ไลฟ์สไตล์

แฉวิธีล่อฉีดสเต็มเซลล์กล่องละ 2.5 หมื่น

แฉวิธีล่อฉีดสเต็มเซลล์กล่องละ 2.5 หมื่น

24 มี.ค. 2552

คนขายสเต็มเซลล์กล่อมซื้อกล่องละ 2.5 หมื่นบาท แถมคูปองจ้างพยาบาลฉีดฟรี ท้าผิวเป็นทารกย้อนหลัง 7 ปี เลขาฯ วช.ไม่เชื่อว่าเป็นสเต็มเซลล์แท้ ยันห้ามฉีดรกแกะใส่ร่างกายมนุษย์ ไม่มีงานวิจัยรับรองความปลอดภัย

"คม ชัด ลึก" เสนอเรื่องราวของกลุ่มธุรกิจที่นำเอายาสเต็มเซลล์เฒ่าทารก หรือเซลล์ต้นแบบ (stem cell) มาวางขาย โดยอ้างว่าผลิตจากรกเด็กบริสุทธิ์ของยุโรปและญี่ปุ่น เมื่อฉีดเข้าเส้นเลือดหรือกล้ามเนื้อ จะช่วยให้ผิวพรรณกลับเป็นเด็กอีกครั้ง ขณะที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเตือนว่า การฉีดสารแปลกปลอมที่วางขายในอินเทอร์เน็ตเข้าเส้นเลือดอาจมีสิทธิ์ช็อกตายได้ โดยเฉพาะสารที่อ้างว่าเป็นสินค้าสเต็มเซลล์จากต่างประเทศที่ขายราคาหลอดละ 500-1,000 บาทนั้น แพทย์ด้านผิวหนังเชื่อว่าเป็นสเต็มเซลล์ปลอม เพราะสเต็มเซลล์ของจริงต้องเก็บรักษาอย่างดีและต้องแช่เย็นในอุณหภูมิที่เหมาะสมตลอดเวลา ไม่สามารถนำมาบรรจุในกล่องวางขายทั่วไปได้ นอกจากนี้ วงการแพทย์อนุญาตให้รักษาได้เฉพาะผู้ป่วยด้านเม็ดเลือดเท่านั้น ยังไม่มีการรับรองหรือพิสูจน์ได้ว่าสเต็มเซลล์ช่วยผิวพรรณให้กลับเป็นเด็กหรือลดริ้วรอยแต่อย่างใด

 จากการสุ่มตรวจข้อมูลเว็บไซต์และเว็บบอร์ดภาษาไทยกว่า 8,000 แห่ง ซึ่งนำสินค้าที่อ้างว่าผลิตจากสเต็มเซลล์จากยุโรปและญี่ปุ่นมาประกาศขายนั้น พบว่ากลุ่มผู้ขายมีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย รวมถึงเกย์ หรือสาวประเภทสอง โดยกลุ่มหลังจะใช้คำพูดโน้มน้าวให้ผู้ซื้อหลงเชื่อและมั่นใจในสินค้าได้มากที่สุด ผู้ขายสินค้าเสี่ยงอันตรายผ่านอินเทอร์เน็ตกลุ่มนี้จะใช้ช่องทางหลากหลายรูปแบบ เช่น เปิดเว็บไซต์ขายสินค้าสเต็มเซลล์โดยตรง หรือนำสินค้าไปโพสต์หรือประกาศไว้ในเว็บไซต์ที่เน้นการขายสินค้าแบบธุรกิจขายตรง หรือที่เรียกว่า เอ็มแอลเอ็ม หรือบางส่วนอาจใช้เว็บไซต์หาเพื่อนยอดนิยมเช่น ไฮไฟว์ (hi5) เป็นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าเฉพาะเพื่อนในกลุ่ม แม้จะเป็นสินค้าสเต็มเซลล์ยี่ห้อเดียวกัน แต่ราคากลับแตกต่างกันหลายพันบาท

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "นาย ต." หนึ่งในผู้ประกาศขายสเต็มเซลล์หลากหลายยี่ห้อ และอ้างว่าเป็นสินค้านำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และสวิตเซอร์แลนด์ นาย ต.ซึ่งมีบุคลิกการพูดคล้ายสาวประเภทสอง ใช้วิธีการขายที่พูดโน้มน้าวให้ลูกค้าซื้อสเต็มเซลล์แบบฉีดเข้าเส้นเลือดยี่ห้อ Plaxxxxx BioXXX ของสวิตเซอร์แลนด์ ราคา 2.5 หมื่นบาท ในกล่องจะมีจำนวน 50 หลอด พร้อมชักชวนให้เชื่อว่าเป็นชนิดที่ขายดีและได้ผลทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง นุ่มลื่น ผิวเรียบเนียน โดยมีบริการฉีดให้ฟรีจากนางพยาบาลที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว เมื่อจ่ายเงินแล้วจะได้คูปอง 50 ใบ เพื่อนำไปฉีดยาเข้าร่างกายประมาณอาทิตย์ละ 1 ครั้ง หลังฉีดไป 50 หลอด ก็สามารถหยุดได้ เพราะฤทธิ์ของสเต็มเซลล์จะอยู่ในร่างกายอีกหลายเดือน จนกว่าจะรู้สึกว่าผิวไม่เรียบเนียนค่อยมาซื้อไปฉีดใหม่อีก 50 หลอด  ซึ่ง นาย ต.จะมีเทคนิคการกล่อมให้ลูกค้าซื้อสินค้าสเต็มเซลล์ผิดกฎหมาย โดยอ้างว่าเป็นสินค้าตัวเดียวกับที่ขายในคลินิกเสริมความงามและมีการรับรองจากองค์การอาหารและยาของต่างประเทศแล้ว

 "มีสเต็มเซลล์ขายหลายแบบ แล้วแต่ว่าชอบแบบไหน ถ้าคนที่ชอบแบบถูกหน่อยก็ต้องซื้อของอิตาลีราคาประมาณ 4,500 บาทต่อ 5 หลอด เป็นรกแกะ ส่วนของญี่ปุ่นกับเยอรมนีจะราคากล่องละ 6,000 บาท ได้ 10 หลอด ต้องฉีด 3 กล่อง กล่องละ 1 เดือน ถึงจะได้ผลชัด แต่ถ้าเป็นของสวิตเซอร์แลนด์กล่องละ 2.5 หมื่นบาท จะทำมาจากรกเด็ก เป็นเซลล์เดียวกับมนุษย์ ได้ผลดีกว่า หมอในคลินิกเสริมความงามจะชอบใช้ตัวนี้มากกว่า ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะผ่าน อย.ของต่างประเทศแล้ว แต่ที่ อย.ไทยยังไม่รับรอง มีฉีดเฉพาะที่คลินิกบางแห่งเท่านั้น และไม่ต้องกล้วแพ้ด้วย เพราะก่อนฉีดจะทำสกินเทสต์ว่าแพ้หรือไม่ ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะมีลูกค้าเยอะ ไม่เคยมีปัญหา แต่ถ้ากลัวเข็มฉีดยา ก็ซื้อสเต็มเซลล์แบบกินได้ ของเยอรมันทำจากรกเด็ก 60 เม็ดแค่ 6,000 บาท" นาย ต.พยายามอ้างข้อมูลต่างๆ เพื่อชักชวนให้ลูกค้ารีบสั่งซื้อสเต็มเซลล์ผิดกฎหมายจากตัวเอง

 ขณะที่ "นางสาว น." เจ้าของเว็บไซต์ขายเครื่องสำอางแห่งหนึ่ง ที่มีสเต็มเซลล์สกัดจากผลไม้ประกาศขายด้วยกล่าวว่า การขายสเต็มเซลล์จากรกเด็กเป็นเรื่องผิดกฎหมายจึงหันมาขายไบโอสเต็มเซลล์ หรือสเต็มเซลล์ที่สกัดจากแอปเปิ้ลแบบฉีดเข้าร่างกาย 1 ชุดมี 10 หลอด ราคา 1.2 หมื่นบาท แต่ลูกค้าต้องไปให้หมอฉีดที่คลินิกแห่งหนึ่งซึ่งจะคิดค่าบริการฉีดครั้งละ 300-500 บาท พร้อมอ้างว่าหลังฉีดเสร็จจะมีผิวขาวอมชมพูเหมือนผิวเด็ก ไม่ต้องทาครีมหรือใช้เครื่องสำอางอีกต่อไป สินค้าตัวนี้ได้รับความนิยมในคลินิกแพทย์หลายแห่ง และกำลังอยู่ในขั้นตอนขออนุญาตจาก อย.ด้วย

 เช่นเดียวกับ "นาย ส." ที่นำสเต็มเซลล์มาขายในเว็บบอร์ดหลายแห่ง อ้างว่า เป็นการบำบัดรักษาโรคร้ายต่างๆ และฟื้นฟูเซลล์ที่เสียไป โดยอ้างว่าจะได้ผิวเหมือนเด็กกลับคืนมา พร้อมแนะนำสเต็มเซลล์จากเยอรมนีที่ฉีดเพียง 1-2 เดือน ก็จะเห็นผลชัดเจน โดยนำรูปเมื่อเกือบสิบปีที่แล้วมาเปรียบเทียบได้เลยว่าผิวพรรณจะกลับไปเหมือนช่วงนั้นอีกครั้ง ผู้ที่ขายสเต็มเซลล์ผ่านเว็บไซต์ส่วนใหญ่จะใช้วิธีเดียวกันคือ ให้โอนเงินค่าสินค้าผ่านทางธนาคาร เมื่อได้รับเงินแล้วจะส่งสินค้าให้ภายใน 2-3 วัน แต่ไม่มีการรับรองสินค้า หากไม่ได้ผลก็จะไม่มีการคืนเงินแต่อย่างใด

 ศ.ดร.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นักวิจัยด้านสเต็มเซลล์ให้ข้อมูลว่า เซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์ หรือเซลล์มีชีวิต ถูกนำมาเพิ่มศักยภาพในการรักษาโรค ซึ่งตัวสเต็มเซลล์จะมีชีวิตอยู่ได้ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและดูแลอย่างดี ที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินว่ามีนักวิจัยผลิตสเต็มเซลล์ไปรักษาผิวพรรณ ดังนั้นเครื่องสำอางหรือยาที่อ้างว่าเป็นสเต็มเซลล์ช่วยให้ผิวพรรณสดใส หรืออ้างว่าทาผิวแล้วจะทำให้ไร้ริ้วรอยกลายเป็นเด็กอีกครั้งนั้น อาจเป็นเพียงสารที่สกัดจากสเต็มเซลล์หรือสารที่เซลล์หลั่งหรือผลิตออกมาเท่านั้น เช่น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต ฯลฯ ไม่ได้เป็นตัวเซลล์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้น หากเป็นเพียงสารสกัดจากสเต็มเซลล์ไม่ใช่ตัวเซลล์ที่มีชีวิตนั้น เมื่อนำมาฉีดเข้าร่างกายก็จะไม่ได้ประสิทธิผล ไม่มีการสร้างเซลล์ใหม่ตามที่ต้องการแต่อย่างใด

 ศ.ดร.อานนท์อธิบายต่อว่า เครื่องสำอางที่อ้างว่าเป็นรกแกะแล้วนำมาทาใบหน้านั้น ก็เพียงทำมาจากสารสกัดบางอย่างจากรกแกะเท่านั้น ไม่ได้เป็นสเต็มเซลล์รกแกะจริง ส่วนบางรายอ้างขายสเต็มเซลล์รกแกะของจริงและเป็นเซลล์ที่มีชีวิตนั้น ตามข้อเท็จจริงแล้วจะนำมาฉีดเข้าร่างกายมนุษย์ไม่ได้ เพราะร่างกายมนุษย์ต้องฉีดสเต็มเซลล์ที่ปลูกถ่ายมาจากอวัยวะของมนุษย์เท่านั้น เช่น เลือด ไขกระดูก ฯลฯ ยังไม่มีงานวิจัยรับรองความปลอดภัยหากนำเอาสเต็มเซลล์ของสัตว์มาฉีดเข้าร่างกายคน ทั้งนี้ สเต็มเซลล์ที่นำมารักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดนั้น ส่วนใหญ่จะเพาะเลี้ยงจากเลือดของผู้ที่มีพันธุกรรมใกล้เคียงกับผู้ป่วย เช่น ญาติ หรือ เลือดของผู้ป่วยที่ไม่มีเซลล์มะเร็งผสมอยู่ ส่วนยาที่อ้างว่าเป็นสเต็มเซลล์ที่ขายผ่านทางเว็บไซต์นั้น ได้ดูจากรูปภาพของกล่องและฉลากข้อมูลที่แสดง ซึ่งไม่มีรายละเอียดมากพอที่จะระบุได้ว่าเป็นสินค้าอะไรกันแน่ แต่เชื่อว่าไม่น่าจะใช่สเต็มเซลล์จริง เป็นแค่สารสกัดบางอย่างเท่านั้น

 ความก้าวหน้าด้านวิจัยสเต็มเซลล์ในประเทศไทยนั้น ศ.ดร.อานนท์ยอมรับว่า ยังไม่เคยเห็นการเสนองานวิจัยหรือการทดลองปลูกถ่ายหรือเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์เพื่อไปบำรุงผิวพรรณ หรือทำให้เซลล์ผิวหนังกลายเป็นเด็กอีกครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดหรือห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ที่เน้นทดลองปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากอวัยวะต่างๆ ของมนุษย์ เช่น เลือด ไขกระดูก ไขมัน หรือในรกเด็ก ซึ่งก็สำเร็จเป็นบางส่วน แต่ยังไม่สามารถนำสเต็มเซลล์มารักษากับผู้ป่วยทั่วไปได้ เพราะอยู่ในขั้นตอนการฉีดสเต็มเซลล์ให้ผู้ป่วยที่อยู่ในโครงการทดลองเพื่อทำวิจัยเท่านั้น เช่น กลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งเลือด โรคหัวใจ เบาหวาน โรคข้อกระดูกเสื่อม ฯลฯ โดยต้องผ่านการรับรองจากคณะกรรมการพิจารณาด้านจริยธรรมในการวิจัยประจำสถาบันแต่ละแห่งด้วย