
กรมศิลป์-อปท.ส่งรายงานอยุธยายูเนสโกย้ำห้ามบิดเบือน
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. นายธราพงศ์ ศรีสุชาติ ผอ.สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วย อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก กล่าวถึงขั้นตอนการเตรียมเสนอรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาและดูแลแหล่งมรดกโลกของประเทศไทย
โดยเฉพาะอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาต่อคณะกรรมการมรดกโลกในปี 2554 ว่า จากนี้ไปอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากร ร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)จะต้องรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ทั้งปัญหาในพื้นที่ รูปแบบการบริหารจัดการ รายงานออนไลน์ไปยังสำนักงานใหญ่คณะกรรมการมรดกโลก ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
นายธราพงศ์ กล่าวต่อไปว่า การรายงานข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาจะต้องรายงานตามความเป็นจริง ทางประเทศไทยจะบิดเบือนข้อมูล สภาพปัญหาไม่ได้ หากคณะกรรมการมรดกโลกมีการตรวจข้อเท็จจริงหรือสภาพปัญหาต่างๆขึ้นมา จะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศไทยได้ อย่างไรก็ตาม ตนขอเน้นย้ำว่า สิ่งที่จะทำให้อยุธยาไม่เสี่ยงต่อการถูกถอดออกจากการเป็นมรดกโลก คือ การไม่สร้างสื่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่ 1,810 ไร่ ซึ่งเป็นเขตอันตรายที่สุดของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ส่วนเรื่องของร้านค้านั้น ตนคิดว่า สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน
ด้านนางโสมสุดา ลียะวณิช รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะคณะกรรมการมรดกโลก กล่าวว่า มีหลายฝ่ายกำลังจะโยงเรื่องของอยุธยาไปเป็นประเด็นการเมือง ซึ่งตนไม่อยากให้ทำเช่นนั้น แต่อยากให้ทุกฝ่ายหันมาช่วยกันแก้ไขปัญหาก่อนรายงานให้สำนักงานใหญ่คณะกรรมการมรดกโลกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสได้รับทราบ อย่างไรก็ตาม มีหลายฝ่ายกังวลว่าอยุธยาจะถูกถอดถอนจากการเป็นมรดกโลกหรือไม่ ตนจะขออธิบายว่า ขั้นตอนการถอดถอนเป็นอย่างไร หากประเทศที่มีมรดกโลกไม่ดูแลรักษาให้คงสภาพเดิม หรือก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ขึ้นมาบดบังภูมิทัศน์ เมื่อคณะกรรมการมรดกโลกทราบปัญหาจะขึ้นบัญชีภาวะอันตรายไว้ก่อน จากนั้นอีโคโมสสากลจะมาประเมินว่าลดคุณค่าทางสากลไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว จึงให้ประเทศเจ้าของปรับปรุง 5 ปี หากเพิกภายในระยะเวลาดังกล่าวก็จะถูกถอดถอนจากการเป็นมรดกโลก



