ไลฟ์สไตล์

"นิพิฏฐ์”ชี้กรมศิลปากรใหญ่ไม่คล่องตัว-แนะปรับใหม่

"นิพิฏฐ์”ชี้กรมศิลปากรใหญ่ไม่คล่องตัว-แนะปรับใหม่

08 ก.ค. 2553

"นิพิฏฐ์” จี้จุดอ่อนกรมศิลป์ หน่วยงานใหญ่ไม่คล่องตัว แนะปรับวัฒนธรรมองค์กรใหม่ กรมศิลป์นัดแถลงถ่ายโอนภารกิจการให้บริการหอสมุดแห่งชาติให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพรุ่งนี้(9ก.ค.)

เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2553 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) เปิดเผยว่า จากการที่ตนได้เข้ามาเป็นรมว.วัฒนธรรม และได้เห็นการทำงานของข้าราชการวธ.โดยเฉพาะกรมศิลปากร ซึ่งตนพบปัญหาว่า กรมศิลปากร ทำงานช้า ส่วนใหญ่เน้นงานเชิงอนุรักษ์ มีการเผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณชนน้อย และยังมีการกระจายอำนาจสู่ในการอนุรักษ์แหล่งโบราณสถานอย่างไม่เต็มที่ ดังนั้น ตนมีนโยบายที่จะปรับภาพลักษณ์ รวมถึงวัฒนธรรมองค์กร ให้มีความทันสมัย และต้องเน้นเผยแพร่องค์ความรู้สู่ประชาชนมากขึ้น

 รมว.วธ. กล่าวอีกว่า การที่กรมศิลปากร กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นน้อยทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอนุรักษ์โบราณสถานจำกัด ทำให้ทุกวันนี้โบราณสถานเป็นจำนวนมากต้องพังทลายและดูแลไม่ได้เลย ในขณะเดียวกันสาเหตุที่ทำให้กรมศิลปากรได้งบประมาณน้อย ส่วนหนึ่งมาจากภาพลักษณ์และวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งส่วนตัวมองว่า กรมศิลปากรควรจะได้รับงบประมาณมากกว่านี้ 2-3 เท่า ควรมากเท่ากับกระทรวงๆหนึ่ง เนื่องจากขณะนี้เพียงแค่งบประมาณในการดูแลโบราณสถานก็ยังไม่เพียงพอแล้ว

 “ตอนนี้คนไม่เห็นคุณค่าของวัฒนธรรม ทำให้เราของบประมาณได้น้อย ดังนั้น ผมจะไปเสนอกับคณะรัฐมนตรีให้เขาเห็นความสำคัญของกรมศิลปากร และการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติ อย่างไรก็ตาม ผมรู้ปัญหาของกรมศิลปากรแล้ว คนที่มาทำงานกับกรมศิลปากรมีน้อย ซึ่งผมกำลังศึกษาว่า ควรจะมีการปรับภาพลักษณ์และวัฒนธรรมองค์กรใหม่ให้กรมศิลปากรมีเครือข่ายการทำงานเข้าถึงประชาชนมากขึ้น เพื่อให้กรมศิลปากรมีความทันสมัยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”  นายนิพิฏฐ์  กล่าว

กรมศิลป์แถลงถ่ายโอนหอสมุดแห่งชาติให้ท้องถิ่น

 ทั้งนี้กรมศิลปากรได้กำหนดแถลงข่าวมอบถ่ายโอนภารกิจการให้บริการหอสมุดแห่งชาติให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 5 แห่ง ในวันศุกร์ที่ 9  กรกฎาคม   เวลา 09.00น.  ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร  โดยอธิบดีกรมศิลปากร (นายเกรียงไกร  สัมปัชชลิต) เป็นประธาน                   

 กรมศิลปากรเห็นถึงความสำคัญที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์  พัฒนา  เผยแพร่ และสืบทอดมรดกทางด้านศิลปวัฒนธรรม ตาม พรบ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2553  ดังนั้นในปี 2553  กรมศิลปากรจึงได้กำหนดแผนงานในการถ่ายโอนภารกิจการให้บริการของหอสมุดแห่งชาติ ที่แต่เดิมกรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการเอง ให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีศักยภาพเพียงพอในการดำเนินการสืบเนื่องจากกรมศิลปากร ประกอบด้วย หอสมุดแห่งชาติประโคนชัย  จังหวัดบุรีรัมย์ ถ่ายโอนภารกิจให้แก่เทศบาลตำบลประโคนชัย หอสมุดแห่งชาติอินทร์บุรี  จังหวัดสิงห์บุรี ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลอินทร์บุรี  หอสมุดแห่งชาติลำพูน จังหวัดลำพูน  ถ่ายโอนภารกิจให้แก่เทศบาลเมืองลำพูน หอสมุดแห่งชาติวัดดอนรัก  จังหวัดสงขลา  ถ่ายโอนภารกิจให้แก่เทศบาลนครสงขลา  หอสมุดแห่งชาติวัดเจริญสมณกิจ จังหวัดภูเก็ต ถ่ายโอนภารกิจให้แก่วัดเจริญสมณกิจ

ทั้งนี้กรมศิลปากร จะได้ส่งมอบหนังสือความรู้ประเภทต่าง ๆ  และวัสดุครุภัณฑ์ที่จำเป็นในการให้บริการให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถดำเนินการด้านห้องสมุดได้อย่างต่อเนื่อง  ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553   เป็นต้นไป และในระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากร  จะอบรมให้ความรู้ความเข้าใจในการให้บริการด้านหอสมุดให้แก่เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะเข้ามาเป็นผู้ดำเนินการแทน

โดยกรมศิลปากรจะสนับสนุนด้านวิชาการต่อไป ส่วนหอสมุดแห่งชาติที่กรมศิลปากรให้บริการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่เหลืออีก  11   แห่งนั้น  กรมศิลปากรจะปรับปรุงการให้บริการที่มีความแตกต่างไปจากห้องสมุดทั่วไป  โดยจะมุ่งเน้นบริการหนังสือของกรมศิลปากรในด้านต่าง ๆ เช่น  ประวัติศาสตร์  โบราณคดี พิพิธภัณฑ์ วรรณกรรม สถาปัตยกรรม ช่างสิบหมู่  เป็นต้น การให้บริการหนังสือหายากที่มีการเก็บสะสมมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 การให้บริการหนังสือวิจัยและวิทยานิพนธ์  หนังสือและภาษาโบราณ สำหรับการให้บริการหนังสือด้านอื่นๆ  นั้นก็ยังคงมีอยู่แต่จะลดสัดส่วนลงและคัดสรรหนังสือให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับห้องสมุดทั่วไป ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้บริการที่สามารถเลือกใช้บริการของห้องสมุดได้อย่างหลากหลายและตรงตามวัตถุประสงค์มากยิ่งขึ้น