
กรมศิลป์ยอมรื้อเสาสถานีรถรางอยุธยามรดกโลก
หลังโดนชาวบ้านร้องบดบังภูมิทัศน์ศาลากลางเก่า ยันก่อนก่อสร้างเป็นมติคณะทำงานร่วมกับจังหวัดและอปท.ตามแผนฟื้นฟูและแผนบริหารจัดการอุทยานฯ
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงกรณีที่นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และว่าที่ร้อยตรีสมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา ออกมาคัดค้านการก่อสร้างสถานีจอดรถรางบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่าเนื่องจากมีผู้ร้องเรียนบดบังภูมิทัศน์ว่า การก่อสร้างสถานีจอดรถรางบริเวณดังกล่าว กรมศิลปากรได้ดำเนินไปตามแผนบริหารจัดการและแผนฟื้นฟูอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาตามมติคณะทำงานอุทยานฯ
แต่เมื่อทางจังหวัดและทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)เห็นว่าไม่เหมาะสม กรมศิลปากร จึงได้หารือร่วมกับคณะกรรมการวิชาการกรมศิลปากร มีความเห็นว่า ควรที่จะปรับรูปแบบของสถานีจอดรถเพื่อให้สอดคล้องกับภูมิทัศน์ ของศาลากลางหลังเก่า เพราะอยู่ตรงมุมศาลากลาง แต่ตนเห็นว่า ควรที่จะดำเนินการย้ายไปอยู่ด้านหลังของศาลากลางหลังเก่าร่วมกับพื้นที่จอดรถบัส เพื่อตัดปัญหาการบดบังภูมิทัศน์เลยจะดีกว่า
นายเกรียงไกร กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่มีผู้กล่าวถึงกรมศิลปากรว่าทำงานคนเดียวและใช้อำนาจในการปรับภูมิทัศน์อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยานั้น ตนยืนยันว่ากรมศิลปากรไม่ได้ทำงานคนเดียว เนื่องจากการปรับปรุงภูมิทัศน์แต่ละเรื่องไม่ว่าจะเป็น สั่งรื้อ ก่อสร้างทุกจุดต้องผ่านคณะทำงานอุทยานฯที่มีตัวแทนจากกรมศิลปากร ตัวแทนจังหวัด และอปท.ร่วมเป็นคณะทำงาน ขอรับรองว่ากรมศิลปากรจะทำงานแต่ละครั้งทางจังหวัด และอปท.จะทราบเรื่องทั้งหมด กรมศิลปากรไม่ได้ทำงานเพียงลำพังหน่วยงานเดียว
“หากโครงการใดที่อยู่ในแผนฟื้นฟูและแผนบริหารจัดการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เราจะดำเนินการตามแผน แต่หากมีการทักท้วงเราก็จะชี้แจงแล้วเดินหน้าทำงานต่อ เพราะเป็นสิ่งที่เราเห็นว่าเหมาะสมถูกต้อง และไม่ทำให้คุณค่าของอุทยานประวัติศาสตร์ฯลดลง อีกทั้งเราพยายามที่จะสร้างการมีส่วนร่วมในการทำงานของคนในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม มีหลายฝ่ายพยายามเสนอให้ทำประชาพิจารณ์เวลาจะทำโครงการต่างๆ ซึ่งผมเห็นว่า ควรทำเฉพาะโครงการใหญ่ แต่โครงการเล็กๆทำประชาพิจารณ์คงจะไม่เหมาะ เพราะจะทำงานล่าช้า”อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว



