
โจรชุมหลังเที่ยง
ชาวชุมชนหมู่บ้านเมืองทอง 2/3 ถ.พัฒนาการ 53 เขตสวนหลวง กทม. ซึ่งอยู่ในพื้นที่ดูแลของ สน.ประเวศ
ขอร้องเรียนผู้ที่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนได้รับทราบว่า ทุกวันนี้ผู้ที่อาศัยในหมู่บ้านแห่งนี้ พบกับปัญหาโจรขโมยชุกชุมมาก มีการงัดแงะขโมยของตามบ้านในยามวิกาล ฉกชิงวิ่งราวทรัพย์ ผู้คนที่มาส่งบุตรหลานเรียนพิเศษและรับประทานอาหารกลางวัน รวมไปถึงการทุบกระจกรถยนต์ที่จอดตามถนนซอยต่างๆ ลักขโมยทรัพย์สิน เฉลี่ยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง เป็นพฤติกรรมที่เย้ยความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ อย่างมาก
ประชาชนไม่รู้จะไปพึ่งพาใครได้ ไม่ว่าจะเป็น รปภ.ของหมู่บ้านที่มักนั่งเล่นในที่ทำงาน ประธานและกรรมการชุมชนที่เน้นจะเก็บเงินค่าบำรุงเพียงอย่างเดียว หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ ที่มี สน.ย่อยอยู่ริมถนนพัฒนาการหน้าหมู่บ้านของเรา ที่ไม่เน้นการออกตรวจตรารักษาความปลอดภัย เมื่อเกิดเหตุก็ไม่รับแจ้งความอีก ต้องรอให้ สน.ส่งร้อยเวรมาเท่านั้น แล้วก็เป็นเพียงการแจ้งเหตุร้ายทำบันทึกเพียงอย่างเดียว ไม่มีการสืบสวนติดตามและจับกุมอย่างต่อเนื่อง
ผกก.สน.ประเวศอย่าเพิกเฉยกับปัญหานี้ กรุณาให้ความสนใจรวมทั้งหาทางแก้ไขด้วยการสั่งและจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำ สน.ย่อยในหมู่บ้าน ออกตรวจตราในหมู่บ้านเพื่อความอุ่นใจ เมื่อพบเหตุให้ดำเนินการจับกุมทันที หากมีปัญหาเรื่องปัจจัยด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ ก็ควรบอกกล่าวประธานชุมชนได้ทราบ
หากช่วยกันรวบรวมเพื่อสนับสนุนโครงการสำคัญนี้ หวังอย่างยิ่งว่าการร้องเรียนของชาวหมู่บ้านจะได้รับการเอาใจใส่จาก ผกก.สน.ประเวศ และเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งฝ่ายปราบปรามและสอบสวน
ชาวหมู่บ้านเมืองทอง 2/3
ตอบ
พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส ผกก.สน.ประเวศ ชี้แจงว่า ออกสืบคดี จี้สายตรวจ และสายสืบอยู่ตลอดเวลา จับได้บ้างและไม่ได้บ้าง เพราะหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเปิด และได้ยกทางผ่านให้เป็นทางสาธารณะ สามารถเข้าออกได้ 5 ทาง รอบข้างมีชุมชนอยู่โดยรอบ ทำให้ควบคุมคนเข้าออกยาก ไม่เหมือนหมู่บ้านที่มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว
เมื่อช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โจรขโมยอาจฉวยโอกาสก่อคดี เนื่องจากตำรวจในพื้นที่จำเป็นต้องไปอำนวยความเรียบร้อยในสถานการณ์ความไม่สงบของบ้านเมือง ตอนนี้กลับสู่สถานการณ์ปกติแล้ว แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่บริเวณนี้ ได้มีการกวดขันตรวจตราอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนด้วย ต้องช่วยกันเตือนภัยสอดส่องดูแลซึ่งกันและกัน เพราะในปัจจุบันหมู่บ้านนี้อยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่
คดีต่างๆ ที่เกิดขึ้น ผู้กำกับยอมรับว่า จับตัวคนร้ายยาก ส่วนใหญ่ก่อเหตุในช่วงกลางวันหลังเที่ยงไปแล้ว อาศัยช่วงเวลาที่ไม่มีคนอยู่บ้าน งัดแงะตามบ้านเข้าไปขโมยของโดยที่เจ้าทรัพย์ไม่รู้ไม่เห็นเหตุการณ์ พอไปแจ้งความก็ไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับคนร้ายได้ ทำให้ตำรวจลำบากในการติดตาม เพราะแทบจะไม่มีหลักฐานใดๆ ให้สืบหาคนร้ายได้เลย
อย่างเช่นกรณีฉกชิงวิ่งราวทรัพย์ คนร้ายจะใช้เวลาเร็วมากไม่ถึง 1 นาที ประมาณว่าตีหัวแล้วก็หนีไปเลย ชนิดที่เจ้าทุกข์แทบจะจำอะไรไม่ได้ เพราะตกใจทำให้ไม่ทันได้สังเกต ซึ่งส่วนใหญ่คนร้ายจะใช้มอเตอร์ไซค์ไม่ติดแผ่นป้ายเพื่อก่อเหตุ
ส่วนเรื่องเกิดเหตุแล้วไปแจ้งความที่ สน.ย่อยนั้น ไม่สามารถแจ้งความได้ เพราะไม่มีตำรวจอยู่ มีแต่พวกอาสาสมัครหรือ อปพร. ฉะนั้นหากเกิดเหตุต้องโทรแจ้งที่ สน.โดยตรง
ผู้กำกับบอกว่า จะจัดตำรวจเพิ่มและกวดขันให้มากขึ้น
ลุงแจ่ม



