
"ยืดอายุสมอง" ช่วยถนอมความจำ
พัฒนาการทางสมองของมนุษย์ มีขีดจำกัดด้วยเงื่อนไขของเวลา ที่มาพร้อมกับความเสื่อม เมื่ออายุมากขึ้น เซลล์สมองจะค่อยๆ ลดลง และไม่มีการสร้างเซลล์ใหม่ทดแทน
ความสามารถในการจดจำเรื่องราวต่างๆ จึงถดถอยตามวัย มีอาการหลงลืม คิดอ่านช้าลง เข้าสู่ภาวะสมองเสื่อมในวัยสูงอายุ คงไม่มีใครอยากตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้อย่างแน่นอน
การยืดอายุภาวะความเสื่อมของสมอง มีส่วนช่วยถนอมความจำ จากการศึกษาพบว่า สารอาหารบางชนิด มีบทบาทต่อการทำงานของสมอง เช่น
- เลซิติน ที่พบในถั่วเหลือง
- เนื้อวัว ข้าวสาลี มีส่วนช่วยให้ระบบประสาททำงานเป็นปกติ
- สังกะสี ในเนื้อสัตว์
- นม ผักใบเขียว ช่วยชะลอความแก่ของเซลล์
การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการในชีวิตประจำวัน จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน นอกจากนี้ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้สะดวก ช่วยกระตุ้นให้เซลล์สมองทำงานดีขึ้น มีการวิจัยในต่างประเทศว่า คนที่ออกกำลังกายตามปกติตลอดชีวิต มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคความจำเลอะเลือนน้อยกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกาย
ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสื่ยง ที่ทำให้เซลล์สมองเสื่อมเร็วด้วย โดยการไม่สูบบุหรี่ และ ดื่มสุราเป็นประจำ ควรฝึกสมองให้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ เช่น
- การอ่านหนังสือในยามว่าง
- สลับกับการพักผ่อน ในรูปแบบอื่นๆ จะช่วยพัฒนาให้เซลล์สมองแข็งแรง
การทำน้ำผลไม้
น้ำมะเขือเทศ มีวิตามินเอ และวิตามินซี แล้วยังมีไลโคพีน (Lycopene) ช่วยชะลอวัย ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ ป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วย
น้ำมะนาว มีวิตามินซีสูง ช่วยเรื่องผิวพรรณ ช่วยป้องกันไข้หวัด และยังมีวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และเกลือแร่อื่นๆ อีกด้วย
น้ำส้มคั้น มีวิตามินซีสูงใกล้เคียงกับน้ำมะนาว แต่ยังมีวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ช่วยป้องกันไข้หวัด ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้เช่นเดียวกับน้ำมะนาว
น้ำฝรั่ง มีวิตามินซีสูงมากกว่าส้มเขียวหวานถึง 9 เท่า (แต่ไม่ใช่สูงสุด เพราะมะขามป้อมจะให้ วิตามินซีสูงสุด) น้ำฝรั่งช่วยบำรุงผิวพรรณ ป้องกันไข้หวัด และเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย เป็นสูตรบำรุงสุขภาพมาตั้งแต่สมัยโบราณ
น้ำแตงโม มีวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน เป็นส่วนใหญ่ ช่วยบำรุงผิวพรรณ แล้วยังช่วยล้างไต และขับปัสสาวะได้เป็นอย่างดี
น้ำกล้วยหอม มีวิตามินเอ และวิตามินซี มีเกลือแร่ชนิดต่างๆ และสารเพคติน (Pectin) ช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี เหมาะกับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก ทำให้อิ่มเร็ว เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาแผลบริเวณกระเพาะและลำไส้
ควรใช้ผลไม้สด และเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อป้องกันการสูญเสียวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินซี ซึ่งจะสลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับความร้อน
ก่อนนำผลไม้ไปปั่น หรือคั้น ควรทำความสะอาด โดยการเปิดน้ำจากก๊อกให้ไหลผ่าน ถ้าต้องการปรุงแต่งรส ไม่ควรใช้น้ำตาลทรายขาวเพิ่มความหวาน เพราะน้ำตาลทรายขาวจะยิ่งทำให้ร่างกายต้องการวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และแคลเซียมมากขึ้นโดยไม่จำเป็น ควรใช้ น้ำผึ้ง หรือ น้ำตาลทรายแดง
สุดท้าย การดื่มน้ำผลไม้เพื่อให้ประโยชน์สูงสุด ควรดื่มภายใน 30 นาที หลังเตรียมเสร็จ
โรงพยาบาลสายไหม
โทร.0-2991-8999



