ไลฟ์สไตล์

แขกรับเชิญ - "ทัศพล" โดดร่วมหอการค้าไทย-มาเก๊า

แขกรับเชิญ - "ทัศพล" โดดร่วมหอการค้าไทย-มาเก๊า

14 ก.ค. 2553

ไม่เพียงสนใจฟังเพลงคาราบาว ครั้งหนึ่งยังเอารูปเขาควายสกรีนเป็นลวดลายประดับบนเครื่องบินมาแล้ว บางครั้งยังเชิญ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ มาครวญขลุ่ย พร้อมนำบทกวีขอฝากรอยจารึกไว้บนเจ้านกเหล็กมาแล้วเช่นกัน

 ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึง ทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย ผู้บริหารหนุ่มรูปหล่อ หุ่นสมาร์ท ที่ไม่เหมือนใคร แต่แค่นี้ยังจิ๊บๆ เพราะเขามีอีกหลายอย่างที่เราคาดไม่ถึง...

 เพราะการเป็นผู้บริหารสายการบิน ทำให้ทัศพลต้องเดินทางไปเยี่ยมเยียนประเทศปลายทางที่ส่งผู้โดยสารไปถึงอยู่เสมอ บางครั้งจึงมีโอกาสเห็นช่องทางกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ด้วยแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่ว่า "ประเทศไทยรอดเราก็รอด" ล่าสุดแอร์เอเชียจึงจับมือกับกระทรวงพาณิชย์และเขตบริหารพิเศษมาเก๊าก่อตั้งหอการค้าไทย-มาเก๊า

 แอร์เอเชีย เปิดเส้นทางบินกรุงเทพฯ-มาเก๊า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ทำให้ทัศพลเข้าใจการดำเนินธุรกิจของคนไทยในมาเก๊า จนเกิดแนวคิดที่จะร่วมมือกับภาครัฐในการสนับสนุนการค้าขาย

 "ที่มาเก๊ามีคนไทยอยู่ค่อนข้างเยอะ คนไทยที่นี่ทำมาค้าขายเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออก ซึ่งก็น่าจะได้สิทธิประโยชน์ในการค้าขายสินค้าไทยบ้าง น่าจะได้รับส่วนลดจากการเดินทางหรือขนส่งสินค้า และควรมีการจัดตั้งสมาคมที่มาดูแลเรื่องนี้ ก็เลยเป็นที่มาของการเข้าร่วมก่อตั้งหอการค้าไทย-มาเก๊า" ทัศพลกล่าว

 ถือเป็นการสนับสนุนภาครัฐบาลไทยที่ พรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการจนเป็นรูปเป็นร่าง โดย รมว.พาณิชย์กล่าวระหว่างการเปิดหอการค้าไทยมาเก๊า เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ว่า

 "การค้าขายระหว่างไทยกับมาเก๊าถือว่ามีมูลค่าไม่มากนัก แต่การเปิดหอการค้าจะช่วยเป็นประตูในการส่งสินค้าต่อไปยังประเทศจีน หรือไปยังโซนยุโรปที่พูดภาษาโปรตุเกสกว่า 10 ประเทศ ซึ่งจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยขยายตลาด มาเก๊าทำเรื่องตลาดการท่องเที่ยวการบริการเป็นหลัก สิ่งที่เราจะได้ก็คือ การขายสินค้าไทย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าในภาคบริการ เรื่องอาหาร ข้าว สินค้าด้านการเกษตร น่าจะมีโอกาสขยายตัวและเติบโตได้ต่อเนื่อง เห็นได้จากที่มาเก๊ามีการสร้างโรงแรมขึ้นมาอีกมากมาย อย่างน้อยคนที่มาท่องเที่ยวก็เป็นคนที่มาจากหลายๆ ประเทศ ก็น่าจะมีโอกาสได้ใช้สินค้าไทยหรือได้ชิมอาหารจากไทย"

 ด้านเจ้าบ้านอย่าง รีโน โฮ ประธานสภาหอการค้ามาเก๊า-ไทย คนแรก มองเห็นประโยชน์ร่วมกันว่า
 "นอกจากมาเก๊าจะสามารถเป็นฐานการส่งออกสินค้าไทยไปยังจีนแบบปลอดภาษีได้แล้ว ยังคาดหวังว่า ในอนาคตนักธุรกิจไทยด้านการท่องเที่ยว โรงแรม และสปา ซึ่งมีชื่อเสียงมากในมาเก๊า จะเข้ามาลงทุนที่นี่เพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันพนักงานสปาตามโรงแรม 5 ดาวทั้งหมดก็บริหารโดยคนไทย และนักลงทุนชาวมาเก๊าก็จะไปลงทุนในไทยได้สะดวกยิ่งขึ้นเช่นกัน"

 นอกจากการเปิดหอการค้าร่วมกันเพิ่มความสะดวกด้านการค้าการลงทุนแล้ว ในด้านการท่องเที่ยว ทัศพลคาดว่าจะมีส่วนช่วยดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

 "ถึงแม้มาเก๊าจะมีประชากรแค่ประมาณ 3 แสนคน แต่ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในมาเก๊าแต่ละปีค่อนข้างเยอะ และคนเหล่านี้มีกำลังซื้อสูง ดูจากนักท่องเที่ยวที่บินกับแอร์เอเชีย เส้นทางไทย-มาเก๊า ส่วนใหญ่เป็นคนจีน ซึ่งข้ามมาจากแผ่นดินใหญ่ที่อยู่ใกล้กับมาเก๊า นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ที่ไปเที่ยวมาเก๊าแล้วจะเดินทางต่อมายังไทยด้วย" ทัศพลกล่าว

 เพื่อเป็นการรองรับนักท่องเที่ยวที่เชื่อว่าจะเพิ่มขึ้น แอร์เอเชียจึงวางแผนที่จะเพิ่มเส้นทางบินใหม่ บินตรงจากฐานการบินที่สองในภูเก็ตมายังมาเก๊า ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีจุดเด่นเรื่องความงามทางธรรมชาติของท้องทะเล ขณะที่มาเก๊ามีสีสันด้านความบันเทิงครบถ้วน ซึ่งเส้นทางบินนี้น่าจะทำให้เกิดการหมุนเวียนของนักท่องเที่ยวและการใช้จ่ายจำนวนมาก

 แม้ว่าที่ผ่านแอร์เอเชียจะได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองไม่มากนัก เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ที่สายการบินจะปรับลดเที่ยวบินลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่ขณะนี้นักท่องเที่ยวจากยุโรปที่กำลังวางแผนการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น หากเห็นว่าไทยยังไม่ปลอดภัยพอก็อาจจะไม่เลือกประเทศไทยอยู่ในแผนที่การท่องเที่ยวในปีนี้ ซึ่งอาจจะเปลี่ยนไปท่องเที่ยวในมาเลเซีย พนมเปญ ดานัง ประเทศเวียดนามแทน

 ผู้บริหารแอร์เอเชียยืนยันความพร้อมเต็มที่ หากรัฐบาลมีความชัดเจนเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากบทเรียนที่ผ่านมา หรือมีนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวใหม่ๆ ก็พร้อมออกโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเพิ่มเติมทันที

 ถามถึงการพักผ่อนส่วนตัว ทัศพลกล่าวว่า การทำงานส่วนใหญ่จะต้องเดินทางเป็นประจำอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยไปเที่ยวไกลๆ เสาร์-อาทิตย์ถ้าไม่ได้ไปไหนก็จะพักผ่อนด้วยการดูหนังถึง 5 เรื่อง เพราะชอบการดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ แต่ถ้าไปเที่ยวส่วนใหญ่จะไปขี่ม้าและขี่จักรยานกับลูกสาววัย 14 ปี แทบทุกสัปดาห์

 ผู้บริหารสายการบินที่ต้องคิดเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวรองรับผู้โดยสารตลอดเวลา กลับใช้เวลาท่องเที่ยวและพักผ่อนง่ายๆ แค่นี้เอง!