
"โอ๋" พร้อมรัก ลิ้มสดใส ไหมพรมสร้างโลกใบที่สองของ "โอ๋" พร้อมรัก ลิ้มสดใส
หลายคนคงมีวิธี "ฝึกสมาธิ" ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นการนั่งสมาธิฝึกจิต กำหนดลมหายใจ เล่นโยคะ หรือแม้แต่อ่านหนังสือ ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดสมาธิได้เช่นเดียวกัน แต่สำหรับเอ็มดี (กรรมการบริหาร) คนเก่งแห่งบริษัท บีส์ นีส์ จำกัด ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์บำร
ว่าแต่เจ้าไหมพรมเส้นเล็กๆ เหล่านี้ จะมาสร้างสมาธิให้เธอได้ยังไงกันน้า...สงสัยได้ไม่นานสาวโอ๋เลยนัดแนะให้ คม ชัด ลึก ไปร่วมฝึกสมาธิพร้อมๆ กันที่ร้านบิ๊กนิท ย่านสุขุมวิท 49 ซะเลย...ภายในร้านที่คลาคล่ำไปด้วยไหมพรมสีสวย หมอน ตุ๊กตา เสื้อผ้า ที่ล้วนรังสรรค์ขึ้นมาจากไหมพรม ถูกนำมาตกแต่งจัดวางสร้างบรรยากาศน่ารักๆ ให้แก่ร้านได้อย่างลงตัว และบนโซฟาตัวเขื่องนี้แหละที่ผู้บริหารสาวคนนี้ กำลังตั้งอกตั้งใจกับการถักนิตติ้งสีส้มสดอย่างสบายอารมณ์ จนแทบไม่รู้ว่ามีใครเดินผ่านไปผ่านมารอบๆ ตัว
"จริงๆ แล้วการถักนิตติ้งเป็นความชอบตั้งแต่เด็กๆ ว่าอยากจะถักเป็น เพราะที่โรงเรียนสอนแต่ถักโคเช่อย่างเดียว พอได้เห็นคนอื่นๆ หรือในหนังที่เราดูเขาถักนิตติ้งจนได้ชิ้นงานออกมาสวย ก็เลยอยากจะทำให้ได้แบบเขาบ้าง แต่ไม่มีใครสอนถักให้วันหนึ่งขับรถผ่านร้านนี้เลยลองแวะเข้ามาดู ได้เห็นบรรยากาศของร้านที่ดูน่านั่งสบาย ไหมพรมสวย พอว่างจากงานเลยแวะมาให้เขาสอนถักนิตติ้ง ตอนแรกนึกว่าจะยากแต่พอทำเป็นแล้วง่ายกว่าที่คิดทำครั้งแรก ติดใจเลยนะ จริงๆ แล้วไหมพรมสามารถทำได้หลายอย่างตั้งแต่ กระเป๋า หมวก ถุงมือ เสื้อ แต่โอ๋ชอบถักเป็นผ้าพันคอ เป็นของใช้ที่เราสามารถพกติดตัวไปใช้ได้ตลอด ผืนแรกที่ทำนี่ผิดเยอะมาก จนกลายเป็นว่าเราทำถอยหลังเก่ง คือ เลาะเก่งเพราะผิดบ่อย (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ท้อนะ ผิดมากแค่ไหนก็รู้สึกว่าต้องเอาชนะให้ได้จะทำไม่ได้ได้ยังไง" ผู้บริหารสาวแจง พร้อมกับโชว์ผลงานชิ้นงานล่าสุดที่กำลังทำให้เราได้ยล
แม้ลวดลายต่างๆ บนผ้าพันคอจะมีหลากหลายแบบ แต่เธอกลับชอบถักลายเปียมากที่สุด เพราะเป็นลายที่ดูมีลูกเล่นมากกว่าลายอื่นๆ และเมื่อมาอยู่บนไหมพรมสีพื้นจะยิ่งทำให้เห็นรายละเอียดได้ชัดยิ่งขึ้นด้วย
"ผืนแรกทำออกมาแล้วไม่กล้าให้ใครค่อนข้างจะเยินเล็กน้อย เพราะเลาะออกบ่อยแล้วโย้ไปเย้มา แต่ภูมิใจนะเพราะเป็นผลงานที่เราตั้งใจทำออกมากับมือ พอทำผืนที่สองชีวิตเริ่มดีขึ้นดูเป็นระเบียบ แต่ก็ยังแอบมีผิดเล็กๆ น้อยๆ เรียกว่าทุกผืนที่ทำจนถึงทุกวันนี้ก็ยังต้องมีผิดอยู่ เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของเรา (หัวเราะ) พอถักเป็นก็เริ่มทำให้เพื่อนๆ เป็นของขวัญแล้วก็บอกว่าเราถักเองนะ เป็นงานแฮนด์เมดเพื่อนๆ ก็ปลื้มใจรู้สึกว่าเป็นของที่มีคุณค่า เขาจะหวงกันมากเพราะเราทำให้เขา เวลาไปต่างประเทศโอ๋จะพกไป 2 ผืนให้เข้ากับเสื้อผ้าที่เอาไป พอเอาออกมาใช้จะรู้สึกดีว่าของเราสวยกว่าของคนอื่นๆ" เอ็มดีเบิร์ตส์ บีส์ คุยเสียงใส
นั่งถักจนจบแถวสาวโอ๋ก็เงยหน้าขึ้นมาคุยต่อว่า เธอหลงเสน่ห์ไหมพรมตรงที่เส้นไหมเพียงเส้นเดียว แต่สามารถรังสรรค์ออกมาเป็นชิ้นงานได้ใหญ่โต นับเป็นความมหัศจรรย์ของเส้นไหมก็ว่าได้ ที่สำคัญการถักนิตติ้งยังเป็นการสร้างสมาธิให้กับเธอแบบไม่รู้ตัวด้วย
"ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตอยู่กับความวุ่นวาย ล้วนแล้วแต่เพิ่มความเครียดให้สูงขึ้น แต่พอได้มานั่งถักนิตติ้งรู้เลยว่าช่วยให้เรามีสมาธิได้มากขึ้น จิตใจสงบลง ปกติเป็นคนใจร้อยชอบทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกัน แต่พอถักต้องจดจ่ออยู่กับการไหมพรมตรงหน้า รีบไม่ได้ถ้ารีบทำอาจจะผิดหรือออกมาไม่สวย จริงๆ แล้วโอ๋ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากการถักนิตติ้งเหมือนกันนะ อย่างเวลาที่เราเริ่มถักก็เหมือนเราเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ ระหว่างทางที่เราทำก็เหมือนการใช้ชีวิต ต้องมีปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เข้ามา อุปสรรคเหล่านั้นก็เหมือนเราถักผิด ต้องตัดสินใจแล้วว่าจะแก้ไขหรือจะปล่อยผ่านไป พอผ่านไปได้เหมือนการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งสนุกดีค่ะ การถักไหมพรมกลายเป็นอีกโลกหนึ่งที่เราได้เข้าไปสัมผัส โลกที่ไม่มีความวุ่นวายมีแต่ความสงบ" โอ๋แง้มประโยชน์จากงานฝีมือสุดรัก
แล้วใช่จะถักผ้าพันคอเพื่อมอบให้กับเพื่อนๆ และคนใกล้ชิดเป็นของขวัญเท่านั้น หากแต่สาวเจ้ายังมีโครงการรวมพลกับเพื่อนๆ คอไหมพรม ถักผ้าพันคอเพื่อนำไปมอบให้กับเด็กๆ ทางภาคเหนือที่ต้องเผชิญกับอากาศหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาวด้วย
"ตอนนี้โอ๋พยายามถักให้เสร็จทันช่วงฤดูหนาว เพื่อจะได้เอาไปบริจาคให้เด็กๆ ทางภาคเหนือได้ใช้กัน โอ๋คิดว่าของที่เราทำให้เขาน่าจะสวยกว่าอันอื่นๆ ที่เขาเคยได้รับแน่ๆ ช่วงนี้พอเริ่มว่างโอ๋จะหยิบขึ้นมาถักตลอด สะสมไปเรื่อยๆ สิ้นปีคงจะนำไปบริจาคได้ คือ ถ้าเราให้เงินก็ง่ายเกินไป เลยคิดว่าถ้าเราตั้งใจทำให้เขาคนรับก็ดีใจคนให้ก็สุขใจด้วย" โอ๋กล่าวปิดท้ายการสนทนา
เรื่อง / ศรีพร เหล่าวณิชยา
ภาพ / อนันต์ จันทรสูตร



