
กระทิง2คันพันร้อยแรงม้า
กลุ่มซูเปอร์คาร์ ชั้นนำ ของโลก ต้องบอกว่า ชื่อ เฟอรารี่ ลัมโบกินี่ อยู่แถวหน้าสุด สำหรับผม ลัมโบกินี่ ยอดซูเปอร์คาร์จากอิตาลี
เป็นค่ายเดียว ที่มีกิจกรรมในส่วนของการทดลองขับกับสื่อลัมโบกินี่มีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการทำ รถให้ใช้งานได้ในชีวิตประจำวันโดยที่ลักษณะอื่นๆ ของรถยังเป็นซูเปอร์คาร์อยู่เปี่ยมไม่ว่าสมรรณะรูปลักษณ์และราคา
แม้ว่าซูเปอร์คาร์เป็นรถที่มีคนเอื้อมถึงได้ไม่กี่คนในบ้านเราเพราะราคาของมันสูงระดับ 20 ล้านบาท แต่ด้วยสมรรนะ การออกแบบเทคโนโลยี ก็ยังทำให้ซูเปอร์ คาร์ เหล่านี้น่ากล่าวถึง
บริษัท นิช คาร์ จัดการทดลองขับสนามบริดจสโตน อยุธยา สนามที่สมบูรณ์แบบมากที่สุดของบรูฟวิ่งกราวน์ ในประเทศไทย เป็นสนามปิด ไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปได้สัมผัส ใช้เฉพาะงานวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริดจสโตน
ลัมโบกินี่ Gallardo LP570-4 Superleggera ขนาดเครื่องยนต์ 10 สูบ 40 วาล์ว วางรูปตัววี 5200 ซีซี 570 แรงม้า ที่ 8,000 รอบต่อนาที ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เกียร์ อัตโนมัติ 6 สปีด (e-gear) อีกคันคือ ลัมโบกินี่ Gallardo LP550-2 ซูเปอร์คาร์ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง เครื่อง 10 สูบเหมือนกันแต่แรงม้าเหลือแค่ 550 แรงม้า และก็เกียร์อัตโนมัติ อี-เกียร์ เนื่องจากเป็นขับล้อหลังก็มีลิมิเต็ด สลิป ที่เพลาหลังแบบ 45% สำหรับเจ้ารถขับล้อหลัง ทำออกมาแค่ 250 คันทั่วโลกเพื่อเป็นเกียรติกับ นักทดสอบของลัมโบกินี่ ซูเปอร์คาร์สองคันนี่ รวมพลังกันแล้วได้ 1120แรงม้าเลย ครับ
งานนี้มี วิทยากรมาจากอิตาลี 2 คนคือ มัซซิมิเลียโน ไวเซอร์, และ .อัลแบโต โคล่า นักขับจากลัมโบกินี่ อิตาลี มาคอยดูแลความเรียบร้อย รวมถึงนั่งไปกับเราด้วย
โดยแบ่งเป็นการทดสอบเป็น 2 ส่วน คือรอบเมนแทรคที่เป็นทางรูปไข่สามารถขับด้วยความเร็วสูงได้ซึ่งผู้ทดสอบขับเองกับ เซอร์กิต ขับโดยนักขับรถทดสอบจากอิตาลี
ในส่วนของหน้าตา ลัมโบกินี่ทำได้โดดเด่นตอบโจทย์เรื่องความรู้สึกน่ามองได้อย่างไม่มีปัญหา ภายในมีสองที่นั่ง อารมณ์สปอร์ตเต็มเปี่ยมไม่ว่า บักเก็ตซีทแบบเต็มรูปแบบ พวงมาลัยแบบเรซซิ่งวงเล็กและปุ่มอุปกรณ์มากมายหากไม่เคยชินอาจจะหาคันเกียร์ไม่เจอ เพราะว่า รถใช้ระบบ อี-เกียร์ ไฮเทค ด้วยการมีเพียงปีกฝีเสื้อ 2 ชิ้นซ้ายและขวาหวังพวงมาลัยเมื่อต้องการใส่เกียร์ 1 ให้เหยียบเบรกแล้ว ยกก้านปีกผีเสื้อด้านขวา (+)เข้าหาตัวตัวก็ออกรถได้เมื่อต้องการเพิ่มเกียร์ก็ไล่ กระดิก ปีกผีเสื้อด้านบวกไปทีล่ะครั้ง ส่วนลดเกียร์ก็ใช้ปีกอีกฝั่งซ้าย จัดการเมื่อจอดรถ หาเกียร์ว่างก็ดึงสองปีกเข้ามาพร้อมกันก็จะได้เกียร์ N
ในเมนแทรคผมกดเท้าให้ เจ้ากระทิงดุวิ่งไปที่เรดไลน์ทุกเกียร์ ด้วยความเร็วทางตรงกว่า 270 กม./ชม. และที่โค้งกว่า 140 กม./ชม. หลังติดเบาะเมื่อ อยู่ในรถไม่รู้สึกว่าเร็วเท่าไร แต่มันเร็วแน่ๆ หากดูทีตัวเลข เสียงเครื่องยนต์เร้าใจ อัตราเร่งเหลือเฟือ พวงมาลัยน้ำหนักให้อารมณ์แบบรถแข่ง รถระดับนี้ มีทักษะโกคาร์ท จะขับได้สนุกและปลอดภัยมาก ในส่วนของการสาทิตโดยนักทดสอบของลัมโบกินี่ ความชำนาญของคนขับทำให้รถมีอาการ กึ่งดริฟท์ ผมชอบ LP550-2 มากกว่า ตัวขับ 4เพราะว่า ต้องวัดฝีมือถึงจะ คุมอาการโอเวอร์เสตรียร์อยู่ ส่วน ตัวขับ 4 จะให้สนุก ต้องเหนือเซียน ขึ้นไปอีก เพราะว่ารถเกาะหนึบจริงๆ



