
จุรินทร์ชู4ยุทธศาสตร์แก้โลกร้อนลดผลกระทบสุขภาพ
"จุรินทร์ ชู 4 ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาโลกร้อน ลดผลกระทบสุขภาพ ในที่ประชุมรัฐมนตรีระดับภูมิภาค 14 ประเทศที่เกาหลี ชี้ขณะนี้ไทยเดินหน้าทั้งเรื่องโรงพยาบาลลดโลกร้อน ส้วมสาธารณะสะอาด ตลาดสดได้มาตรฐาน พร้อมจะเดินหน้าทำน้ำประปาดื่มได้ต่อ
วันนี้ (15 กรกฎาคม 2553) ที่เมืองเจจู สาธารณรัฐเกาหลี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย ร่วมประชุมรัฐมนตรีระดับภูมิภาคว่าด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 2 ( The Second Ministerial Regional Forum on Environment and Health in Southeast and East Asian Countries ) 14 ประเทศ ประกอบด้วย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน มองโกเลีย พม่า ลาว เวียดนาม บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์สิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา และไทย
นายจุรินทร์กล่าวปราศรัยในการประชุมว่า ประเทศไทยเริ่มใช้แผนยุทธศาสตร์ว่าด้วยเรื่องอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 หลังการประชุมรัฐมนตรีระดับภูมิภาคว่าด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี 2550 ซึ่งแผนนี้ได้รับอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรีในปี 2552 ไทยได้ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์นี้เป็นต้นมา ซึ่งประกอบด้วยเรื่องทรัพยากรน้ำ มลพิษทางอากาศระดับภูมิภาคและระดับโลก การพัฒนาอนามัยสุขาภิบาล และการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ โดยได้บูรณาการเข้ากับ แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 ด้วย
นายจุรินทร์กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาความร่วมมือในเรื่องทรัพยากรน้ำ ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของแหล่งน้ำ ซึ่งปัจจุบันได้รับผลกระทบอย่างมากจากสภาพภูมิอากาศและการเพิ่มขึ้นของประชากร โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องมลพิษทางอากาศในระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเพิ่มของประชากร การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ และการแพร่กระจายของโรคติดต่อ จึงจำเป็นต้องร่วมมือทั้งในระดับประเทศและอนุภูมิภาค ประเทศไทยได้ทำกิจกรรมภายใต้กลไกข้อตกลงของอาเซียน เรื่องการจัดการด้านมลพิษและหมอกควันที่กระจายข้ามประเทศ ซึ่งไทยยังได้ร่วมมือกับประเทศในภูมิภาคเพื่อลดภาวะโลกร้อนด้วย
ด้านการพัฒนาสุขาภิบาลนั้น ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการสุขาภิบาลที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีโครงการโรงพยาบาลลดโลกร้อน ( green and clean hospital ) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยส่งเสริมให้โรงพยาบาลนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีโรงพยาบาลกว่า 600 แห่งเข้าร่วมโครงการ อีกทั้งสนับสนุนให้ภาคส่วนอื่นๆ เช่น โรงเรียน วัด ปั๊มน้ำมัน สถานีรถประจำทาง จัดการให้มีส้วมสาธารณะสะอาดได้มาตรฐานที่ประชาชนเข้าถึงได้ นอกจากนี้ยังมีโครงการ “ ตลาดสด น่าซื้อ ” และโครงการอาหารสะอาด รสชาติอร่อย ( clean food good taste ) รวมทั้งการเตรียมการเรื่องน้ำประปาดื่มได้
นายจุรินทร์กล่าวต่อไปว่า สำหรับการประเมินผล กระทบต่อสุขภาพ ( HIA ) ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นนั้น ประเทศไทยยินดีที่จะร่วมมือกับประเทศสมาชิก พร้อมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ โดยมีคณะทำงานด้านนี้ในระดับประเทศ
“ ประเทศไทยพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานตามปฏิญญาเจจูว่าด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อมและอนามัย ยินดีที่จะรับผิดชอบอย่างสุดความสามารถเพื่อบรรลุถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการพัฒนาแห่งสหัสวรรษเพื่อสุขภาพ ( MDG ) โดยการเสริมสร้างพันธมิตรและความร่วมมือในภูมิภาค ซึ่งเป็นการรวมพลังทั้งในระดับชาติและระดับภูมิภาค เพิ่มศักยภาพในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและอนามัย เพื่อที่จะทำให้สิ่งต่างๆบรรลุเป้าหมาย ” นายจุรินทร์ กล่าว



