ไลฟ์สไตล์

องอาจประกาศเดินเครื่องดิจิทัลเตรียมโรดแม็พ10ปี

องอาจประกาศเดินเครื่องดิจิทัลเตรียมโรดแม็พ10ปี

08 ก.ค. 2553

"องอาจ" ประกาศเดินเครื่องดิจิทัล เตรียมใช้โรดแมพดิจิทัล 10 ปี รื้ออนาล็อกทั้งประเทศให้เสร็จก่อน 2563 “พร้อมยอมรับไทยช้ากว่าหลายประเทศในอาเซียน แต่ยันจะไม่รั้งท้ายเด็ดขาด ด้าน“อสมท.”กระทุ้งรัฐ อย่ารอกทช. ให้กำหนดยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน เสนอควักตังค์ซื้อกล่อง

 (8ก.ค.)  ที่รร.มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ตอนหนึ่งในสัมมนาเรื่องการเตรียมตัวสู่สื่อดิจิทัลในประเทศ ว่า ขณะนี้ นานาประเทศต่างใช้เทคโนโลยีระบบดิจิทัลมาใช้ในการสื่อสาร ดังนั้นประเทศไทยก็ต้องปรับตัวจากอนาล็อกเข้าสู่ดิจิทัลตามไปด้วย แต่เดิมมีการวางเป้าว่าระบบสื่อสารทั้งหมดของประเทศจะเข้าสู่ดิจิทัลในปี 2558 แต่พบว่ามีอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 3 ประการคือ

1 .สังคมซึ่งเป็นผู้ใช้บริการยังไม่เข้าใจดีพอ อาจจะต้องมีการสร้างเป็นหลักสูตรการเรียนรู้ในโรงเรียน 2 .ความพร้อมของผู้รับบริการโดยเฉพาะที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลยังไม่เพียงพอ และ 3 .ยังไม่มีระบบกฎหมายควบคุมผลกระทบด้านลบที่มาจากสื่อดิจิทัล จึงมีการเลื่อนเป้าหมายออกไปเป็นปี 2563 โดยวันนี้ได้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ยอมรับว่าการพัฒนาสื่อดิจิทัลของไทยยังตามหลังประเทศในอาเซียนอยู่หลายประเทศเช่น บรูไน สิงคโปร์ ที่มีขนาดเล็กกว่าสามารถจัดระบบได้ง่ายกว่าเรา แต่ยืนยันว่าไทยจะเข้าสู่ดิจิทัล เป็นอันดับกลางๆในอาเซียน ไม่เดินเป็นคนสุดท้ายอย่างแน่นอน

 นายสุระ เกนทะนะศิล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักวิศวกรรม และเทคโนโลยี บริษัท อสมท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า สำหรับโทรทัศน์ตอนนี้ทุกสถานีพร้อมที่จะออกอากาศในระบบดิจิทัลแล้ว แต่ติดที่รัฐบาลยังมองเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องขององค์กรอิสระอย่างกทช.จึงไม่กล้าดำเนินการ แต่ตนมองว่าการวางเครือข่ายดิจิทัลนั้นไม่ต่างกับการวางระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของประชาชน ดังนั้นรัฐต้องกำหนดยุทธศาสตร์ออกมา ไม่ควรรอกทช. ตนเสนอว่าในเบื้องต้นควรจะลงทุนซื้อกล่องรับสัญญาณดิจิทัลแจกให้กับประชาชนทุกครัวเรือน ซึ่งราคากล่องอยู่ประมาณ 202 เหรียญ หรือราว 700 บาท ซึ่งสามารถผลิตได้ในประเทศไทย เพราะตอนนี้ประชาชนยังไม่มีกล่องที่จะรับสัญญาณ ดังนั้นหากรัฐบาลต้องการสนับสนุนสื่อดิจิทัลจริง ก็ควรจะลงทุนให้ประชาชนก่อน และควรมีเวลาช่วงหนึ่งที่ประชาชนจะสามารถรับสัญญาณได้สองระบบ ก่อนที่จะยกเลิกระบบอนาล็อกอย่างเด็ดขาดเพื่อปล่อยเวลาให้มีการปรับตัว

 นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผ.อ.ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ( NECTEC ) กล่าวว่า ประโยชน์ของการปรับไปสู่ดิจิทัลมีหลายประการ อาทิ ภาพและเสียงคมชัดขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการใช้คลื่นความถี่ ทำให้จำนวนช่องรายการที่เพิ่มมากขึ้น เกิดการแข่งขันสูงทำให้ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคลดต่ำลง ขณะนี้หลายประเทศในโลกได้ปรับเปลี่ยนระบบโทรทัศน์สู่ระบบดิจิทัลแล้วอาทิ เนเธอแลนด์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ เบลเยี่ยม เยอรมัน สหรัฐ ฟินแลนด์ ลักแซมเบิร์ก สหภาพยุโรปแนะนำให้ประเทศที่เป็นสมาชิกยุติโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบอนาล็อกภายในปี 2555 ขณะที่ที่ประชุมรัฐมนตรีสารสนเทศอาเซียนหรือ AMRI ครั้งที่ 10 เห็นชอบให้สมาชิกในชาติอาเซียนยุติการออกอากาศระบบอนาล็อกปี 2558-2563