
กล้วยไม้กับความรัก (2)
ความจริงแล้ว ทุกวันนี้สังคมไทยกำลังเกิดปัญหาอาจเรียกได้ว่า แทบทุกหย่อมหญ้า เธอยังไม่เฉลียวใจ จึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้สำเร็จ คงเอาแต่มุ่งมองไปยังกล้วยไม้เหมือนกับม้าซึ่งถูกคนเอาหนังมาปิดตาให้ต้องเดินตามวิถีทางซึ่งเป็นทาสรับใช้มนุษย์เรื่อยไป
เรื่องง่ายนิดเดียว “เมื่อเธอเดินไปบนทิศทางนี้แล้วเกิดปัญหา เธอก็หันกลับมาเดินย้อนไปสู่ทิศทางตรงกันข้าม เท่านั้นก็ช่วยแก้ปัญหาได้สำเร็จทุกๆ เรื่อง นั่นแหละคือเส้นทางที่จะนำไปสู่ความสุขได้ไม่ยาก”
ฟังดูแล้วไม่ยาก แต่เหตุไฉนเราจึงมานั่งเป็นทุกข์เป็นร้อน แทนที่จะลุกขึ้นมาร่วมมือร่วมใจกันเดินสวนทางกลับไปสู่อีกทิศทางหนึ่ง ซึ่งเส้นทางสายนี้ย่อมทำให้เกิดปัญญาเห็นแสงสว่างส่องทางไปสู่การแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง แถมมีโอกาสหยั่งรากลงสู่พื้นดินยิ่งขึ้นด้วย
มิน่าล่ะ โบราณเขาถึงพูดเอาไว้ว่า “ขึ้นขี่หลังเสือนั้นมันง่ายนิดเดียว แต่ลงจากหลังเสือนั้นสิยากยิ่ง”
เหตุใดมันถึงได้ยากขนาดนั้น ถ้าเธอไม่ได้ยึดติดอยู่กับความสะดวกสบายบนพื้นฐานวัตถุที่มันหยั่งรากฝังลึกอยู่ในจิตใจเธอเอง แต่รู้จักต่อสู้กับกิเลสที่มันอยู่ในจิตใจเพื่อหวนกลับมาทำความเข้าใจเรื่อง “การดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง”
หาใช่ว่าปากบอกว่าพอ แต่ใจไม่ยอมพอเช่นนั้นใช่หรือเปล่า! ถ้ากระนั้นจะทำยังไง ในเมื่อพูดมาถึงช่วงนี้แล้วทำไมจึงไม่รู้สึกเฉลียวใจจากสิ่งซึ่งเธอได้ปฏิบัติมาแล้วในอดีตว่า “พูดมาถึงช่วงนี้ นี่แหละคือคำสารภาพสิ่งที่มันอยู่ในใจเธอเองออกมาให้คนอื่นเขารู้อย่างไม่รู้สึกตัว”
เพราะเธอใช้คำพูดเป็นพื้นฐาน แทนที่จะใช้การลงมือปฏิบัติจากความจริงที่อยู่ในใจตัวเอง แม้ไม่พูดใครๆ เขาก็จะยอมรับได้โดยปราศจากความเคลือบแคลงสงสัยใดๆ
ต่อไปนี้ ฉันจะพูดเรื่องกล้วยไม้เพื่อให้เธอนำไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่า สิ่งที่ฉันได้ทำมาตลอดชีวิตนั้นมันเป็นเรื่องกล้วยไม้หรือเรื่องอะไรกันแน่!
ฉันจะพูดเรื่อง “เหตุใดฉันจึงรักกล้วยไม้”
เธอจงฟังให้ดี โปรดอย่าใช้อารมณ์ความต้องการเสพติดความสบาย แต่ขอให้หวนกลับไปพิจารณาใช้ความยากลำบากเท่าที่ชีวิตเธอเองได้รับมาแล้วในอดีตเป็นเครื่องมือ เพื่อขจัดอิทธิพลจากรูปวัตถุที่มันเข้าไปแฝงอยู่ในใจเธอเองออกให้ได้ในระดับหนึ่งเสียก่อน
หลักธรรมท่านก็ได้ชี้ไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า เพราะมันมีสิ่งนั้นจึงไม่มีสิ่งนี้ ดังนั้น เพราะเธอเสพติดอยู่กับความสะดวกสบายทางวัตถุ เธอจึงขาดปัญญาที่จะใช้เป็นแสงสว่างส่องทางให้เดินก้าวไปข้างหน้าเพื่อพบความจริงได้อย่างเด่นชัด
"ระพี สาคริก"



