
ยูเนสโกจ่อขึ้นบัญชีดำมรดกโลก39แห่งตีตรา60แห่ง
ยูเนสโกจ่อยก 60 แหล่งมรดกวัฒนธรรมเป็นมรดกโลก พร้อมขึ้นบัญชีดำ 39 แห่ง หากดูแลไม่ดีต้องถูกถอด ส่วนอุทยานฯภูพระบาทของไทยอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล คาดเสนอได้ ปี 54 กรมศิลป์-ผู้ว่าฯนัดสางปัญหาอยุธยามรดกโลกเดือนส.ค.นี้ อธิบดีกรมศิลป์ ย้ำ คณะกรรมการวิชาการ ให้ร
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2553 นางโสมสุดา ลียวะณิช รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)ในฐานะกรรมการมรดกโลก องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) กล่าวว่า วาระการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 25 ก.ค. – 3 ส.ค. 2553 ณ กรุงบราซิเลียน ประเทศบราซิล จะมีการเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และผสมผสาน จำนวน 60 แหล่งเพิ่มขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ โดยแบ่งเป็น แหล่งที่ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกไปแล้ว แต่ขอเพิ่มขอบขยายเขตคุณค่าทางพื้นที่ประวัติศาสตร์และธรรมชาติ 28 แหล่ง ส่วนแหล่งมรดกใหม่ที่ยังไม่เคยขึ้นทะเบียนมรดกโลกมาก่อน 32 แหล่ง อาทิ คุกขังนักโทษ อายุกว่า 200 ปี ประเทศออสเตรเลีย, หมู่บ้านโบราณฮาโฮ สาธารณรัฐเกาหลี, ป้อมปราการหอธง ประเทศเวียดนาม,จัตุรัส เซาฟรานซิสโก ในเมืองเซาคริสโว ประเทศบราซิล,อุทยานแห่งชาติตันเซียะ ประเทศจีน,หอดาราศาสตร์จันทรมันตรา ประเทศอินเดีย
นางโสมสุดา กล่าวว่า แหล่งมรดกทั้ง 60 แหล่งที่แต่ละประเทศเสนอขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกครั้งนี้ได้จัดทำเอกสารข้อมูลหรือนอมิเนชั่นไฟล์ (Nomination File) โดยผ่านการประเมินจากอิโคโมสสากลและไอยูซีเอ็น ซึ่งเป็นองค์การที่ดูแลอนุรักษ์ธรรมชาติเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้จะเสนอให้คณะกรรมการฯ พิจารณาเห็นชอบประกาศในสมัยประชุมนี้ นอกจากนี้วาระการประชุมจะมีการพิจารณาเอกสารเรื่องมรดกโลกที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย (World Heritage in Danger) 39 แหล่งทั่วโลก โดยคณะกรรมการฯ จะแจ้งให้แต่ละประเทศที่เป็นเจ้าของมรดกโลกทั้ง 3 ประเภทรับทราบและไปดำเนินการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพที่ดีขึ้นในระยะเวลา 5 ปี หากไม่ดีขึ้นจะถูกถอดถอนออกจากมรดกโลก อย่างไรก็ตามก็ตามในปี 2554 จะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าแหล่งมรดกใดบ้างที่จะถูกขึ้นทะเบียนอยู่ในบัญชีภาวะเสี่ยงอันตรายอย่างเป็นทางการ
“ทุกๆ 6 ปีแหล่งมรดกโลกของประเทศนั้นๆ จะต้องจัดทำรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาและดูแลมรดกโลกทั้งภูมิทัศน์พื้นที่แหล่งดังกล่าวต่อศูนย์มรดกโลกมีสภาพอย่างไร รวมทั้งอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งทางสำนักโบราณคดี กรมศิลปากรได้แจ้งไปแล้วจะจัดทำรายงานส่งในปี 2554 พร้อมกับอุทยานฯ สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ที่หน่วยงานแห่งนั้นดูแลอยู่” กรรมการมรดกโลก กล่าว
นางโสมสุดา กล่าวว่า สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี ที่จะเสนอขึ้นเป็นมรดกโลก ตอนนี้ทางสำนักโบราณคดี กำลังดำเนินการจัดทำเอกสารนอมิเนชั่นไฟล์ ซึ่งให้แล้วเสร็จก่อนต้นเดือนกุมภาพันธ์ปี 2554 เพื่อที่เสนอต่อศูนย์มรดกโลกรับเรื่อง จากนั้นจะได้ส่งอีโคโมสสากลมาประเมินคุณค่า หากผ่านจึงเสนอเข้าคณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาในสมัยประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 35 ประเทศบาห์เรน
กรมศิลป์-ผู้ว่าฯนัดสางปัญหาอยุธยามรดกโลกส.ค.นี้
นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงกรณีที่ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่พอใจที่กรมศิลปากรไม่ดำเนินการทุบเสาศาลาที่พักผู้โดยสารรถรางที่บดบังหน้าศาลากลางเก่าว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกรมศิลปากร ร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มาร่วมประชุมคณะกรรมการวิชาการของกรมศิลปากรแล้ว ซึ่งคณะกรรมการฯมีความเห็นว่า ควรที่จะรื้อออก และให้ย้ายไปอยู่ด้านหลังของศาลากลางเก่า เพื่อไม่ให้บดบังภูมิทัศน์ ในขณะเดียวกันหากกรมศิลปากรเห็นสิ่งไหนที่ไม่ถูกก็จะดำเนินการปรับปรุง
นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า ในส่วนรายละเอียดปลีกย่อยการทุบเสาออกจำนวนกี่ต้นนั้น ตนจะต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง โดยจะประสานไปยังสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้จัดส่งรายละเอียดมาให้กรมศิลปากร ส่วนจะลงไปดูในพื้นที่หรือไม่ จะต้องรอให้ตนไปชี้แจงเรื่องงบประมาณให้เสร็จก่อนคาดว่า จะเป็นช่วงต้นเดือน ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ตนขอเน้นย้ำว่า การปรับปรุงหรือรื้อถอนสิ่งใดในอยุธยา กรมศิลปากร ได้ประสานกับทางจังหวัดโดยตลอด
นายเมธาดล วิจักขณะ ผอ.สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ทราบว่า อธิบดีกรมศิลปากร จะมาหารือกับทางจังหวัดในช่วงเดือนส.ค.นี้ ซึ่งจะรอคำสั่งจากทางผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย คือ อธิบดีกรมศิลปากร และทางจังหวัด ว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร หากจะให้รื้อทิ้งทั้งหมดทางสำนักศิลปากรที่ 3 ก็จะเร่งดำเนินการ ทั้งนี้ ขอชี้แจงว่า การทำงานของสำนักศิลปากรในพื้นที่ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ไม่ได้มีความขัดแย้งกัน และร่วมมือการปรับปรุงปัญหาภายในอยุธยาโดยตลอด



