
รมว.พม.ตำหนิผู้ปกครองเด็กม.1บังคับลูกเรียน
รมว.พม.ตำหนิผู้ปกครองเด็ก ม.1 วัย 13 ประมาทวางปืนล่อตาเด็กจนนำไปยิงตัวตาย ด้านจิตแพทย์ชี้เด็กมีสิทธิป่วยเป็นโรคภาวะการปรับตัวผิดปกติ
เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2552 นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ให้สัมภาษณ์กรณีเด็กชายวัย 13 ปี ยิงตัวตายหลังถูกพ่อบังคับให้ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯว่า ปัญหาในครอบครัวเกิดจากปัญหาเศรษฐกิจที่พ่อแม่ต้องไปทำงานในกรุงเทพฯ เด็กต้องอยู่กับปู่ย่าตายายที่บ้านต่างจังหวัด เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวขาดความอบอุ่น เด็กจะผูกพันกับปู่ย่าตายายมากกว่าพ่อแม่ เมื่อพ่อแม่จะพาลูกไปอยู่ด้วยทำให้ลูกไม่อยากไป ซึ่งเด็กอยู่ในช่วงเริ่มต้นเป็นวัยรุ่นมีเพื่อนและติดเพื่อน ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเมื่อห่างพ่อแม่ ปู่ย่าตายายก็ไม่มีเวลาดูแล เด็กอยู่กับเพื่อนอาจมีการลองเรียนรู้ทั้งสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เสพยา เล่นเกม เล่นอินเตอร์เน็ตได้
เมื่อพ่อแม่ไปบังคับเด็กก็อาจทำให้เด็กคิดสั้นได้ เพราะวัยนี้เด็กจะอ่อนไหว ตนอยากตำหนิผู้ปกครองที่มีอาวุธปืนแม้เอาไว้ป้องกันตัวเองและทรัพย์สินแต่ไม่น่านำอาวุธมาเก็บไว้ล่อตาเด็ก เพราะเด็กอาจได้รับอิทธิพลจากการเล่นเกมยิงกันฆ่ากัน เมื่อเด็กเห็นปืนวางไว้ล่อตาก็จับปืนขึ้นมาโดยอาจไม่รู้อานุภาพ
“พ่อแม่ประมาทเลินเล่อร้ายแรงที่ปล่อยให้เด็กหยิบฉวยปืนได้ ซึ่งเด็กอาจไม่ได้ตั้งใจอาจจะลองดูหรือเป็นการยิงประชด อยากฝากถึงพ่อแม่ที่มาทำงานในเมืองใหญ่ว่าเงินไม่ได้แก้ปัญหาครอบครัวได้ทุกอย่าง แม้เงินจำเป็นแต่ต้องใกล้ชิดลูก อย่าไปฝากความหวังกับครูหรือพ่อใหญ่แม่ใหญ่ โดยเฉพาะกับเวลาอยู่กับโรงเรียนที่เด็กใช้เวลาอยู่ด้วยแค่ 1 ใน 3 ของวัน ยิ่งช่วงเด็กปิดเทอมสำคัญต้องอยู่กับครอบครัว 24 ชม. พ่อแม่ต้องให้ความอบอุ่นหากปล่อยลูกไปอย่างนี้ปัญหาจะเกิดขึ้นอีกมาก”นายอิสสระ กล่าว
จิตแพทย์ชี้เด็กมีสิทธิป่วยเป็นโรคภาวะการปรับตัวผิดปกติ
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพจิตสังคม กรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีเด็กชายวัย 13 ปี ยิงตัวตายหลังถูกพ่อบังคับให้ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯว่า ว่า เด็กซึ่งกำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นจะมีความละเอียดอ่อนมาก จำเป็นต้องระวังความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ แม้จะเป็นเรื่องที่คนอื่นคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่ก็อาจเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเด็กบางคนได้ จำเป็นต้องมีการพูดคุยกันด้วยเหตุผล อธิบายถึงผลดี ผลเสีย และรับฟังเด็กให้มาก หากมีปฏิกิริยาหรือการต่อต้านเกิดขึ้น จำเป็นต้องอธิบายและค่อยๆ เปลี่ยนแปลงความคิดทีละนิดด้วยความเข้าใจ
“เด็กบางคนอาจมีปัญหาในเรื่องการปรับตัว การเปลี่ยนสภาพแวดล้อม บางครั้งเข้าข่ายเป็นโรคภาวะการปรับตัวผิดปกติ (adjustment disorder) คือ จะมีความสามารถในการปรับตัวต่ำ บางครั้งพบในผู้สูงอายุได้ด้วย แสดงอาการหลายอย่าง เช่น ซึมเศร้า ดื้อ ใช้อารมณ์ ใช้ความรุนแรง ซึ่งอาการเหล่านี้ บอกได้ยากว่าเกิดขึ้นกับเด็กกลุ่มใด ต้องใช้การสังเกตเฝ้าระวังอาการที่ผิดปกติไป”นพ.ทวีศิลป์ กล่าว
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่สำคัญคือเรื่องการเก็บอาวุธปืน ควรเก็บให้พ้นมือและลับตาเด็ก เพราะปัจจุบันมีกรณีการใช้ความรุนแรงที่นำอาวุธปืนมาเกี่ยวข้อง ซึ่งเด็กอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ได้ตั้งใจ แต่เมื่อการที่เด็กได้สัมผัสอาวุธ ไม่ว่าจะเป็น ปืน มีด หรือ อาวุธอื่นๆ ก็อาจก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงได้ เพราะเด็กยังถือว่ามีวุฒิภาวะต่ำ จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด



