
องคมนตรีจี้ผู้ใหญ่ให้ทำดีเป็นแบบอย่างแก่เด็ก
องคมนตรีจี้ผู้ใหญ่ให้ทำดี ชี้เหตุคุณภาพเด็ก เยาวชนจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้ใหญ่ล้วนๆ แนะแนวทางประเทศเจริญและเข้มแข็ง ต้องลงทุนการศึกษา ทำวิจัย สร้างเครือข่ายข่าวสาร และด้านสาระความรู้ให้มีคุณภาพ หนุนแนวคิดการฟื้นฟูวรรณคดีไทย ฝากคณะครุศาสตร์
เมื่อวันที่ 14 ก.ค.2553 ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กล่าวในการเป็นประธานเปิดงานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชนครั้งที่ 8 (Book Festival for Young People 2010) ภายใต้แนวคิด เด็กฉลาด ชาติเจริญที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กทม.ว่า ผู้ใหญ่ขณะนี้กำลังทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อสร้างเด็กและเยาวชนไทยรุ่นใหม่ ให้มีความรู้ เป็นพื้นฐานนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ด้านสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยจะเข้มแข็งได้ก็อยู่ที่คุณภาพของเด็กและเยาวชนไทย ซึ่งการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ได้ต้องอยู่บนพื้นฐานสำคัญ 2 ประการคือ พื้นฐานความจริงและความมีเหตุผล โดยผู้ใหญ่ต้องทำตนเป็นตัวอย่าง หากผู้ใหญ่เป็นตัวอย่างที่พูดโกหกพกลม ใส่ร้ายป้ายสี ผ่านสื่อ อย่าหวังจะเห็นเยาวชนมีอนาคตที่ดีได้ หรือถ้าผู้ใหญ่เป็นคนไร้เหตุผล เด็กได้ตัวอย่างที่ไม่ดี นำไปสู่เป้าหมายที่เลวร้าย เช่น เด็กเผาโรงเรียนเพราะเห็นผู้ใหญ่เผาบ้านเผาเมือง เป็นต้น ดังนั้นผู้ใหญ่ในวันนี้ต้องยึดหลักความจริงและความมีเหตุผล
องคมนตรี กล่าวอีกว่า ประเทศจะเจริญและเข้มแข็งได้ต้องลงทุน 4 เรื่อง คือ 1.การศึกษา โดยจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและทั่วถึง คนที่รักชาติจริงต้องทุกเทพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ 2.ลงทุนทำวิจัย 3.ลงทุนสร้างเครือข่ายข่าวสาร ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ หนังสือพิมพ์ ,สื่ออิเลคทรอนิกส์ ได้แก่ ทีวี วิทยุ และสื่อออนไลน์ ทั้ง 3 สื่อต้องมีผู้รับผิดชอบระดับประเทศควบคุมดูแล
ที่ผ่านมาประเทศเกิดความแตกแยกเพราะเครือข่ายข่าวสารขาดการควบคุมดูแล ใครพูดอะไรก็ได้ กล่าวเท็จก็ได้ พูดจายุแหย่ก็ได้ ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อสังคม และต้องใช้เวลาในการเยียวยา ตนดีใจที่ขณะนี้มีการควบคุมดูแลเครือข่ายข่าวสาร สื่อต้องมีความเป็นอิสระในการนำเสนอสิ่งที่เป็นจริง เป็นกลาง และเป็นประโยชน์ต่อประเทศไม่ควรให้อิสระกับสื่อที่กล่าวเท็จ พูดในสิ่งที่เป็นอันตรายต่อบ้านเมือง
ส่วนนักสื่อสารมวลชนต้องพูดจริง เป็นกลาง และพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วย แต่ที่มีการโวยวายขณะนี้ เพราะอยากพูดในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง หรือรับจ้างคนอื่นมาพูด ซึ่งทุกคนที่เป็นเจ้าของประเทศจะยอมได้หรือ 4.การลงทุนด้านสาระความรู้ให้มีคุณภาพ อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ จะต้องรับผิดชอบต่อสังคมทุกขั้นตอนการผลิต ไม่ใช่แค่นำผลกำไรปลายปีไปทำบุญ ซึ่งไม่เพียงพอ
"ส่วนแนวคิดฟื้นฟูวรรณคดีไทยเห็นด้วยอย่างยิ่ง และคิดว่าทำได้ ซึ่งหากสร้างความเข้มแข็งของภาษาไทย โดยคณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์ ต้องผลิตครูที่มีความรู้ดีด้านภาษาไทย และเก่งการสอนภาษาไทย มีหลักสูตรสอนภาษาไทยให้กับคนต่างชาติด้วย นอกจากนี้ควรฝึกเด็กไทยให้เรียนรู้เกี่ยวฉันทลักษณ์ของภาษาไทย ซึ่งมีความสวยงามทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง โคลงฉันท์กาพย์กลอน รวมทั้งต้องเข้าใจวัฒนธรรมไทยด้วย จึงจะสามารถฟื้นฟูวรรณคดีไทยและภาษาไทยได้สำเร็จ" องคมนตรี กล่าว



