
คันฉ่องและโคมฉาย-ผู้นำกับธรรมะ (๔) นักประเมินสถานการณ์
เราลองมาทบทวนดูสิว่า ทุกวันนี้เราตัดสินใจกันอย่างไร อัตตาธิปไตย โลกาธิปไตย หรือว่าธรรมาธิปไตย บางครั้งก็ต้องเอาอัตตาธิปไตยบ้าง ตัวเองก็ต้องมีความคิดความเห็นบ้าง บางครั้งก็ต้องฟังคนอื่นเขาบ้าง และบางครั้งไม่ฟังเสียงตัวเอง ไม่ฟังเสียงคนอื่น ฟังเสียงของความ
ซึ่งเป็นโลกาธิปไตย หรือหากเขาฟังกิเลสตัวเองอาจจะคิดว่าเป็นต่ออีกก็ดีเหมือนกัน ประชาชนเป็นฝ่ายเรียกร้องเองนี่นา ไหนๆ ก็เป็นอยู่แล้วก็เป็นต่อไปสิ นี่ก็เป็นอัตตาธิปไตย แต่เนลสัน แมนเดลา เป็นมหาบุรุษ คิดต่อไปว่า ถ้าฟังเสียงของตัวเอง ตอนนี้เราก็อายุมากแล้ว เป็นประธานาธิบดีคนแรกก็วิเศษมากแล้ว ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพก็วิเศษมากแล้ว ตัวเราก็แค่นี้จะเอาอะไรอีก จึงคิดได้ว่าได้มามากพอแล้วไม่เอาอีก เมื่อเขาคิดถึงประชาชน รู้ว่าถ้าเขาอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีแบบนี้ต่อไป อาจจะเสียหายในภายหลังได้ ชาวบ้านจะเสียนิสัย คิดว่าเราเป็นอัศวินอยู่คนเดียว ลืมไปเลยว่าตัวเองก็เก่งได้ คิดแต่จะพึ่งผู้นำ
ทีนี้ เนลสัน แมนเดลา ก็คิดต่อไปว่า
๑.ควรวางแบบแผนที่ดีไว้ให้ประเทศว่า ผู้นำต้องไม่ยึดติดเก้าอี้ ต้องรู้ว่าเมื่อไรเป็นเวลาของตัวเอง และเมื่อไรไม่ใช่เวลาของตัวเอง
๒.ต้องวางแบบอย่างไว้ให้คนรุ่นหลังเจริญรอยตาม
๓.กฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นประธานาธิบดีได้แค่นี้ก็ควรเป็นแค่นี้ ต้องเคารพหลักการ คนจากไปแต่หลักการต้องคงอยู่
เนลสัน แมนเดลา คิดแบบธรรมาธิปไตย สุดท้ายจึงอยู่ในตำแหน่งแค่ครบวาระแล้วก็โบกมือลา เห็นไหมว่าการตัดสินใจที่ดีนั้นต้องเป็นธรรมาธิปไตย ได้ทั้งคนทั้งระบบแล้วตัวเราก็จะอยู่รอดปลอดภัย เพราะถ้าเราบริหารอยู่ในตำแหน่งแล้วเกิดการผิดพลาดในขณะการบริหาร แต่ถ้าเราตัดสินใจบนหลักธรรมาธิปไตยเวลาที่เราผิดพลาด ผู้ที่ผิดพลาดไม่ใช่เรา สิ่งที่ผิดพลาดก็คือระบบหรือหลักการที่เรายึด
มีผู้นำหลายคนที่ตัดสินใจไปแล้วต้องมาตรวจสอบภายหลัง แล้วมีการเถียงกันว่าตกลงใครผิด เมื่อคนรุ่นหลังมาพินิจพิจารณาก็จะพบว่า จังหวะเวลาบีบให้ต้องตัดสินใจอย่างนั้น เช่น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น คือ แฮร์รี เอส ทรูแมน (Harry S. Truman) อนุมัติให้มีการใช้ระเบิดปรมาณูเพื่อทำให้สงครามสงบ ประเทศญี่ปุ่นยอมแพ้ ต่อมามีการถกเถียงกันว่าที่ท่านประธานาธิบดีตัดสินใจอย่างนั้นถูกต้องไหม มันไม่โหดร้ายเกินไปหรือสำหรับชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ นี่คือการมองในมุมของญี่ปุ่น แต่ถ้ามองในมุมของอเมริกา อเมริกาก็ต้องบอกว่าถ้าไม่ใช้ระเบิดปรมาณูสงครามก็ไม่จบ มองในมุมของประเทศต่างๆ ในยุโรปซึ่งเป็นคู่สงครามในขณะนั้น ใครๆ ต่างก็อยากให้สงครามจบเหลือเกิน เพราะเขาพลัดที่นาคาที่อยู่กันมานานหลายปีแล้ว
เมื่อมองหลายๆ มุม สุดท้ายก็สรุปกันว่า เหตุปัจจัยบังคับทำให้ต้องใช้ระเบิดปรมาณู เพราะถ้าไม่ทำสงครามก็ยังไม่จบ สงครามไม่จบประชาชนก็เดือดร้อน พอประชาชนเดือดร้อนโลกทั้งโลกก็จะเดือดร้อน ผลก็คือพอตัดสินใจบนพื้นฐานของธรรมาธิปไตยคือ ถือประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชนเป็นตัวตั้ง ธรรมะจะรักษาผู้นำไว้ไม่ให้ถูกกระทำไม่ให้ถูกโจมตี
แต่ถ้าจู่ๆ ขึ้นมาครองอำนาจแล้วสั่งทำสงครามเลย โดยที่ยังไม่มีเหตุปัจจัยอันควร เมื่อลงจากอำนาจ คนอย่างนี้ก็จะกลายเป็นอาชญากรสงคราม กลายเป็นผู้กระหายเลือด เพราะฉะนั้นการตัดสินใจจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ผู้บริหารทุกคนถ้าตัดสินใจไม่เป็นก็ไม่ได้ชื่อว่าเป็นผู้บริหาร เป็นได้อย่างดีก็แค่ร่างทรง หรือนอมินี (Nominee) เท่านั้น
๒.ผู้บริหารมืออาชีพจะต้องมีศิลปะในการใช้คน ศิลปะในการใช้คนก็หมายความว่า เมื่อเราไปใช้ใคร ต้องใช้คนให้ถูกกับงาน และคนที่ถูกใช้ก็ต้องมีความเต็มใจที่ถูกใช้ ใช้คนให้ถูกกับงานใครๆ ก็ทำได้ แต่คนที่ถูกใช้มีความสุขไปด้วยนั้นหายาก
พระพุทธเจ้าเป็นตัวอย่างของผู้ที่ใช้คนถูกกับงาน ดังตัวอย่างเช่น เลขาฯ ของพระพุทธเจ้า คือ พระอานนท์
ว.วชิรเมธี



