
เงินหายจากบัญชี
มีโทรศัพท์จากผู้ที่อ้างตัวเป็นตำรวจจากหน่วยงาน ปอส. โทรเข้ามือถือของดิฉัน ตอนเช้าวันที่ 20 พฤษภาคม 2553 แจ้งว่า ดิฉันเปิดบริษัททำธุรกรรมเกี่ยวกับการทุจริต และให้เก็บข้อมูลเป็นความลับ
ผู้แจ้งขอตรวจสอบบัญชีธนาคารของดิฉันทั้งหมด พร้อมทั้งจะสืบค้นคดีในทางลับ
ตอนแรก ตกใจมาก แต่เมื่อตั้งสติได้ ก็โทรศัพท์ไปยัง ศูนย์บริการลูกค้าของธนาคารกสิกรไทย เวลาประมาณ 11.00 น. เพื่อจะเดินทางไปปิดบัญชี แต่ช่วงนั้นมีเรื่องการปิดดำเนินการของธนาคารหลายวัน และพนักงานธนาคารตรวจว่า ไม่มีการเคลื่อนไหวทางธุรกรรมใดๆ พร้อมแนะนำให้เปลี่ยนรหัสเอทีเอ็ม จากนั้น ดิฉันรีบไปแจ้งความ และตรวจสอบเงินคงเหลือในบัญชีผ่านทางเอทีเอ็มด้วยตนเอง มีเงินคงเหลือ 60,200 บาท และเปลี่ยนรหัสเอทีเอ็มทันที
พอวันรุ่งขึ้น ดิฉันไปกดเช็คยอดเงินอีกครั้ง ปรากฏว่า เงินในบัญชีหายไปจำนวน 60,000 บาท ดิฉันรีบโทรไปที่ศูนย์บริการลูกค้า สอบถามข้อมูลแต่ได้รับคำตอบไม่ชัดเจน เนื่องจากติดช่วงธนาคารประกาศหยุดติดต่อหลายวันเพราะเหตุการณ์ไม่สงบในกรุงเทพฯ ต้องรอวันเปิดทำการเท่านั้น
พอถึงวันเปิดทำการ ดิฉันตรวจสอบสาเหตุของเงินที่หายไป ปรากฏว่า มีการสมัครใช้บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตโดยใช้ชื่อดิฉันเป็นผู้สมัคร และเบิกเงินจำนวน 60,000 บาทผ่านระบบออนไลน์ของธนาคาร
ดิฉันอายุ 50 ปี มีอาชีพแม่ค้าข้าวแกง ไม่มีความรู้ทางอินเทอร์เน็ตเลย ไม่เคยทำธุรกิจหรือธุรกรรมใดๆ ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น
ดิฉันให้ข้อมูลทั้งหมดแก่พนักงานบริการลูกค้า และตำรวจ จากเหตุการณ์นี้ ดิฉันติดต่อที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า เป็นแห่งแรก แต่สาขานี้ให้ไปที่ติดต่อที่สาขาเปิดบัญชี คือ สาขาย่อยถนนสิรินธร จากนั้น สาขานี้ให้ไปติดต่อที่ สน.สามเสน อีกครั้ง และไปตามเรื่องบัญชีปลายทางที่เงินโอนเข้าไป เป็นขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน
ดิฉันอยากได้ข้อสรุปจากธนาคารกสิกรไทยว่า ลูกค้าที่ใช้บริการทางอินเทอร์เน็ต ที่ธนาคารประชาสัมพันธ์โฆษณาต่างๆ นั้น ไม่มีความปลอดภัยเลยใช่ไหม ใครก็สามารถเบิก ถอน โอน ได้ง่ายดายงั้นหรือ ไม่มีการควบคุมความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าของธนาคารเลยหรือ
ศุภกานต์
ตอบ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมและป้องกันการทุจริตบัตรเครดิต ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ ชี้แจงว่า เพิ่งได้รับทราบกรณีของคุณศุภกานต์ เนื่องจากทางสาขายังไม่ได้แจ้งให้สำนักงานใหญ่ทราบ ขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วจะชี้แจงอีกครั้ง
ข้อมูลตามที่ลูกค้าแจ้งมานั้น เข้าข่ายถูกมิจฉาชีพหลอกถามข้อมูลส่วนตัวเพื่อไปใช้ในทางทุจริต กรณีเช่นนี้ ธนาคารได้ประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าทราบมาโดยตลอด ให้ระมัดระวังกลวิธีลวงต่างๆ ของมิจฉาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการหลอกสอบถามข้อมูลส่วนตัว โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร หลอกโอนเงินชำระหนี้ หรือโอนเงินเพื่อรับของรางวัล ผ่านทางตู้เอทีเอ็ม
ลูกค้าจะต้องสงสัยไว้ก่อน ไม่ควรให้ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น และแจ้งว่า จะโทรติดต่อกลับไป จากนั้น ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการลูกค้าของธนาคารเพื่อความแน่ใจทุกครั้ง
ลุงแจ่ม



