ไลฟ์สไตล์

"นีน่า" ชยุดา เจียรวนนท์
หวดลูกสักหลาดคลายเครียด

"นีน่า" ชยุดา เจียรวนนท์ หวดลูกสักหลาดคลายเครียด

10 ก.ค. 2553

หายหน้าหายตาไปร่ำเรียนต่างประเทศพักใหญ่ ทำเอาหลายคนบ่นคิดถึงสาวน้อยร่างกะทัดรัด แต่มากด้วยความสามารถอย่าง "นีน่า" ชยุดา เจียรวนนท์ ลูกสาวคนโตวัย 20 หมาดๆ ของ คุณแม่ขวัญใจ และ คุณพ่อชัชวาลย์ เจียรวนนท์ จนกระทั่งวันก่อนทีมงานขอเวลานอกชะ...แว้บ แอบเห็นคุณแม่

  หลังเลิกงานสาวนิน่ายกหูกริ๊งกร๊างนัดทีมงานให้ไปรวมตัวกันยังจุดนัดพบที่สนามเทนนิส ภายใน "บลูเด็ค เอ็กซ์คลูซีฟ สปอร์ตคลับ" ย่านชานเมืองใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยวันนี้เธอจะใช้เวลาหลังฝึกงาน ไปออกกำลังกายคลายเครียดที่นั่น ถึงเวลานัดหมายสาวนีน่าสาวเท้าก้าวเข้าสนามในชุดสีชมพูหวานใส ก่อนส่งเสียงเจื้อยแจ้วทักทายทีมงานแล้วเริ่มอัพเดทข้อมูลของตัวเองทันที

 "ตอนนี้นีน่าเรียนทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยทัพส์ เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา กำลังจะขึ้นปี 3 แล้ว พอดีว่าช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียนนีน่าเลยกลับมาเที่ยวบ้านมาเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่นี่ก็ได้เกือบเดือนแล้ว จะกลับไปอีกทีก็ใกล้ๆ เปิดเทอมประมาณเดือนกันยายน และไหนๆ ก็ยังต้องอยู่ที่นี่อีกนาน นีน่าจึงฆ่าเวลาว่างๆ โดยการไปฝึกงานที่ฟีนานเซีย ไซรัส เป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับหุ้น สัปดาห์แรกพี่ๆ เขาสอนให้นีน่าเรียนรู้ทางด้านมาร์เก็ตติ้ง การเคาะหุ้น การแนะนำหุ้นให้ลูกค้า พอสัปดาห์ต่อมาก็จะฝึกให้ดูด้านหาข้อมูล ดูว่าหุ้นของบริษัทไหนน่าลงทุนบ้าง พอเรียนรู้ได้สักพักนีน่าก็นึกสนุกขึ้นมา เลยลองเปิดพอร์ตฟารีโอซื้อขายหุ้นของตัวเองดู ช่วงนี้นี่น่าเลยต้องคอยนั่งหน้าจอทีวีลุ้นตัวเลขทั้งวัน จนบางครั้งก็เครียดเหมือนกันค่ะแต่โดยรวมแล้วก็สนุกดีนะคะ" สาวน้อยเล่าถึงกิจกรรมหลักที่เธอทำอยู่เป็นประจำทุกๆ วัน ด้วยท่าทีจริงจัง ก่อนจะขอตัวก้าวลงสนามโชว์ลีลาการหวดลูกสักหลาดในรอบแรก

 แม้ว่าจะห่างหายจากการตีเทนนิสไปพักใหญ่ แต่สาวนีน่าก็ยังหวดลูกกลมๆ ได้อย่างแม่นยำด้วยลีลาท่าทางสวยงาม ทั้งยังแรงดีไม่มีตกอีกด้วย ผ่านไปพักใหญ่สาวนีน่าเริ่มปาดเหงื่อพร้อมส่งสัญญาณมือขอพักเหนื่อยสักครู่ ระหว่างนั่งพักซิลๆ สาวนีน่าเล่าต่อว่า วันนี้เลือกออกกำลังกายด้วยการตีเทนนิส เพราะเป็นกีฬาที่ตัวเองถนัดที่สุด และเคยได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของโรงเรียนบินไปแข่งขันในต่างประเทศหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งนอกจากจะพกรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านแล้ว เธอยังได้มิตรภาพจากเพื่อนใหม่อยู่เสมอๆ

 "นีน่าเริ่มเล่นเทนนิสสมัยเรียนที่ ไอ.เอส.บี (อินเตอร์เนชั่นแนล สคูล ออฟ แบงค็อก)  ตอนนั้นประมาณเกรด 7-8 และหลังจากนั้นก็โฟกัสที่เทนนิสมาตลอด นีน่าจะใช้เวลาหลังเลิกเรียนซ้อมตีกับเพื่อนๆ แทบทุกวัน ตอนนั้นซ้อมกันหนักมากจนนีน่าได้เป็นตัวแทนโรงเรียนบินไปแข่งที่ต่างประเทศทั้งที่สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน อินโดฯ ฟิลลิปปินส์ แต่ปีแรกซึ่งจัดแข่งขันที่ประเทศไทยครั้งนั้นนีน่าตีคู่กับเพื่อนได้เหรียญทองด้วยนะ แต่ที่ดีใจกว่านั้นคือทุกครั้งที่มีโอกาสไปแข่งขันนอกสถานที่ ไม่ใช่ว่าเราจะตั้งหน้าตั้งตาจะเอาชนะกันเพียงอย่างเดียว แต่เรายังได้รู้จักเพื่อนใหม่จากโรงเรียนอื่นๆ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นซึ่งกันและกันด้วย " อดีตกัปตันทีมเทนนิสไอ.เอส.บี เล่าย้อนอดีต

 ระยะหลังเมื่อเรียนจบสาวน้อยนีน่ากลับหาเวลาว่างที่จะปลีกตัวมาออกกำลังกายได้ยากเต็มที แต่หากเป็นวันหยุดและพอจะมีเวลาว่างบ้างก็มักจะชักชวนเพื่อนฝูงร่วมก๊วนไปหวดลูกสักหลาดสักที หรือหากไม่มีใครว่างไปด้วยจริงๆ เธอก็มักจะเลือกการน็อกเกอร์เอาเอง เพราะเทนนิสเป็นกีฬาที่สามารถเล่นคนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องรอเพื่อนร่วมทีมเหมือนกับกีฬาชนิดอื่นๆ

 "เวลานีน่าเครียดจากการเรียนหรือการทำงาน นีน่าจะเลือกตีเทนนิสเพื่อรีแล็กซ์ตัวเอง ทุกครั้งที่ได้ออกแรงหวดลูกมันจะทำให้รู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงและสุขภาพดีขึ้น นอกจากนี้เทนนิสยังช่วยให้นีน่ามีสมาธิขึ้นเพราะตาเราจะต้องโฟกัสไปที่ลูกตลอดเวลา และที่สำคัญที่สุดคือทำให้เราเรียนรู้การมีน้ำใจเป็นนักกีฬา ถ้าหากเราแพ้เราจะต้องเรียนรู้จุดที่บกพร่องและนำไปแก้ไขปรับปรุงในการเล่นหรือแข่งในครั้งต่อไป ไม่ใช่ว่าจะโกรธหรือเสียใจเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าเราเป็นผู้ชนะก็ต้องชนะให้สวยงามด้วยการให้กำลังใจเพื่อนและเชียร์เพื่อนคนอื่นๆด้วย เพราะในสนามทุกอย่างคือการแข่งขัน แต่พอจบการแข่งขันทุกคนก็ยังคงเป็นเพื่อนกันเสมอ" สาวนีน่ากล่าวทิ้งท้ายก่อนจะคว้าแร็กเกตคู่ใจและลูกสักหลาดก้าวลงสนามพร้อมลุยในรอบต่อไป

เรื่อง-วันวิสา โรจน์แสงรัตน์
ภาพ-ศุภกฤต คุ้มกัน