ไลฟ์สไตล์

มาร์คเซ็งเพื่อนบ้านแซงใช้3จีหนุนรายใหม่ประมูล

มาร์คเซ็งเพื่อนบ้านแซงใช้3จีหนุนรายใหม่ประมูล

10 ก.ค. 2553

คลังเบรกกทช.เปิดประมูล3จีหวั่นขัดกฎหมาย แนะรอมีกสทช.หวั่นถูกฟ้องภายหลัง พร้อมเดินหน้าเลิกสัญญา 2 จีแปลงเป็นการเช่าสัญญาณ 15 ปีแทน

เมื่อเวลา 09.35 น. 10 ก.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลถึงปัญหาการเปิดประมูลโครงการโทรศัพท์ระบบ3 จีว่า เรื่องทั้งหมดเป็นอำนาจของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.)ในการดำเนินการ แต่ก็เคยให้ความเห็นไปว่าอยากจะให้การประมูลในที่สุดแล้วประโยชน์จะต้องเกิดกับประชาชน หมายถึงว่าควรที่จะได้รับบริการอย่างทั่วถึงราคาไม่แพง จะต้องดูแลให้การแข่งขันในธุรกิจนี้สามารถที่จะเป็นไปได้อย่างเป็นธรรม

 “ประเด็นที่มาพันกับทางกระทรวงการคลังหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ มีบริษัทที่ประกอบกิจการอยู่หรือรับสัมปทานอยู่ เขาอาจจะถ่ายโอนลูกค้าระหว่างบริการนี้ไปยังระบบ 3 จี หากเขาเป็นผู้ที่ประมูลได้กระทรวงการคลังเองมีแนวคิดที่ในเรื่องของการที่จะแก้ปัญหาสัญญาสัมปทานต่างๆอยู่ก็คงอยากจะให้มันสอดคล้องกัน แต่ทั้งหมดเป็นอำนาจของกทช.” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่ามีการเสนอให้มีการเพิ่มวงเงินในการประมูลโครงการ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตรงนี้ก็ต้องมีการมาประเมินมูลค่าของใบอนุญาตหากมีการประมูล และความไม่ชัดเจนในเรื่องการประมูลหรือการเปิดโครงการนี้ ก็ทำให้ประเทศไทยล่าช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านในเรื่องการเปิดใช้โทรศัพท์ระบบ 3 จี แต่เราเองก็ไม่อยากที่จะให้มันช้า และทางกทช.ก็ต้องสร้างความมั่นใจว่า ถ้าจะเดินหน้าประมูลแล้วประโยชน์สูงสุดเกิดขึ้นจริงกับประชาชน

 เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ควรจะเปิดโอกาสให้กับบริษัทเอกชนรายใหม่ ได้มีโอกาสในการเข้ามาประมูลโครงการบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลักก็คือถ้าสามารถส่งเสริมให้มีการแข่งขันได้ก็จะยิ่งดี เพราะถ้าส่งเสริมมากก็น่าจะเสนอเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้มากขึ้น
 
คลังเบรกกทช.เปิดประมูล3จีหวั่นขัดกฎหมาย

นายกุลิศ สมบัติศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะโฆษกสคร. เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังค่อนข้างเป็นกังวลในอำนาจของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กรณีการเปิดประมูลใบอนุญาต 3 จี ซึ่งกทช.เร่งจะทำให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายนนี้ ว่าอาจผิดกฎหมายพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543 เนื่องจากคลื่นความถี่ 3 จี เป็นระบบการสื่อสารทั้งกิจการโทรคมนาคม กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ แต่อำนาจตามพ.ร.บ.กิจการโทรคมนาคม จำกัดแค่ให้กทช.เปิดประมูลใบอนุญาตกิจการโทรคมนาคม หากจะเปิดประมูลใบอนุญาต 3 จีต้องเป็นอำนาจของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ซึ่งขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.จัดตั้ง กสทช. อยู่ในขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร

 "คลังได้เตือนกทช.ไปหลายครั้งแล้วถึงอำนาจการเปิดประมูล 3 จี และที่ผ่านมาได้สอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าทำได้หรือไม่ ซึ่งยังไม่มีข้อยุติ แต่ถ้าทำก็หวั่นว่าจะทำให้เกิดการฟ้องร้องถึงอำนาจของกทช.ได้" นายกุลิศกล่าวและว่านโยบายนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ที่ต้องการสร้างความเป็นธรรมระหว่างผู้รับสัมปทานมือถือ หรือระบบ 2 จี ซึ่งคาดว่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่ประมูลใบอนุญาต 3 จี นั้น ขณะนี้สคร.อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการยุติสัญญาสัมปทานเดิมทั้งของเอไอเอส ดีแทค และทรู กับบมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม ซึ่งมีเหลือต่างกันที่ 3 ปี 5 ปี และ 8 ปี แล้วเปลี่ยนแปลงมาเป็นการเช่าสัญญาณแทนในอายุเท่ากันคือ 15 ปี จากนั้นปรับลดค่าสัมปทานจากเดิมจะต้องจ่ายปีละ 25% ของรายได้ ให้เหลือ 12.5% หรือตัวเลขอื่น ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม

 อีกทั้งยังขอให้กทช.ทบทวนการจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีของเอกชนที่ได้รับใบอนุญาต 3 จี จากเดิมคิดปีละ 6.5% ใหม่ เพื่อให้มาอยู่ในระดับเท่ากัน ป้องกันการย้ายฐานลูกค้า 2 จี ไป 3 จี ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องเร่งให้ทีโอที และกสท เจรจากับคู่สัญญาทั้ง 3 รายให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว แต่ตามหากผลการเจรจาไม่สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมก็เป็นไปได้ที่จะต้องล้มแนวทางนี้ไป