราค่าให้บริการ

  ด้านคุณสมบัติของผู้ประมูล คุณสมบัติของผู้ใช้บริการที่ควรต้องมีการขึ้นทะเบียน และที่สำคัญคือ งานด้านการตรวจสอบ ที่ต้องมีกลไกชัดเจน หน่วยงานที่เข้ามากำกับหรือบังคับใช้ ต้องสามารถดำเนินการให้เป็นไปได้ตามข้อบังคับนั้น

 ทรูย้ำ 3จีมีประโยชน์แต่ประมูลต้องชัดเจน

 ดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ Strategic Projects & Innovation บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การที่ไทยจะมี 3จี ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะจะทำให้ประชาชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้มากขึ้น จากปัจจุบันมีเพียงแค่ 10% ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในละแวกเดียวกันยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ขณะที่คนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในมาเลเซียมี 60% เวียดนาม 26% ฟิลลิปปินส์ 25% เป็นต้น

 กระนั้นก็ตาม ดร.อธิป ระบุว่า แม้ 3จี จะมีประโยชน์ แต่รูปแบบในการประมูลที่ กทช.กำหนดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องราคาประมูลอาจเป็นอุปสรรคในการเข้าไปแข่งขันของผู้ประกอบการที่เป็นคนไทย เพราะเป็นตัวเลขที่สูง

 “มีข้อมูลสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญหลายคน ชี้ว่า เมื่อราคาใบอนุญาตประกอบการสูง ราคาที่ให้บริการแก่ผู้บริโภคก็ย่อมสูงไปด้วย”

 อย่างไรก็ตาม ดร.อธิป ย้ำว่า การมี 3จี เป็นสิ่งจำเป็นและมีประโยชน์ต่อไทยเป็นอย่างมาก เพราะการที่คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้มากขึ้นนั้น จะทำให้หลายธุรกิจที่เลี้ยงตัวเองไม่ได้กลับมายืนต่อได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

 “การมี 3จีมีประโยชน์ต่อไทยเป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็มีหลายเรื่อง เช่น คอนเทนท์ เพราะแม้คนส่วนใหญ่จะจ่ายค่าบริการได้ แต่ใช่ว่า คอนเทนท์ที่คนในกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่รับจะเหมือนกับคนในต่างจังหวัด เป็นอีกเรื่องที่ต้องคำนึง" ดร.อธิป ว่า

 แนะภาคธุรกิจปรับตัวสู้ต่างชาติ

 "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" เจ้าของเว็บไซต์ตลาดดอทคอม และอุปนายกสมาคมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า เครือข่าย 3จีจะทำให้อินเทอร์เน็ตในไทยเติบโตมากขึ้น เนื่องจากแม้จะมีผู้ให้บริการคือ ทีโอที แต่ก็มีเพียงรายเดียว และยังไม่สามารถให้บริการได้ครอบคลุม ซึ่งหากไทยมี 3จีให้บริการได้เร็วเท่าไร ก็จะยิ่งช่วยให้ธุรกิจอินเทอร์เน็ตโตได้เร็วขึ้น

 เขาเสนอแนะว่า ธุรกิจอินเทอร์เน็ตไทยก็จำเป็นต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย, ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงธุรกิจโฆษณาออนไลน์, รับฝากเว็บไซต์ และผู้ประกอบการเกี่ยวกับแบนด์วิธ ซึ่งต้องเร่งหาวิธีที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยแข็งแรงมากขึ้น

 พร้อมกับชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทยก็จะเริ่มเปลี่ยนด้วยเช่นกัน เนื่องจากสามารถใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือได้ง่ายขึ้น และสามารถใช้งานได้ทุกที่ ซึ่งหากไม่มีมาตรการควบคุมที่ดีก็อาจก่อให้เกิดปัญหารูปแบบใหม่ๆ เช่น ธุรกิจวิดีโอโฟนเซ็กส์ ผ่านบริการเฟสไทม์

 นอกจากนี้เจ้าของเว็บไซต์ตลาดดอทคอมยังระบุว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญกับธุรกิจที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีเครือข่าย 3จีให้บริการในประเทศ เนื่องจากกระแสส่วนใหญ่ยังมอง "3จี" ว่าเป็นเพียงเทคโนโลยีเพื่อความบันเทิง หรือทำให้การดูหนัง ฟังเพลง ทำได้ดีขึ้นเท่านั้น

 กทช.ยันไม่ลืมผู้บริโภค

 พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า ในประเด็นของการคุ้มครองผู้บริโภคนี้ ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ทางคณะกรรมการได้กำหนดให้ผู้ที่จะประมูล 3จี ต้องมีแผนการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างชัดเจน ก่อนที่จะเข้าร่วมประมูล และเมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ไม่ทำตามแผนคุ้มครองฯ ที่เสนอมาก่อนหน้านี้ ก็จะมีบทลงโทษที่ชัดเจน

 ขณะเดียวกัน กทช.ยังได้มุ่งเน้นในเรื่องของการแบ่งปันการใช้โครงข่ายร่วมกัน หรือเน็ตเวิร์ก แชริ่ง ซึ่งจากที่มีการทำโฟกัส กรุ๊ป ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนกก็ให้การสนับสนุน ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

  "ถ้าเราสามารถกำหนดสิ่งเหล่านี้ได้ชัดเจน ยิ่งมีการใช้เครือข่ายร่วมกันมากเท่าไหร่ นั่นคือ ประโยชน์ที่ผู้ให้บริการจะได้รับ เพราะมีต้นทุนบริหารจัดการที่น้อยลง ที่สำคัญผลประโยชน์เหล่านี้ ก็จะตกมาสู่ผู้บริโภค ที่จะได้ใช้บริการ 3จี ได้ถูกลงด้วยเช่นกัน"

 นอกจากนี้ ยังจะจัดงาน 3.9 ไทยแลนด์ ฮิวแมน ดีเอ็นเอ เอ็กซ์โป ราวต้นเดือนกันยายนนี้ โดยคอนเซปต์ของงาน ต้องการบอกให้ผู้บริโภคได้รู้ว่า เมื่อมี 3.9จีแล้ว ชีวิตจะเปลี่ยนไปอย่างไร เพราะบางคนอาจจะยังมองว่า 3จี ก็แค่โทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างหนึ่ง แต่จริงๆ มันคือ โครงสร้างพื้นฐาน เป็นไวร์เลส บรอดแบนด์

 ขณะนี้  กทช.ได้นำหลักเกณฑ์การประมูลขึ้นประกาศบนเว็บกทช.เป็นที่เรียบร้อย พร้อมจะสรุปข้อมูล และประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้ จากนั้นจะเปิดให้ยื่นซองประมูลในเดือนสิงหาคม และจะมีเคาะประมูลกันราวปลายเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ หากขั้นตอนเป็นไปตามกำหนดดังกล่าว ประเทศไทยก็จะได้ใช้ 3.9จี ไม่เกินปลายปีนี้อย่างแน่นอน