ไลฟ์สไตล์

นิพิฎฐ์ชงยูเนสโกดัน“มโนราห์”เป็นมรดกวัฒนธรรม

นิพิฎฐ์ชงยูเนสโกดัน“มโนราห์”เป็นมรดกวัฒนธรรม

13 ก.ค. 2553

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2553 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องมีประชาชนภาคใต้ที่เข้าร่วมในงานมหกรรมวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน นำสันติสุขสู่ชายแดนใต้ เสนอให้ตนผลักดันการแสดงมโนราห์

 ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านท้องถิ่นขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ กับองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ในลักษณะเดียวกับการแสดงพื้นบ้านมะโย่ง หรือ เมาะโย่ง ของประเทศมาเลเซียที่ได้ขึ้นทะเบียนไปแล้ว ทั้งนี้ตนเห็นว่าการแสดงมโนราห์ของไทยก็มีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้การแสดงพื้นบ้านของประเทศอื่น จึงสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) นำไปพิจารณาหาช่องทางดำเนินการ

 รมว.วธ. กล่าวอีกว่า เชื่อว่ายังมีมรดกทางวัฒนธรรมอีกมากในประเทศที่ประชาชนคนไทยหวงแหน สิ่งไหนเป็นความงาม เป็นศิลปะที่มีคุณค่าและควรค่าแก่การรักษาไว้ ควรจะได้รับการเผยแพร่และอนุรักษ์ไว้ในระดับโลก ทั้งนี้ตนไม่มีหน้าที่วินิจฉัยว่าสิ่งไหนสามารถขึ้นทะเบียนได้หรือไม่ แต่หากเป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนก็ยินดีสนับสนุนทั้งหมด รวมถึงวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคต่างๆ เช่น ลิเก หมอลำ เป็นต้น

 นายสมชาย เสียงหลาย เลขาธิการสวช. กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้ไทยยังไม่ได้เป็นภาคีสมาชิกภายใต้กรอบอนุสัญญาว่าด้วยการพิทักษ์รักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้ อย่างไรก็ตามยังมีความเป็นไปได้ที่ขึ้นทะเบียนการแสดงพื้นบ้านมโนราห์เป็นมรดกวัฒนธรรมดังกล่าว แต่จะต้องรวมรวมองค์ความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับมโนราห์ก่อน เช่น ต้นกำเนิด ท่ารำ อุปกรณ์การแสดง และพื้นที่ที่พบการแสดง ฯลฯ จากนั้นต้องรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการ นักแสดง และประกาศเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศไทย ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกภายหลังมีการเข้าร่วมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการพิทักษ์รักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แล้ว