
ทางใหม่ของชาวสวนยาง
ตอนที่ไปดูกล้ายางพาราพันธุ์ใหม่ พีบี 350 และดูเทคนิคใหม่ในการเพาะกล้าพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดในถุงดำ ที่เมืองยัน รัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชาวมาเลเซียถามผมว่า ประเทศไทยปลูกยางพารามากที่สุดในโลก นิยมปลูกพันธุ์อะไร ผมบอกว่า อาร์อาร์ไอเอ็ม
เชื่อไหมครับว่า ชาวมาเลเซียหัวเราะ และบอกว่าพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่ต้องห้ามสำหรับมาเลเซีย เป็นพันธุ์เก่าแก่ปลูกกันมาหลายสิบปีแล้ว คนมาเลเซียบอกว่า ให้ผลผลิตน้อย โรคระบาดมาก อย่างพันธุ์ 251 ยิ่งแล้วใหญ่ คนมาเลเซียรุ่นใหม่ไม่รู้จัก มาเลเซียเขาพัฒนาไปถึงอาร์อาร์ไอเอ็ม 2027 อาร์อาร์ไอเอ็ม 2025 ล่าสุด อาร์อาร์ไอเอ็ม 2001 อาร์อาร์ไอเอ็ม 929 หรืออย่างกระจอกสุดคืออาร์อาร์ไอเอ็ม 928 ล่าสุดพันธุ์ใหม่คือพีบี 350 กำลังมาแรงมาก
อย่างที่เคยบอกมาแล้วครับ การวิจัยพัฒนายางพาราของไทยล้าหลังมากครับ อย่างอาร์อาร์ไอเอ็ม 600 ปลูกกันมาหลายสิบปีแล้ว ทั้งที่ไทยเป็นประเทศที่ปลูกยางพาราและส่งออกยางพารามากที่สุดในโลก
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เริ่มมีข่าวดีแล้วครับ วันก่อนเห็นท่านรอง อนันต์ สุวรรณรัตน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร บอกว่า กำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนายางพารา กำหนดเวลา พ.ศ.2552-2556 ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ยางพาราไทยในเวทีการค้าโลกได้
การขับเคลื่อนที่ว่านี้มีการบูรณาการวิจัยและพัฒนายางพารา 3 ด้าน คือด้านการผลิต ด้านเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมให้สอดคล้องต่อสถานการณ์และความต้องการของตลาด นัยหนึ่งก็คือเพื่อพัฒนาและเพิ่มมูลค่ายางพาราอย่างครบวงจรนั้น
เบื้องต้นได้วางแผนวิจัยและพัฒนาพันธุ์ยางพันธุ์ใหม่ให้มีผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เพิ่มสูงขึ้นถึง 420 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี จากเดิมที่อาร์อาร์ไอเอ็ม ได้ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ 278 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปีเท่านั้น แต่มาเลเซียไปไกลแล้ว บางสายพันธุ์ได้ถึง 500 กิโลกรัมต่อปีต่อไร่
นอกจากนี้ยังมีแผนวิจัยการใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการเพิ่มผลผลิตยางพาราด้วย มีการวิจัยด้านการบำรุงรักษาสวนยาง การเก็บเกี่ยวผลผลิตต้นทุนต่ำ เพื่อช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมเร่งรัดวิจัยการใช้เทคโนโลยีสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้ประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต(Carbon Credit) การปรับสภาพน้ำเสียจากโรงงานยางแปรรูป เป็นต้น
ในส่วนของงานวิจัยด้านอุตสาหกรรมยางนั้น มีแผนศึกษาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากน้ำยางข้น ผลิตภัณฑ์จากยางแห้ง และพาราเทอร์โมพลาสติก รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตวัตถุดิบเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ยางขั้นต้น เช่น ยางคอมปาวด์
ทั้งหมดนี้ยังเป็นแผนนะครับ หากงานนี้ได้ตามแผนแล้ว ก็เป็นทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกร มีทั้งพันธุ์ยางที่ให้น้ำยางสูง พันธุ์ยางที่ให้เนื้อไม้สูง และพันธุ์ยางที่ให้ทั้งน้ำยางและเนื้อไม้สูงด้วย
ที่จริงในเรื่องของการให้น้ำยางสูง ของเอกชนก็มีครับ อย่างที่ จ.ตรัง ผมเคยไปดูมาแล้วครับ ให้ผลผลิตสูงกว่าอาร์อาร์ไอเอ็ม 600 เสียอีก แต่กรมวิชาการเกษตรไม่รับรอง ทำให้เกษตรกรไม่มีทางเลือก ในที่สุดหากปลูกในโครงการที่รัฐบาลสนับสนุนก็จำใจต้องเลือก อาร์อาร์ไอเอ็ม 600 นะครับ
"ดลมนัส กาเจ"



