ไลฟ์สไตล์

ชาวสวนเหนือ-อีสานกว้านซื้อกล้ายาง

ชาวสวนเหนือ-อีสานกว้านซื้อกล้ายาง

07 ก.ค. 2553

ต้นกล้ายางพาราราคาพุ่ง ชาวสวนยางภาคเหนือและอีสานกว้านซื้อจำนวนมาก หลังรอรัฐยังไม่ส่งพันธุ์กล้าให้ชาวสวนที่เข้าร่วมโครงการยาง 1 ล้านไร่ ด้านคนขายกล้ายางภาคใต้ตีปีกรับทรัพย์

 นายเพิก เลิศวางพงศ์ ประธานสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาขายต้นกล้ายางได้ปรับตัวขึ้นจากเดิมราคาต้นละ 15 บาท เป็น 25 บาท เนื่องจากความต้องการกล้ายางในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีเพิ่มสูงขึ้น จากปัญหาที่รัฐบาลยังไม่จัดส่งพันธุ์กล้ายางพาราให้แก่เกษตรกรที่เข้าโครงการปลูกยางพารา 1 ล้านไร่ ทำให้ประสบปัญหาขาดแคลนพันธุ์ยางไม่น้อยกว่า 16 ล้านตัน

 นายเทียบจิตต์ จันทรภูติผลากร ผู้จัดการสำนักงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า ขณะนี้พันธุ์กล้ายางพาราในพื้นที่ภาคใต้ราคาต้นละ 25 บาท จากเดิมราคาเพียง 10-15 บาท ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาพันธุ์กล้ายางพาราขยับราคาสูงขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ฤดูกาลปลูกยางพารา และส่วนหนึ่งถูกกว้านซื้อจากภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งยังมีคำสั่งซื้อจำนวนมากจากประเทศจีน และ ส.ป.ป.ลาว เพราะเห็นว่ากล้ายางจากแหล่งปลูกในภาคใต้ให้ผลผลิตที่ดี

 นางกิมไล้ แซ่จาง ผู้ผลิตต้นกล้ายางพารารายใหญ่ใน จ.ตรัง เปิดเผยว่า หลังจากที่ผลผลิตยางพารามีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยที่ 100 บาท/กิโลกรัม ได้สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกยางพารากันมากขึ้น จนส่งผลให้ความต้องการต้นกล้ายางมีสูงขึ้น ไม่เฉพาะในพื้นที่ภาคใต้เท่านั้นที่ต้องการ ขณะนี้ในภาคเหนือและภาคตะวันออกก็มีการสั่งซื้อต้นกล้ายางกันจำนวนมาก โดยสั่งครั้งละ 1 หมื่นต้น ทำให้ราคาต้นกล้ายางพาราจากที่ขายกันต้นละ 6-9 บาท ปรับตัวขึ้นไปที่ 14-15 บาทต่อต้น

 "ยึดอาชีพขายกล้ายางขายมากว่า 20 ปี ปีนี้เป็นปีที่ดีที่สุดซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ได้ขายต้นกล้ายางไปแล้วกว่า 3 แสนต้น ช่วงนี้ก็จะขายให้เฉพาะเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้เท่านั้น ซึ่งก็มีทั้งที่มาจากสงขลา นราธิวาส ยะลา ปัตตานี โดยขายในราคาต้นละ 14-15 บาท ไม่ขายให้นายหน้า เพราะปริมาณต้นกล้ายางในปีนี้น่าจะไม่พอขาย ส่วนพื้นที่ในการเพาะต้นกล้ายางมีด้วยกัน 70 ไร่" นางกิมไล้กล่าว