ไลฟ์สไตล์

กะเทาะ“โมเดลวัฒนธรรม”“นิพิฏฐ์”ดันสู่แผนปรองดองชาติ

กะเทาะ“โมเดลวัฒนธรรม”“นิพิฏฐ์”ดันสู่แผนปรองดองชาติ

13 ก.ค. 2553

กำลังเป็นที่จับตามองว่านโยบายที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในเรื่องเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความเป็นปึกแผ่นของคนในชาติด้วยการร่วมเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยภายใต้ “แผนปรองดองแห่งชาติ”

จะออกมาหน้าตาเป็นแบบใด ขับเคลื่อนได้จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่เกมถ่วงเวลา อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นนโยบายรัฐบาล ทุกกระทรวงต่างออกมาขานรับ รวมไปถึงการใช้มิติวัฒนธรรมสร้างความปรองดองของคนในชาติ

 นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ หนึ่งในทีมกฎหมายต่อสู้ในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ มารับเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดใจว่า ในบรรดาแผนปรองดองแห่งชาติ 5 ข้อสามารถขับเคลื่อนด้วยมิติวัฒนธรรมมี 4 ข้อคือการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างความเป็นธรรมในสังคมไทย การปฏิรูปและสร้างสื่อที่มีประสิทธิภาพ และพัฒนาระบบการเมืองและประชาธิปไตย โดยกิจกรรมเร่งด่วนที่รัฐมนตรีพัทลุงคนนี้เห็นว่าต้องทำอันดับแรก ได้แก่ การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

 “เราจะทำภาพยนตร์เรื่องยาวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยือนพสกนิกรทั่วประเทศ เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว มีพระเสโทไหล แล้วทำแจกประชาชน คนแต่ละจังหวัดรู้สึกใกล้ชิด ภาคภูมิใจ เป็นความผูกพันระหว่างประชาชนและสถาบันพระมหากษัตริย์ จำนวน 3 เรื่อง โดยเชิญผู้สร้างภาพยนตร์มืออาชีพ มือสมัครเล่น ส่งเนื้อหาประกวด จากนั้นจะขอความร่วมมือฉายตามโรงภาพยนตร์ สถานีโทรทัศน์ และจัดทำเป็นซีดีเผยแพร่ ตั้งเป้า 999,999 ชุด งบ 12 ล้านบาท กิจกรรมตรงนี้เป็นการเทิดทูนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์” นายนิพิฏฐ์ กล่าว

 อันดับที่สอง วัฒนธรรมประชาธิปไตย เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบการเมืองและประชาธิปไตย เริ่มทำ “ตำราวัฒนธรรมประชาธิปไตย” เนื้อหา 10 หน้ากระดาษ เสนอเป็นวาระแห่งชาติส่งไปตามโรงเรียน วัฒนธรรมจังหวัด วัฒนธรรมอำเภอ ซึ่งมีเครือข่ายกว่า 1 ล้านคน ใช้เป็นคู่มือทุกๆ การประชุมด้านวัฒนธรรมจะต้องมีการพูดเรื่องนี้ด้วย นอกจากนี้จะทำงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรมซึ่งมีงบประมาณ 18 ล้านบาทเผยแพร่ผ่านเครือข่ายศิลปิน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ในการแสดงหมอลำ มโนราห์ ลำตัด ลิเก จะต้องแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมประชาธิปไตยลงไปด้วย

 “สิ่งที่ผมคาดหวัง อยากให้ทุกคนรู้ว่าหากเราจะมีประชาธิปไตยต้องมีวัฒนธรรมด้วย จริงอยู่ประเทศเราไม่ได้เริ่มการปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่เริ่มการปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จึงมีทุนนิยม อำนาจนิยม มีระบบอุปถัมภ์อยู่เยอะ เด็กเรียน เด็กสอบ ย้ายคนต้องไปพึ่งส.ส. ซึ่งขัดแย้งกับระบอบประชาธิปไตย ประเทศแถบนี้เป็นประชาธิปไตยแล้ว แต่ทำไมประชาธิปไตยบ้านเราไม่งอกงาม เพราะวัฒนธรรมเราบางครั้งขัดกับประชาธิปไตย ยกตัวอย่าง คนไทยขับรถ 90% ชอบฝ่าไฟแดง ทั้งที่ไฟแดงหมายถึงกฎหมาย แต่พอเห็นตำรวจซึ่งเป็นบุคคลยืนอยู่ กลับไม่ฝ่า กลายเป็นว่าประเทศเราเห็นว่าบุคคลเป็นกฎหมาย ประเทศเลยกลับหัวกลับหาง”

 รัฐมนตรีสายเลือดสะตอจากจังหวัดพัทลุง ยังมีความฝันของตัวเองอยากสร้าง “ค่านิยมพึงประสงค์ของคนไทยเป็นวาระแห่งชาติ” ยกตัวอย่าง คนไทยไม่ใช้ความรุนแรง มีการรณรงค์ขอความร่วมมือไปทุกหน่วยงาน หากเราไปหาเสียงจังหวัดใหนยังมีการปาปลาร้า ปาไข่กันใส่กัน แสดงว่าจังหวัดนั้นตกผลสัมฤทธิ์ข้อนี้ หรือ คนไทยไม่โกง จังหวัดใหนมีการโกงการเลือกตั้ง แสดงว่าจังหวัดนี้ตกตัวชี้วัดเรื่องคนไทยไม่โกง ผู้ว่าฯ ผู้กำกับ ผู้การ ต้องเป็นคนรับผิดชอบ ในทางตรงกันข้ามตัวชี้วัดจังหวัดใหนออกมาดีจะเป็นเกณฑ์ความดีความชอบของข้าราชการ รัฐควรเพิ่มงบประมาณไปเลย 20% เป็นต้น

 ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานใน วธ.ได้จัดทำร่างการดำเนินงานตามแผนปรองดองแห่งชาติ ประกอบด้วย การส่งเสริมความเป็นธรรมสังคมด้วยมิติทางศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม รณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์ไทย เอกลักษณ์ชาติ การเปิดเวทีประชาคมแลกเปลี่ยนเพื่อขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ รณรงค์ปลูกจิตสำนึกปรองดอง คุณธรรม จริยธรรม เมืองไทยเมืองคนดี จัดค่ายเยาวชนสมานฉันท์ให้เด็กเยาวชนเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การยอมรับในความแตกต่างหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา วัฒนธรรม และความเสมอภาค ฯลฯ เพื่อนำเข้าที่ประชุมผู้บริหารเพื่อขับเคลื่อนงาน

 จากนี้ไปต้องจับตาว่าแผนปรองดองวัฒนธรรมจะลงไปสู่แผนปฏิบัติเพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ได้ผลจริงมากน้อยแค่ไหน หรือเป็นเพียงเหล้าเก่าในขวดใหม่ วนอยู่ในแดนสนธยา ซื้อเวลาให้ฝ่ายการเมืองไปวันๆ

 0 ผกามาศ ใจฉลาด0 รายงาน