ไลฟ์สไตล์

วอนศธ.ให้สิทธิ์นศ.ปวช.เรียนพยาบาลม.เอกชน

วอนศธ.ให้สิทธิ์นศ.ปวช.เรียนพยาบาลม.เอกชน

13 ก.ค. 2553

ผอ.ร.ร.พาณิชยการสุโขทัย ยื่นหนังสือขอความเห็นใจอนุโลมให้สิทธิ์เด็กปวช.สาขาธุรกิจสถานพยาบาล ปี 1-3 รุ่นปีการศึกษา 51-53 ได้สมัครเรียนคณะพยาบาลของม.เอกชนได้ ด้าน “ชินวรณ์” มอบสช.-สกอ.ไปหาทางแก้ไขพร้อมรายงานผลที่ประชุมองค์กรหลัก

 เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2553   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายวินัย    คู่พันทวี   ผู้อำนวยการโรงเรียนพาณิชยการสุโขทัย พร้อมด้วยตัวแทนนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาธุรกิจสถานพยาบาล เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เพื่อขอให้ช่วยเหลือแก้ไขปัญหากรณีนักเรียน ปวช.ได้รับผลกระทบเนื่องจากไปสมัครสอบยังเพื่อเข้าศึกษาต่อคณะพยาบาลศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยเอกชนแต่ถูกปฏิเสธเนื่องจาก คุณสมบัติขัด กับประกาศ ศธ. เรื่อง มาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรี สาขาพยาบาล พ.ศ. 2552 โดย นายวินัย กล่าวว่า ขณะนี้ ตนมีนักเรียนที่เรียนสาขาธุรกิจสถานพยาบาล ในชั้นปีที่ 1-3 จำนวน 790 คน ซึ่งเป็นข้อมูลวันที่ 10 มิ.ย. ซึ่งนักเรียนกลุ่มดังกล่าวได้รับผลกระทบว่าเนื่องจากคุณสมบัติของนักเรียนจะขัดกับประกาศ ศธ. ฉบับดังกล่าวที่มีการกำหนดให้ผู้ที่จะเรียนในสาขาพยาบาลศาสตร์จะต้องจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในสาขาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เท่านั้น

 นายวินัย กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตามระเบียบของสภาการพยาบาลได้กำหนดให้ผู้สมัครเป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับม.6 สาขาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือเทียบเท่าในสาขาวิชาเกี่ยวข้อง และตลอดเวลาที่โรงเรียนเปิดสอนในสาขาดังกล่าว โดยใช้หลักสูตรของอาชีวศึกษาตั้งแต่พ.ศ. 2527 ก็สามารถไปสมัครเรียนใน ม.เอกชนที่เปิดสอนได้ แต่ปรากฎว่าเมื่อมีนักเรียนของเราไปสมัครคณะพยาบาลศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเอกชน ชำระเงินค่าปรับพื้นฐานการเรียนไปแล้ว กลับได้รับหนังสือเรียกให้รับเงินคืนโดยทางมหาวิทยาลัยระบุว่าคุณสมบัติขัดกับ ประกาศ ศธ. ดังนั้น ตนเพียงต้องการขอให้ทาง ศธ.ช่วยเหลือนักเรียนที่กำลังเรียนในสาขานี้ ระดับปวช.ปี 1-3 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2551-2553 โดยอนุโลมให้ยังได้สิทธิ์ในการสมัครเข้าเรียนได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเรียนต้องการมากที่สุด

 “สิ่งที่ทางโรงเรียนและเด็กต้องการเพียงการอนุโลมให้สิทธิ์เพื่อสอบเข้าเรียนในม.เอกชนเท่านั้น ที่ผ่านมาเราไม่ได้ทราบเรื่องประกาศดังกล่าวเลย แม้แต่ทางต้นสังกัด คือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ก็ไม่ทราบเรื่อง หรือแม้แต่ ม.เอกชน ที่เคยรับนักเรียนของเราก็ยังมาทราบเรื่องภายหลังถึงได้เรียกเด็กมารับเงินปรับพื้นฐานที่จ่ายไว้แล้วคืน อีกทั้งประกาศดังกล่าวก็ออกมาปลายปี 2552 แล้วในขณะที่การรับนักเรียนปีการศึกษา 2553 เราเริ่มรับตั้งแต่ ส.ค.ปี 2552 อีกทั้งปีในแต่ละปีมีนักเรียนชั้นปีที่ 3 ของเราที่ไปสมัครเรียนพยาบาลที่ ม.เอกชนไม่ถึง 10%”นายวินัย กล่าว

 นายชินวรณ์ กล่าวว่า ในการประชุม 5 องค์กรหลักตนได้นำปัญหาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยเบื้องต้นได้มอบนโยบายให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คือ สช. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไปดูว่าจะมีวิธีการเยียวยาแก้ไขปัญหาในกรณีของโรงเรียนพาณิชยการนี้ได้อย่างไรบ้าง และให้ไปศึกษาดูว่าประกาศ ศธ. ฉบับดังกล่าวกระทบต่อสิทธิ์ของเด็กจริงหรอืไม่และให้มารายงานผลการเยียวยาช่วยเหลือว่าจะผ่อนผันให้เป็นไปตามที่ทางโรงเรียนร้องขอมาได้หรือไม่ในการประชุม 5 องค์กรหลักสัปดาห์ต่อไป อย่างไรก็ตาม ในกรณีการจัดหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับสภาการวิชาชีพ ตนได้เน้นย้ำว่าให้มีการตรวจสอบและดำเนินการอย่างรอบคอบ เช่น มีการรับรองหลักสูตรถูกต้องเพื่อไม่ให้กระทบต่อการเรียน เหมือนกรณีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น เป็นต้น