ไลฟ์สไตล์

สัมมนาวุฒิฯค้านห้ามขายเหล้าสงกรานต์-จวกคิดไม่รอบครอบกระทบท่องเที่ยว

สัมมนาวุฒิฯค้านห้ามขายเหล้าสงกรานต์-จวกคิดไม่รอบครอบกระทบท่องเที่ยว

23 มี.ค. 2552

ปธ.ท่องเที่ยววุฒิสภา ชี้รัฐบาลควรชะลอนโยบายห้ามขาย “ เหล้า ” ช่วงสงกรานต์ ระบุ หากประกาศใช้ กระทบการท่องเที่ยวแน่ ด้านนักวิชาการ เชื่อ ทำให้เกิดการซื้อกักตุน แนะควรแยกธุรกิจท่องเที่ยวจากร้านค้า

 วันนี้(23มี.ค.) คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา จัดการสัมมนาเรื่อง “ มาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว" มีผู้ร่วมสัมมนา ประกอบด้วยนางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ประธานคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว วุฒิสภา นายศักรินทร์ ช่อไสว ผู้อำนวยการสมาคมโรงแรมไทย นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ รวมทั้งตัวแทนจากธุรกิจภาคต่างๆ

 การสัมมนาครั้งนี้ อ้างอิงถึงข้อเสนอมาตรการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยการห้ามจำหน่ายสุราของ นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข  2 มาตรการ คือ 1. การห้ามขายในช่วง 12-14 เม.ย.ตลอด 24 ชม. และ 2. ห้ามขายในช่วง 12-14 เม.ย. ยกเว้นให้กับโรงแรม ผับบาร์ ร้านอาหาร ที่มีใบอนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำหน่ายได้เฉพาะ 18.00 - 24.00 น.

 นางธันยรัศม์ กล่าวว่า เบื้องต้นคณะกรรมาธิการการฯเห็นว่าในช่วงเศรษฐกิจเช่นนี้ รัฐบาลควรชะลอมาตรการดังกล่าวออกไปก่อน และควรศึกษาให้ถ่องแท้ก่อนจะมีการประกาศใช้ เพราะการประกาศห้ามจำหน่ายสุราช่วงเทศกาลสงกรานต์จะไม่ทำให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุลดลง เนื่องจากไม่ได้มีการจำกัดการดื่ม และอาจมีการกักตุนสินค้า รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวอาจจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย การประกาศดังกล่าวจึงขาดความรอบครอบ และซ้ำเติมการท่องเที่ยว

 “ กรรมาธิการฯจะทำหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อให้พิจารณาชะลอนโยบายดังกล่าวออกไปก่อน ต้องการให้รัฐบาลได้มีการประชุมร่วมกันเพื่อหาแนวทางการป้องกันไม่ให้ประทบต่อทุกภาคส่วน และเรียกร้องให้รัฐบาลยกการท่องเที่ยวขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ “ นางธันยรัศม์

 น.พ.บัณฑิต กล่าวว่า ผู้เสนอควรมีแนวทางที่ 3 ให้รัฐบาลทำการพิจารณา เพื่อลดปัญหาที่จะตามมาของทุกภาคส่วน เนื่องจากสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุคือการเมาแล้วซื้อเพิ่ม จากผลสำรวจพบว่า กว่า 50% มีการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มเกินกว่าที่ตั้งใจไว้  ซึ่งวัตถุประสงค์ของการประกาศใช้นโยบายนี้ ไม่ได้ห้ามดื่ม เป็นเพียงการห้ามจำหน่าย หากมีการประกาศใช้ ก็จะไม่ได้ผล รัฐบาลควรออกแบบนโยบายเพื่อลดอุบัติเหตุให้ได้มากกว่า ส่วนทางเลือกที่ 2 นั้นควรแยกธุรกิจโรงแรมออกมา เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ

 นายศักรินทร์ กล่าวว่า ควรมีทางเลือกที่ 3 สำหรับธุรกิจโรงแรม เนื่องจากจะกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ ทั้งยังเป็นตัวกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนใจไปเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านที่มีเทศกาลคล้ายคลึงกับประเทศไทยแทน พร้อมกันนี้ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่าการที่รัฐบาลเสนอนโยบายนี้ออกมา อาจมีความพยายามให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคกักตุนสินค้า โดยการซื้อเป็นจำนวนมาก จึงอยากฝากให้รัฐบาลกลับไปพิจารณา เพราะการออกนโยบายเช่นนี้จะเป็นการทำร้ายบรรยากาศการท่องเที่ยวและส่งผลกระทบหลายภาคส่วน