ไลฟ์สไตล์

"สุภา ฟาร์มผึ้ง" โอท็อปเชียงใหม่
จากอาชีพเสริมรายได้สู่โกอินเตอร์

"สุภา ฟาร์มผึ้ง" โอท็อปเชียงใหม่ จากอาชีพเสริมรายได้สู่โกอินเตอร์

10 ก.ค. 2553

จากจุดเริ่มต้นเพียงต้องการเลี้ยงผึ้งที่บ้านใน ต.ริมใต้ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นอาชีพเสริมหารายได้ไปจุนเจือครอบ ที่นอกเหนือไปจากรายได้ที่เป็นเงินเดือนประจำในอาชีพข้าราชการพครู ด้วยการเริ่มต้นเลี้ยงผึ้งเพียง 10 รังเท่านั้น แต่ปัจจุบันกลายเป็นฟาร์มผึ้ง

  สมบูรณ์ เล่าว่า ตอนที่เลี้ยงผึ้งใหม่ๆ นั้นทั้งเขาและสุภา ยาวิเลิศ ซึ่งเป็นภรรยา ต่างรับราชการครู เงินเดือนมีจำกัดจึงได้ทำอาชีพเสริมมากมายทั้งเปิดร้านขายของชำ ขายของเร่ ทำอาหาร ร้านเสริมสวย สอนพิเศษ รวมถึงทำสวน แต่รายได้ก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก กระทั่งปี 2528 มีเพื่อนซึ่งเป็นชาวไต้หวันชักชวนให้มาทำธุรกิจเลี้ยงผึ้ง ภรรยาจึงตัดสินใจลาออกจากอาชีพครูไปเรียนรู้วิธีการเลี้ยงผึ้งที่ไต้หวัน และอาศัยความรู้จากการจดจำและลงมือทำ หลังจากนั้นจึงส่งออกน้ำผึ้งไปไต้หวันมาตลอดระยะเวลาช่วงแรกถึง 7 ปี

 หลังจากนั้นสมบูรณ์จึงตัดสินใจลาออกจากอาชีพครูมาช่วยภรรยาอย่างเต็มตัว เนื่องจากผึ้งที่เลี้ยงให้ผลผลิตดีมาก ทั้งจากดอกลิ้นจี่และดอกลำไย กระทั่งปี 2541 เกิดปัญหาภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตกส่งผลกระทบต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก ผนวกกับสภาพดินฟ้าอากาศที่ร้อนอบอ้าวส่งผลให้ดอกลิ้นจี่และดอกลำไยไม่เพียงพอในการเลี้ยงผึ้ง ทำให้ขาดทุนย่อยยับ แต่ก็กลับฟื้นตัวได้อีก 2 ปีถัดมา พร้อมกันนั้นยังมีการก่อตั้งกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง อ.แม่ริมขึ้น เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความก้าวหน้า และมีคุณภาพเพื่อขยายตลาดให้กว้างขวางมากขึ้น

 "สุภาฟาร์มผึ้งของเรา ได้รับการรับรองมาตรฐานมากมาย ทั้งการรับรองมาตรฐานจีเอ็มพี ( GMP-Good manufacturing Practice) เครื่องหมายรับรองแก็ป (GAP) อาหารปลอดภัย เครื่องหมายฮาลาล โอท็อประดับ 5 ดาวของ จ.เชียงใหม่ ได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา (อย.) รวมถึงมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากผึ้งที่มีคุณภาพ หรือเอชซีซีพี (HCCP) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว" สมบูรณ์ กล่าว

 เจ้าของฟาร์มผึ้งสุภา เล่าอีกว่า การเริ่มเลี้ยงผึ้งในครั้งแรกนั้น เลี้ยงเป็นอาชีพเสริมเพียง 10 รัง และขยายมาเรื่อยๆ กระทั่งในช่วงปีที่ผ่านมาสุภาฟาร์มผึ้งมีผึ้งจำนวนกว่า 1,200 และปัจจุบันให้ปริมาณน้ำผึ้งปีที่ผ่านมาจำนวน 40-50 ตัน และในปี 2553 นี้คาดว่าจะมีผึ้งจำนวนทั้งสิ้น 1,500 รัง ให้ปริมาณน้ำผึ้ง 50 ตัน นมผึ้ง 1 ตัน เกสรผึ้ง 500-600 กิโลกรัม โดยผลิตภัณฑ์ของสุภาฟาร์มผึ้งนั้นจะแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากผึ้ง จะมีทั้งน้ำผึ้งจากดอกลำไย ดอกลิ้นจี่ ดอกทานตะวัน น้ำผึ้งป่า นมผึ้งแคปซูล รอยัลเยลลีสด เกสรผึ้ง ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากผึ้ง เช่น สบู่กลีเซอรีนน้ำผึ้ง บอดี้โลชั่นผสมนมผึ้ง สบู่เหลวน้ำผึ้ง เป็นต้น

 ในบรรดาผลิตภัณฑ์ สมบูรณ์บอกว่า ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุภาพกำลังมาแรง เนื่องจากคนให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพมากขึ้น จึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแนวสุขภาพที่เป็นของใช้มากขึ้นด้วยเช่นกัน เช่น ผลิตภัณฑ์ใหม่ในแนวสปา ทั้งเป็นแชมพู สบู่เหลวน้ำผึ้งล้างหน้า น้ำผึ้งหลอดนวดหน้า ผงขัด ฯลฯ

 ส่วนช่องทางการจัดจำหน่ายจะมีทั้งในและต่างประเทศ โดยตลาดในประเทศคิดเป็นสัดส่วนประเทศ 80% คือมีทั้งการวางขายตามร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า คิดเป็นสัดส่วน รวมถึงขายส่งให้ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ภายในประเทศ ซื้อไปเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากผึ้ง ส่วนอีก 20% ที่เหลือจะเป็นการส่งออกจำหน่ายต่างประเทศ ตลาดหลักทั้งสิงคโปร์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฮ่องกง และอเมริกา เป็นต้น ทั้งนี้ คาดว่าปีนี้สุภาฟาร์มผึ้ง จะสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กว่า 5 ล้านบาท

 อย่างไรก็ตาม แม้ผลิตภัณฑ์ผึ้งและน้ำผึ้งจะเป็นที่ต้องการของตลาด และการแข่งขันในประเทศจะไม่รุนแรงมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดต่างประเทศ แต่สุภาฟาร์มจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล เพื่อความได้เปรียบด้านการค้า ซึ่งสุภาฟาร์มผึ้งเองก็ได้เน้นด้านการพัฒนาคุณภาพสินค้าเป็นหลัก สินค้าทุกตัวจะต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพก่อนส่งถึงมือลูกค้าด้วยเช่นกัน จึงทำให้ผลิตภัณฑ์ของสุภาฟาร์มเป็นที่ยอมรับทั้งตลาดในและต่างประเทศ

กว่าจะได้น้ำผึ้งมาจำหน่าย
 ขั้นตอนวิธีการเก็บน้ำผึ้งของสุภาฟาร์ม เมื่อถึงฤดูดอกไม้ที่เป็นอาหารของผึ้งบาน เช่น ดอกลิ้นจี่จะออกดอกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ดอกลำไยจะออกดอกในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ดอกทานตะวันจะออกดอกช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ดอกสาปเสือ จะออกดอกเดือนธันวาคม-มกราคม ฯลฯ ก็จะมีการยกคอนผึ้งไปวางไว้ในป่าเพื่อให้ผึ้งทำรังและน้ำหวานซึมเข้าไปภายในคอน เมื่อได้น้ำหวานเต็มที่แล้วก็จะสลัดน้ำหวานด้วยการใช้เครื่องสลัดน้ำผึ้ง เพื่อให้ได้น้ำผึ้ง

 หลังจากนั้นนำไปกรอง โดยน้ำผึ้งของ "สุภาฟาร์ม" จะมีการกรอง 3 ขั้นตอนโดยละเอียด ให้ได้น้ำผึ้งที่มีคุณภาพ หลังจากนั้นจะนำมาบรรจุถัง 200 ลิตรปิดไม่ให้อากาศเข้า และนำเข้าโรงงานเพื่อนำใส่บรรจุภัณฑ์พร้อมจำหน่าย ส่วนคอนที่แล้วเสร็จจากการสลัดน้ำผึ้งก็จะนำไปวางในป่าอีกครั้งเพื่อเก็บน้ำผึ้ง โดยขั้นตอนนี้เกษตรกรที่เลี้ยงผึ้งจะเรียกว่าการเก็บน้ำผึ้งภาคสนาม โดยเฉลี่ยการเก็บแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน เมื่อนำเข้าโรงงานแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการบรรจุภัณฑ์ทำแพ็กเกจจิ้ง แบ่งขนาดต่างๆ ก่อนส่งจำหน่าย

 ส่วนผลิตภัณฑ์จากผึ้งจะมีทั้งหมด 6 ประเภท ทั้งน้ำผึ้ง รอยัลเยลลี (อาหารนางพญา) พรอพเพอร์ลิส ไขผึ้ง เกสรผึ้ง และขี้ผึ้ง ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการเก็บผลผลิตต่างกัน โดยรอยัลเยลลีนั้นจะให้ผลผลิต 3 วันครั้ง หรือประมาณ 70 ชั่วโมง ส่วนพรอพเพอร์ลิสนั้นไม่มีการระบุระยะเวลาเก็บที่แน่นอน แต่จะให้ผลผลิตมากที่สุดในช่วงฤดูหนาว โดยจะมีลักษณะเป็นยางเหนียวสีดำติดตามขอบรังผึ้ง จะต้องนำมาแปรรูปก่อนรับประทาน

"วรัทยา ไชยลังกา "