ไลฟ์สไตล์

“นิพิฏฐ์”ชี้ตั้งโถส้วมปราสาทนครหลวงไม่ตั้งใจหลู่

“นิพิฏฐ์”ชี้ตั้งโถส้วมปราสาทนครหลวงไม่ตั้งใจหลู่

08 ก.ค. 2553

กรมศิลป์รับดูแลโบราณสถานกว่า 8 พันแห่งประเทศไม่ทั่วถึง ฝากพระสงฆ์-ชาวบ้านช่วยดูแลด้วย ด้าน “นิพิฏฐ์” ชี้เจ้าอาวาสตั้งโถชักโครกปราสาทนครหลวง ไม่มีเจตนาลบหลู่-ทำลาย เผยรับนโยบาย “สุเทพ” ย้ำแก้ปัญหาอยุธยาดีที่สุดในรอบ 15 ปี พร้อมลงพื้นที่เคลียร์ปัญหาอีก

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2553 นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรณีมีการตั้งโถชักโครกบริเวณปราสาทนครหลวง ซึ่งเป็นแหล่งโบราณสถาน ถือว่าไม่เหมาะสม ที่ผ่านมา กรมศิลปากร ได้พยายามจัดโครงการถวายความรู้ให้กับพระสังฆาธิการทั่วประเทศ ให้ทราบถึงคุณค่า และการอยู่ร่วมกับโบราณสถานอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ต้องยอมว่าโบราณสถานทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 8 พันแห่ง จะดูแลรักษาให้ทั่วถึงคงเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตาม กรมศิลปากรจะประสานงานกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในการสร้างความเข้าใจและแจ้งให้พระสงฆ์รู้คุณค่าของโบราณสถาน

 “อยากฝากให้พระสังฆาธิการ พระสงฆ์ รวมถึงประชาชนทั่วไป ดูแลแหล่งโบราณสถานหากพบเห็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และทำให้โบราณสถานเสื่อมเสียสามารถแจ้งไปยังกรมศิลปากร และสำนักศิลปากรทั่วประเทศ หากโบราณสถานใดที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว ถ้าจะมีการบูรณะ ซ่อมแซม หรือ ก่อสร้างจะต้องแจ้งให้กรมศิลปากรรับทราบทุกครั้งมิฉะนั้นจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504”นายเกรียงไกร กล่าว

 นายนิพิฏฐ์     อินทรสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก นายเมธาดล วิจักขณะ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สำนักศิลปากรที่ 3 ว่า ทางวัดนครหลวง ได้มีการสั่งให้คนงานขึ้นไปรื้อทุบชักโครก ที่ตั้งอยู่บริเวณระเบียงชั้น 3 ด้านหลังปราสาทนครหลวงออกแล้ว สาเหตุของการตั้งโถชักโครกบริเวณดังกล่าว เป็นเพราะ พระครูกิตติปัญญาวัฒน์ (พระครูสิรินทร์) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชราภาพมาก ประกอบกับสุขภาพไม่แข็งแรง และยังต้องปฏิบัติกิจสงฆ์ ทั้งการประกอบพิธีมงคล พิธีพุทธาภิเษกเป็นเวลานาน ตลอดจนพระเถระชั้นผู้ใหญ่ชราภาพ จึงได้จัดสร้างโถชักโครกเพื่ออำนวยความสะดวกชั่วคราว เชื่อไม่มีเจตนาลบหลู่ หรือต้องการทำลายโบราณสถาน

 นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อไปว่า ตนยังได้ติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาในส่วนนโยบายตามที่ได้รับมอบหมายจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการและควบคุมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์และ พัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนมติที่ประชุมคณะกรรมการฯ อย่างรัดกุม โดยที่ผ่านมาตนได้เดินทางลงพื้นที่ไปแล้ว 2 ครั้ง และแม้ว่าขณะนี้จะมีการรวมตัวของบางกลุ่มเรียกร้องในเรื่องต่างๆ อยู่บ้าง แต่ก็เชื่อมั่นว่าสถานการณ์ในปัจจุบันดีขึ้นตามลำดับ

 รมว.วธ.  กล่าวด้วยว่า   ตนพร้อมจะลงพื้นที่อีกหากเกิดปัญหาและมีความจำเป็น อย่างไรก็ตามตนอยากชี้แจงว่า การแก้ปัญหาในพื้นที่ดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น โดยผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่เป็นหลัก ส่วนตนเป็นเพียงตัวประสานให้มีการหารือเพื่อไปสู่แนวทางในการแก้ปัญหาที่ถูกต้องอย่างยั่งยืนเท่านั้น

 “คิดว่าสถานการณ์ปัญหาพื้นที่อยุธยาในวันนี้คลี่คลายมาดีที่สุดแล้ว ดีกว่า 15 ปีที่แล้ว ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีผมลงพื้นที่อยุธยามาแล้ว 2 ครั้ง และถ้ามีปัญหาก็จะไปอีก แต่ว่าที่เป็นกังวลคือเวลามีปัญหา ประชาชนจะมายึดผมเป็นตัวประกัน จริงๆ ต้องเป็นเรื่องของผู้ว่าฯ และท้องถิ่น ผมไม่ได้เกี่ยวข้องเลยในการแก้ปัญหาเพียงทำหน้าที่กว้างๆ ด้านนโยบาย และก็มีการช่วยประสานให้เกิดการพูดคุยกันทุกฝ่ายเท่านั้นเอง” นายนิพิฏฐ์ กล่าว

ผอ.วัฒนธรรมกรุงเก่าวอนประชาชนสอดส่องวัด-โบราณสถานมากยิ่งขึ้น

นายสมชาย มีชูพร วัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าการมีโถส้วม ไปตั้งอยู่บริเวณสถานที่สำคัญเช่นปราสาทนครหลวงนั้น เป็นเรื่องไม่เหมาะสม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พระจะทำผิด ซึ่งเชื่อว่าเป็นเจตนาดีที่ต้องการเตรียมพร้อมในวันที่ประกอบพิธีเมื่อปี 2547 แต่ไม่ได้รื้อถอนออกหรือลืมไปเลย

ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องก็ตาม เมื่อพบเห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมเช่นนี้ ก็ต้องบอกกับผู้ที่รับผิดชอบหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องเป็นหูเป็นตา เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของสถานที่นั้นๆ ซึ่งถือว่าเรื่องที่เกิดนี้แสดงให้เห็นถึงการที่ทุกคนไม่ได้ให้ความสนใจเท่าที่ควร ปล่อยให้ผ่านมานานหลายปีจนกลายเป็นข่าวใหญ่โต ต่อไปนี้คงต้องอาศัยท้องถิ่นช่วยเป็นหัวเป็นตามากขึ้น

นายเมธาดล วิจักษ์ขณะ ผ.อ.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มีส่วนที่ทำให้มรดกโลกเสียหาย ไม่อยากให้มองไปถึงเรื่องความเป็นมรดกโลกที่กำลังกล่าวถึงกันมาก แต่อยากให้มองว่าเป็นความเผลอเลอของพระซึ่งท่านก็ไม่ได้เจตนาที่จะทำให้เสียหาย เพียงแต่หลังจากที่ตั้งเอาไว้เพื่อจะรับรองพระผู้ใหญ่ที่มาร่วมในพิธี แล้วก็ไม่ได้รื้อถอนออกไป ทำให้คนที่ไม่ทราบเข้าใจว่ามีการสร้างส้วมเอาไว้

"ไม่อยากให้ทุกคนมัวแต่กล่าวว่าไม่ดีไม่เหมาะสม แต่อยากให้หันมาทำอย่างไรให้ภาพของเมืองมรดกโลกอยุธยา ไม่เกิดปัญหาอื่นๆตามมาอีก อยากให้ทุกคนช่วยกันรักษาภาพของมรดกโลกให้มากกว่านี้ "นายเมธาดล กล่าว.