
สาระสำคัญของการพูด
ในบทสนทนาของแต่ละคน ล้วนมีเรื่องราวที่เป็นสาระควรแก่การเก็บไว้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งทางปัญญา ขอเพียงเพิ่มความใส่ใจในการสนทนาแลกเปลี่ยนประโยชน์จากถ้อยคำอย่างสำคัญ
คำว่า “ถ้อยคำ” แปลว่า “คำพูดที่มีคุณค่าดังทองคำ”
เมื่อจะกล่าวคำพูดใดๆ ออกมา ควรกำหนดคุณค่าในแต่ละคำพูดทุกครั้ง แทนที่จะปล่อยออกไปจากปากอย่างเปลืองเปล่าเน่าเหม็น ก็ควรกำหนดวจีสังขารในแต่ละถ้อยคำ กล่าวคือ ให้อ่านคำพูดในใจก่อนจะออกมาเป็นคำพูดทางวาจา โดยใช้สติและปัญญากลั่นกรองแยกกากออกเสียก่อน แล้วค่อยอนุมัติคำพูดที่ดี มีสาระ มีประโยชน์ สร้างปัญญาแก่ตนและคนข้างเคียงผู้ร่วมสนทนาในแต่ละครั้ง
การพูดพร่ำเพรื่อ การพูดเรื่อยเปื่อยเจื้อยแจ้วเพ้อเจ้อ เป็นการสิ้นเปลืองพลังปราณ เป็นการประหัตประหารปัญญา เป็นการทำลายคุณค่าของถ้อยคำอย่างสามัญ
มหาตมา คานธี เคยสอนไว้ว่า เมื่อเกิดความรู้สึกว่า ควรพูดหรือไม่ควรพูดในขณะใดขณะหนึ่ง ให้ตัดสินใจลงไปทันทีทันใดเลยว่า ขณะนั้นไม่ควรพูด
เมื่อคิดต่อจากคำสอนของท่านคานธี ทำให้ได้ข้อสรุปว่า คำที่จะพูดในแต่ละครั้งนั้น จะต้องเป็นถ้อยคำที่มีความแน่ใจอย่างแท้จริงว่า สมควรพูดออกมาเท่านั้น บางครั้งการไม่พูดก็เป็นการพูดในรูปแบบหนึ่ง ใครที่มีประสบการณ์ “เข้าเงียบ” จะมีความเข้าใจเป็นอย่างดี
วันนั้นทั้งวัน เป็นวันที่ถูกกำหนดไว้ว่า จะไม่มีการพูดใดๆ ออกมาเลย มักจะมีหลายเรื่องที่เรามีความรู้สึกอย่างแรงกล้าว่า เรามีความจำเป็นต้องพูด ถ้าไม่พูดย่อมเป็นไปไม่ได้โดยเด็ดขาด เราเกือบจะยอมละเมิดสัจจะอธิษฐานแล้วเชียว แต่ในที่สุดเราก็ระงับยับยั้งไว้ได้ จนเมื่อเวลานั้นดำเนินผ่านไป เหตุการณ์ต่างๆ ที่บีบคั้นให้เราต้องกล่าวถ้อยคำก็คลี่คลายหายขาดแล้ว เรื่องที่จะต้องแก้ไขปัญหาด้วยการพูดก็ผ่านไปโดยไม่ต้องพูด
ครั้นเมื่อหันไปทบทวนด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ เราก็ได้ปัญญาเป็นข้อสรุปว่า การอดกลั้นไม่กล่าวถ้อยคำออกไปนั่นแหละ คือการเปล่งวาจาที่ไพเราะน่าฟังมากที่สุด ดังนั้น การฝึกตนเองเพื่อเป็นนักพูดที่ดีนั้น ต้องมีการฝึกตนเพื่อเป็นนักไม่พูดที่ดีอีกด้วย
กลับไปถึงหัวข้อข้างต้นอีกครั้ง ถ้อยคำที่ว่า “ทำหน้าที่แล้วทิ้ง” หมายถึง การทำหน้าที่แล้วปล่อยวาง จากความยึดมั่นสำคัญหมายในผลของการทำหน้าที่นั้น ทั้งนี้ ก็ต้องมีความรับผิดชอบในการทำหน้าที่นั้น
"ท่านจันทร์"
www.prajan.com



