ไลฟ์สไตล์

ชินวรณ์ดันร.ร.มหาวิทยาลัยออกนอกระบบเพิ่มขึ้น

ชินวรณ์ดันร.ร.มหาวิทยาลัยออกนอกระบบเพิ่มขึ้น

08 ก.ค. 2553

"ชินวรณ์"ประกาศดันร.ร.มหาวิทยาลัยออกนอกระบบเพิ่มขึ้น อ้างนโยบายศธ.เน้นการกระจายอำนาจลงสู่สถานศึกษาหวังพัฒนาไกลกว่าปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2553  ที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพฯ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมกับสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดประชุมจัดประชุมเรื่อง แนวปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 โดยมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวเปิดประชุมและบรรยายพิเศษเรื่อง นโยบายการประกันคุณภาพการศึกษาของประเทศไทย มีใจความตอนหนึ่งว่า กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาได้มีผลบังคับใช้แล้วโดยได้กำหนดเป็นหลักการในการประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับ ทั้งการประกันคุณภาพภายนอกและการประกันคุณภาพภายใน ซึ่งได้มีแนวทางกำหนดให้สถานศึกษาต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อประกาศให้สาธารณชนรับทราบ แต่การจะดำเนินการให้ประสบความสำเร็จทุกฝ่ายจะต้องมีความเข้าใจ

 รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า ได้มอบหมายให้ สกศ.จัดการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตระหนักรู้ว่าการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่จะทำให้เห็นการพัฒนาทางการศึกษาอย่างแท้จริง ซึ่งตนได้กำหนดเป็นนโยบายชัดเจนที่จะต้องเร่งดำเนินการให้ครอบคลุมทั้งระบบ นอกจากนั้นในการปฏิรูปการศึกษา ทศวรรษที่ 2 ศธ.จะเน้นเรื่องการกระจายอำนาจลงสู่สถานศึกษา ส่งเสริมให้สถานศึกษาที่มีความพร้อมมีความอิสระในการบริหารจัดการหรือเป็นนิติบุคคลมากขึ้น

 นายชินวรณ์ กล่าวอีกว่า  เมื่อ  10  ปีที่แล้วตนเป็นคนหนึ่งที่แปรญัตติให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล   แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม เรื่องนี้ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเราจะต้องมาร่วมกันผลักดันต่อไป  โดยในส่วนของระดับอุดมศึกษานั้นจะมุ่งเน้นให้มีความเป็นอิสระทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยทำหน้าที่ผลิตบัณฑิตให้ตรงตามความต้องการของประเทศ ระดับอาชีวศึกษาก็จะต้องเดินหน้าเรื่องการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาซึ่งต่อไปก็จะต้องมีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ ส่วนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นก็อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนา

 "จะมุ่งเน้นการกระจายอำนาจลงสู่สถานศึกษาเพิ่มขึ้น  โดยจะดูว่าสถานศึกษาประเภทใดบ้างที่มีความพร้อมที่จะส่งเสริมให้มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการหรือพร้อมออกมาเป็นนิติบุคคล อาทิ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ที่เน้นการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์ หรือโรงเรียนมาตรฐานสากลใดบ้างที่มีความเข้มแข็งและมีความพร้อมก็จะส่งเสริมให้โรงเรียนเหล่านั้นมีอิสระในการบริหารจัดการทำให้เกิดความคล่องตัวซึ่งผมเชื่อว่าจะสามารถพัฒนาการศึกษาได้เร็วขึ้น ซึ่งเท่ากับเป็นการกระจายอำนาจลงสู่สถานศึกษา” รมว.ศธ.กล่าว